เรียบร้อย
31 มีนาคม 2007 8:53 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 11 ความคิดเห็น
หลังจากผ่านไปสามวัน ผมก็พาบล็อกนี้ลัดฟ้าจากรัฐแมสซาชูเซต สหรัฐอเมริกา มาร่อนลงที่ประเทศไทยจนได้
นี่ขนาดผมทำแผนเพื่อย้ายบล็อกอย่างละเอียดยิบแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงก็ลำบากนิดหน่อยเหมือนกัน เพราะมันมีอะไรหลาย ๆ อย่างนอกแผนด้วย แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกอย่างนึงว่า ทำแผนเอาไว้ดีกว่าเยอะ ไม่ต้องลกลนลานอ่ะ
จากการตรวจสอบก็พบว่า จากที่ผมเคย traceroute หาบล็อกตัวเอง ต้องกระโดดผ่านถึง 21 - 23 hops มาตอนนี้เหลือเพียง 7 hops แล้ว ต่อไปก็หวังว่าจะเข้าบล็อกนี้ได้เร็วขึ้นนะครับ
Technorati Tags: พี่ไท้, โม้, สำเร็จ, เรียบร้อย
ย้ายบ้าน
28 มีนาคม 2007 1:15 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 3 ความคิดเห็น
ผมกำลังทำแผนเพื่อย้ายบล็อกกลับมาไว้ที่เมืองไทยอยู่ครับ ตอนนี้บล็อกผมอยู่ที่รัฐแมซซาชูเซต สหรัฐอเมริกา ฟากแอตแลนติกโน่น
ผมลองตรวจสอบดูบล็อกของเพื่อน ๆ ซึ่งอยู่ใน BlogRoll ด้วยการ traceroute แล้วพบว่า บล็อกของเพื่อน ๆ กระโดดผ่านแค่ 6-7 hops เท่านั้นก็ถึงแล้ว ในขณะที่บล็อกของผมต้องกระโดดผ่านถึง 21 hops กว่าจะถึงได้
เท่าที่รู้มา ไม่รู้ใครเก็บผลสำรวจเอาไว้ บอกเอาไว้ว่าชาวออนไลน์อย่างพวกเรา จะไม่ทนรอหน้าเว๊ปเกินกว่า 5 วินาที ถ้าเกินกว่านี้ก็เผ่นไปแล้ว
ทีนี้ถ้าผมคิดจะทำบล็อกซึ่งมี SaaS เสียบอยู่ข้างใน ผมก็คงต้องมาดูก่อนว่าผมจะทำเพื่อใคร ซึ่งก็แน่นอนทำเพื่อคนไทย และเป็นภาษาไทย งั้นก็คงต้องย้ายกลับมาแล้วล่ะ เพราะถ้าโหลดหน้าบล็อกช้ายังพอทน แต่ถ้า SaaS ช้าก็คงจะทนกันบ่ได้แล้วแฮะ
โม้มาทั้งหมดก็แค่จะแก้ตัวว่า จะเขียนบล็อกน้อยลงหน่อย เพื่อทำแผนย้ายบล็อก แล้วก็ย้ายบล็อกอ่ะครับ พออะไร ๆ เสร็จแล้ว ก็จะกลับมาโซโล่ใหม่
ถึงตอนนั้นบล็อกผมจะได้เร็ว ๆ ซะที เพราะผมเองยังรู้สึกเซ็งกับความช้าของมันเลย
Technorati Tags: ข่าวสาร, พี่ไม้, โม้, ย้ายบ้าน
ภาษากลาง
25 มีนาคม 2007 10:12 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์, พิเศษ , 7 ความคิดเห็น
ถ้าเป็นภาษาที่มนุษย์เราใช้สื่อสารกัน ก็เป็นที่ยอมรับกันไปทั่วซะแล้ว ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของโลกใบนี้ ตอนแรกผมก็รู้สึกว่าภาษาอังกฤษยาก แต่ตอนนี้นะรู้สึกเลยว่าภาษาไทยเรานั้น ยากนรกโลกันต์กว่าเยอะ
ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ ที่ได้เกิดเป็นคนไทย เพราะถ้าผมเกิดเป็นคนชาติอื่นแล้ว ผมก็คงไม่มีปัญญาศึกษาภาษาไทยให้เข้าใจได้แล้ว เพราะเอาเข้าจริงแล้วภาษาไทยมันยาก จริง ๆ
ทีนี้มาดูกันบ้างซิว่าในโลกคอมพิวเตอร์นั้น ภาษาอะไรควรจะเป็นภาษากลางดี อือม ๆ เดี๋ยวนี้เราใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างกว้างขวางแล้วเน้อะ รูปแบบไฟล์ข้อมูลก็มีตั้งเยอะแยะ แล้วจะเอาตัวไหนเป็นภาษากลางดี
ผมเลือกไม่ได้หรอก เพราะเขาเลือกกันไปแล้ว (เขาไหนวะ?) เขาเลือก XML เป็นภาษากลางของข้อมูลครับ!!!
ที่ผ่านมาเราอาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ใช้ XML กันเต็มที่นัก เท่าที่เห็นมีใช้ก็คงจะเป็นพวก RSS Feed อ่ะครับ
ซึ่งสาเหตุคงเป็นเพราะบรรดาคนที่เกี่ยวข้องทั้งหลายทั้งปวง คงเพิ่งจะตกลงกันได้ ว่าจะใช้ XML เป็นภาษากลางในการสื่อสารรูปแบบข้อมูลกัน เอ หรือเขาตกลงกันมาตั้งนานแล้วหว่า แต่ผมไม่รู้!!!
ทีนี้การจะทำให้ข้อมูลในรูปแบบไฟล์ของเรา กลายเป็น XML ได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันนะ มันต้องออกแรงกันน่าดู ซึ่งการมีเครื่องมือมาช่วยแปลงไปแปลงมา ระหว่างรูปแบบไฟล์ต้นฉบับกับ XML แล้วก็จาก XML เป็นรูปแบบข้อมูลปลายทาง คงจะดีไม่น้อย
ทีนี้ที่ทำงานผมเขาจ้างผู้เชี่ยวชาญจากฮ่องกงมาสอนเรื่อง SAP XI ครับ ซึ่งมันเป็นเครื่องมือในการแปลงข้อมูลให้กลายเป็น XML และแปลงจาก XML ให้กลายเป็นโครงสร้างข้อมูลอีกแบบนึง
จริง ๆ แล้ว SAP XI ก็เป็นเครื่องมือตัวนึงนั่นแหล่ะครับ เพราะในนั้นมันจะมีเครื่องมือเพื่อช่วยให้เรากำหนดจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของข้อมูลแต่ล่ะตัวที่เราต้องการให้แปลงเป็น XML โดยขึ้นกับ XML Scheme ที่เรากำหนดเอาไว้
เท่าที่ลองก็ใช้ยากเหมือนกันในช่วงแรก เพราะเราต้องสร้าง XML Scheme ผ่าน GUI ที่เขามีไว้ให้ เพื่อกำหนดว่าข้อมูลที่เราต้องการอยู่ตรงไหนบ้าง อือม อนุญาติให้เขียน built-in function ได้ด้วยนะยืดหยุ่นซะไม่มีเลย
ผมไม่รู้ว่า SAP XI จะมีราคาเท่าไหร่ เพราะไม่ได้เป็นคนซื้อ แต่คิดว่าคงแพงไม่ใช่น้อย ดังนั้นเครื่องมือแบบนี้คงไม่เหมาะกับปัจเจกบุคคลอย่างเราเท่าไหร่
ถ้าหากว่าการแปลงรูปแบบข้อมูลต่าง ๆ ให้กลายเป็น XML ได้ มันมีประโยชน์จริง ๆ ล่ะก็ ก็น่าจะลองทำเป็น SaaS ดูบ้างก็คงดีเหมือนกันเน้อะ
Technorati Tags: SaaS, Software as a Service, XML, SAP XI, คอมพิวเตอร์, การสร้างซอฟต์แวร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , เพิ่มความคิดเห็น
ชาวออนไลน์มีหลายประเภทครับ ซึ่งสัดส่วนของกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนมีผลต่อบริการแบบ SaaS ก็เลยว่าจะเรียบเรียงไว้ซะหน่อย กลัวว่าจะลืม ว่าแล้วก็โซโล่เลยดีกว่า
- นักอ่าน แบบว่าอ่าน อ่าน และก็อ่านอย่างเดียว ไม่เคยจะอะไรเลย ซ่อนตัวมิดชิด
- นักลงทะเบียน เห็นที่ไหนมีบริการไม่ได้ เป็นต้องลงทะเบียนขอแจมด้วย แต่ก็ใช้บริการอย่างเดียว ไม่ข้องเกี่ยวกับใคร
- นักวิจารณ์ พวกนี้จะเริ่มแสดงตัวตนในชุมชน มีล็อกอินที่เป็นนามปากกา มีการวาดลวดลายต่าง ๆ เอาไว้ให้เป็นที่ประจักษ์ ส่วนใหญ่จะปรากฎตัวอยู่ตามเว๊ปบอร์ด หรือไม่ก็มีฟรีบล็อกของตัวเอง
- นักสร้างเว๊ป คนเหล่านี้จะมีโดเมนของตนเอง เพื่อสร้างเว๊ปในรูปแบบต่าง ๆ แต่ก็ยังเช่าใช้พื้นที่ของโฮสติ้งต่าง ๆ อยู่
- ผู้ประกอบการเว๊ป สุดยอดแห่งชาวออนไลน์ทั้งปวง เพราะนอกจากจะมีโดเมนของตัวเองแล้ว ยังมีโฮสติ้งเป็นของตัวเอง ไม่ต้องเช่าของใครใช้อีกด้วย
ชาวออนไลน์มันก็มีอยู่เพียง 5 ประเภทนี้แหล่ะครับ และเท่าที่เห็นก็คงจะมีเพียงแค่ประเภทที่ 1 เท่านั้น ที่ดูท่าจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ SaaS เลย
นี่ถ้าชาวออนไลน์ทุกคน เฮกันเข้ามาเป็นนักสร้างเว๊ปกันหมด แล้วใครจะเป็นนักอ่านกับนักลงทะเบียนล่ะเนี่ย?
Technorati Tags: นักอ่าน, นักลงทะเบียน, นักวิจารณ์, นักสร้างเว๊ป, ผู้ประกอบการเว๊ป, คอมพิวเตอร์, SaaS, Software as a Service
ขุมกำลัง
24 มีนาคม 2007 12:03 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น
ผมมักนึกขอบคุณผู้คิดค้นสมการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และผู้สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอยู่เสมอ พวกเขาเป็นผู้วางรากฐานให้เกิดอินเตอร์เน็ตจนถึงทุกวันนี้
มองไปรอบ ๆ ตัวเราสิ เครื่องมือเครื่องใช้อันทันสมัยส่วนใหญ่ ล้วนถูกหล่อเลี้ยงด้วยระบบไฟฟ้าทั้งนั้น
ที่ทุกวันนี้ประเทศมหาอำนาจทะเลาะเบาะแว้งกัน เพื่อจะแย่งแหล่งพลังงานต่าง ๆ ก็ล้วนเพื่อนำพลังงานเหล่านั้น มาสร้างกระแสไฟฟ้า, กำลังไฟฟ้า และสัญญาณไฟฟ้า เพื่อใช้หล่อเลี้ยงเครื่องมือเครื่องใช้อันทันสมัย ให้เครื่องมือเหล่านั้นช่วยส่งเสริมอำนาจทางทหาร, เศรษฐกิจ และการเมืองอีกทอดนึง
เคยทราบกันมั้ยครับว่า ในยุคคอมพิวเตอร์ตั้งต้นนั้น ก็มีการ hack ระบบคอมพิวเตอร์กันแล้ว เพียงแต่จุดประสงค์ในการ hack นั้น มันช่างต่างจากปัจจุบันนี้มากเหลือเกิน
ปัจจุบันนี้การ hack ระบบคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อการจารกรรมข้อมูล และการทำอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เป็นหลัก
แล้วสมัยก่อนล่ะ เขา hack ระบบคอมพิวเตอร์เพื่ออะไร? อ่านแล้วอาจจะงง เขา hack เพื่อแอบเข้าไป run โปรแกรมของตนเองครับ!!! (เหตุการณ์แบบนี้เมืองไทยไม่มีครับ มีแต่เมืองนอก)
สมัยนั้นสมรรถนะของเครื่องระดับ MainFrame กับเครื่อง PC ทิ้งห่างกันมาก ดังนั้นใครก็ตามที่ต้องการจะ run โปรแกรมที่มีความซับซ้อนสูงมาก ๆ จึงไม่สามารถทำที่ PC ได้
ดังนั้นจึงต้องแอบขโมย CPU Time, Memory Usage และ CPU Usage ของ MainFrame ของบริษัทใหญ่ ๆ ครับ
ผมเจอโจทย์คำถามนี้ในข้อสอบปลายภาคของวิชา Computer Security เมื่อสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ โดยโจทย์ต้องการคำตอบว่า เราจะตรวจรู้ได้ยังไงว่ามี hacker เข้ามาขโมย run โปรแกรมใน MainFrame ของเรา ถ้าเราไม่มีซอฟต์แวร์อะไรเลย ที่จะใช้ Monitor ไอ้เจ้า MainFrame เครื่องดังกล่าวของเรา
ท่านอาจารย์จั่วหัวไว้ในข้อสอบเลยว่า ถ้าใครทำข้อนี้ได้ถูกต้อง ท่านจะให้เกรด A เลย โดยไม่ต้องตอบข้ออื่น ๆ อีก 7 ข้อก็ได้ แหมะ สู้ตายสิงานนี้!!!
ผมตอบทุกข้อแล้วก็ตอบข้อนี้ด้วย ผมตอบว่า …
ให้ตรวจสอบจากค่าไฟฟ้าที่ใช้จ่ายเข้าห้อง MainFrame แต่ล่ะเดือน ว่ามีการกระโดดเกินค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็นหรือไม่ ด้วยเหตุผลเพราะว่า ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์จะเป็นวงจรอิเลกทรอนิกส์ที่กินประจุไฟฟ้าก็ตาม แต่หากมันทำงานเพิ่มขึ้น, หนักขึ้น มันก็ย่อมต้องเร่งการอมประจุไฟฟ้าและคายประจุไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งนำมาซึ่งการกินกระแสไฟฟ้าที่เยอะขึ้นนั่นเอง
คิดว่าเดี๋ยวนี้คงไม่มีใครเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง เพื่อจะเข้าไปขโมยใช้ CPU Time ของ Server เพื่อใช้ run โปรแกรมที่ซับซ้อนของตัวเองแล้วเน้อะ
Technorati Tags: computer security, hacker, hack, CPU time, CPU usage, Memory usage, คอมพิวเตอร์, ไฟฟ้า