บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์, พิเศษ , 3 ความคิดเห็น
หลายวันก่อนผมคุยเอาไว้เรื่องเกี่ยวกับ Interactive Voice Response วันนี้เรามาต่อกันดีกว่าครับ
สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงของ CRM มักจะงง ๆ กับศัพท์หลาย ๆ ตัวของคนวงการนี้ และบางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าศัพท์บางตัวหมายถึงระบบอะไรบ้าง อันไหนใหญ่อันไหนเล็กกว่ากัน ดังนั้นผมจะมาจัดลำดับการบริการของ Customer Relationship Management System ให้อ่านกันครับ ว่าจริง ๆ แล้วมันมีระดับอะไรบ้าง
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , เพิ่มความคิดเห็น
ผมได้มีโอกาสไปหอสมุดมาหลายสถาบันการศึกษาครับ พบว่าสถาบันเหล่านั้นมักนำงานนิพนธ์ออกมาช้ากว่าที่ควร เช่นว่านักศึกษาทำงานนิพนธ์ปี 2549 กว่าจะเอาออกมาวางไว้ในหอสมุดกลาง ก็ปาเข้าไปอีกตั้งสองสามปีแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน ทำไมถึงดองเอาไว้นานอย่างนี้
ทำให้หัวข้องานนิพนธ์ดังกล่าวกลายเป็นสิ่งล้าสมัยไปครับ!!!
ผมเองเมื่อปี 2540 ก็ต้องส่งปริญญานิพนธ์ถึง 3 เล่มครับ โดยเล่มแรกเพื่อไว้ในหอสมุดภาคฯ, เล่มสองเพื่อไว้ในหอสมุดกลางของสถาบัน และเล่มสุดท้ายเพื่อส่งไปหอสมุดแห่งชาติ
แล้วมันก็ถูกดองเอาไว้ครับ ผมติดตามมาหลายปี กว่ามันจะออกมาตั้งในหอสมุดต่าง ๆ ได้ ก็ปาเข้าไป 5 ปีครับ
มันก็เลยทำให้ผมลังเลครับ ว่าควรนำงานนิพนธ์ดังกล่าวมาวิจารณ์ใน blog หรือเปล่า เพราะบางเรื่องมันล้าสมัยแล้วก็เชยไปแล้ว แต่ยังไงก็จะพยายามหาหัวข้องานนิพนธ์ที่ร่วมสมัย หรือล้ำสมัยในขณะนั้นมานำเสนอแล้วกันครับ
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : หนังสือเก่า , เพิ่มความคิดเห็น
เล่มนี้ซื้อมาเมื่อปี พ.ศ. 2537 ครับ ช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นยุคสุดท้ายของ MS-DOS รุ่น 6.00 แล้ว ไม่รู้คนยุคนี้จะรู้จักหรือเปล่าครับ เจ้า MS-DOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติแบบ Text Mode น่ะ?
ผมซื้อมาเพราะมันเป็นหนังสือแปล แล้วก็แปลได้ดีทีเดียวล่ะ เพราะปรกติสมัยนั้นผู้แปลมักแปลได้ไม่ดีซักเท่าไหร่
หนังสือเน้นเรื่องการ Interupt CPU มาก ๆ คือสมัยนั้นเนี่ย MS-DOS ทำงานแบบ Real Mode คือเป็นกลไกอ้างอิงหน่วยความจำโดยใช้ Segment และ Offset น่ะ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เป็นแบบ Protect Mode คือมีกลไกการเข้าถึงหน่วยความจำอันสลับซับซ้อน
อย่างทุกวันนี้ถ้าเราจะเขียนโปรแกรมบน .NET เราก็ใช้วิธีเขียนใส่ Event ใช่มั้ยล่ะ? แต่ถ้าเป็นบน MS-DOS นะ เราอยากจะให้โปรแกรมเล็ก ๆ ของเราฝังตัวในหน่วยความจำ แล้วให้โปรแกรมเราคอยอ่านการกดปุ่มของคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ เราก็ต้องให้โปรแกรมของเราทำ Software Interrupt น่ะ
นอกจากนี้ หนังสือยังสอนวิธีการสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ และวิธีตรวจหา signature ของไวรัสด้วย และสุดท้ายก็สอนเรื่องการต่อเชื่อมกับ Video RAM ซึ่งก็คือหน่วยความจำสำหรับแสดงผล เพราะถ้าเราเขียนโปรแกรมให้เข้าถึง Video RAM ได้ เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้คำสั่งมาตรฐานของคอมไพเลอร์อีกต่อไป เพราะคำสั่งมาตรฐานเหล่านั้น มันช้านั่นเอง
แต่หนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าเก่าไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีใครใช้ MS-DOS กันแล้ว
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 1 ความคิดเห็น ยังอีกไกล!
วันนี้ผมนั่งทำงานอยู่ดี ๆ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือผมดังขึ้นมา ผมก็ตกใจรีบรับสาย ตอนที่จะรับก็เห็นแว่บนึงว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นเบอร์ *1003 แต่มือมันไวกดรับไปแล้ว แถมยังแนบฟังที่หูเรียบร้อยแล้ว ก็เลยต้องฟังไป
มันเป็นระบบอัตโนมัติที่โทรมาจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือครับ เสียงเจื้อยแจ้วทีเดียว ก็พูดเป็นฉาก ๆ เลยว่ามีโปรโมชันใหม่มาแนะนำ พร้อมทั้งชี้แนะว่าต้องกดโน่นกดนี่ เพื่อให้ได้มาซึ่งโปรโมชันใหม่ (และผมก็ต้องเสียตังค์ด้วย)
ทีนี้หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าเจ้ากลไกดังกล่าวเรียกว่าอะไร มันเรียกว่า Interactive Voice Response หรือ IVR ครับ
ระบบ IVR คือระบบที่ต่อเชื่อมระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ครับ โดยอาศัยระบบโทรศัพท์เป็นสื่อกลางในการสื่อสารกัน ซึ่งระบบจะโต้ตอบกับเราด้วยเสียง ในขณะที่เราโต้ตอบกับระบบโดยการกดปุ่มตัวเลขที่หน้าปัดโทรศัพท์ เพื่อสั่งงานให้มันทำตามที่เราต้องการ โดยระบบ IVR จะมีตัวเลือกที่จำกัดให้กับเรา ในการสั่งการมัน
สมัยก่อนราว 12 ปีได้ ผมเองก็มีความใฝ่ฝันเหมือนกันว่า ผมอยากจะโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน แล้วก็สั่งงานอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ต่าง ๆ ในบ้านให้มันทำงาน ให้มันปิด ให้มันเปิด รวมถึงให้มันรายงานทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน ว่าตอนนี้มีสถานะยังไง และมีเหตุการณ์อะไรผิดปรกติเกิดขึ้นในบ้านบ้าง
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : หนังสือเก่า , 3 ความคิดเห็น
สำหรับผมแล้วหนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นสุดยอดที่สุดที่ผมมีเลยล่ะ ผมซื้อหนังสือเล่มนี้มาเมื่อปี พ.ศ. 2537 ตอนนั้นมีเพื่อนคนนึงเล่าให้ฟังว่า ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มีอาจารย์ท่านนึงแต่งหนังสือออกมา ซึ่งก็คือหนังสือเล่มนี้นั่นแหล่ะ
เพื่อนไม่ได้โม้อย่างเดียว แต่เอาหนังสือมาให้ดูด้วย ตอนนั้นผมตาโตเท่าไข่ห่าน ตื่นเต้นยินดีอยากจะได้มาก ๆ
หนังสือหนามาก แถมอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาภาษาซีชั้นสูง (ในขณะนั้น) ผมสนใจบางบทเป็นพิเศษ เช่น การอธิบายถึงโครงสร้างข้อมูล, พอยน์เตอร์, การจัดการหน่วยความจำ และการจัดการกับ Video RAM ซึ่งตอนนั้นถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงเลยก็ว่าได้
ผมหาซื้อที่ไหนไม่ได้ ต้องซื้อจากที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเท่านั้น!!! ผมเลยต้องเขียนจดหมายพร้อมธนาณัติส่งไปที่นั่น รอจนผ่านไป 1 เดือนจึงได้มา
ต้องบอกว่าหลงไหลมาก ๆ ขลุกอยู่กับมันทั้งวันทั้งคืนเลย อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก บ้าไปเลยตอนนั้น
แต่ก็เพราะหนังสือเล่มนี้นี่แหล่ะ ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีพื้นฐานแข็งแกร่งในการพัฒนาซอฟต์แวร์ และแตกฉานในระบบคอมพิวเตอร์ถึงทุกวันนี้