บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 10 ความคิดเห็น
ผมนั่งมองดูอันดับของเว็บไซต์ภาษาไทย ซึ่งเป็นที่นิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย แล้วก็มองดูอันดับของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก มองไปมองมา… แล้วก็คิด …
คิดว่าจริง ๆ แล้วพวกเราเข้าอินเตอร์เน็ตกันเพื่ออะไรกันแน่หนอ? …. ผมเองจะเข้าอินเตอร์เน็ตยังต้องกำหนดเป็นกำหนดการเลยนะ ว่าเมื่อนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แล้วเนี่ย ผมมีจุดประสงค์จะเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อจะทำอะไรบ้าง
เพราะอินเตอร์เน็ตมันกินเวลาผม เผลอไม่ได้ เผลอเป็นกินเวลาทุกที!!!
ไม่รู้มีใครเป็นแบบผมหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยกำหนดวาระในการเข้าอินเตอร์เน็ตเลย ดังนั้นเมื่อมาใช้มัน ผมจึงมักจะหลงลืมไปหลายอย่าง ว่าจริง ๆ แล้วผมมาเข้าอินเตอร์เน็ตนั้นเพื่อต้องการจะทำอะไรบ้าง เป็นประมาณว่าใช้ไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวก็นึกได้เองแหล่ะว่าอยากจะใช้ทำอะไร
ผมว่าแต่ล่ะคนก็มีวาระในการใช้อินเตอร์เน็ตที่แตกต่างกันไปนะ อย่างผมเนี่ยก็อาจต้องอ่านข่าว, ตรวจหุ้น, ตรวจบัญชีธนาคาร, โอนเงิน, ตรวจอีเมล, เล่นเกมส์, เขียนบล็อก เป็นต้น
ซึ่งถ้าผมความจำดีผมก็อาจจะจำได้ว่าผมมีวาระที่จะใช้อินเตอร์เน็ตยังไงบ้าง แต่ถ้าบางครั้งผมจำไม่ได้ ผมก็จะยังนั่งแช่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แล้วก็พยายามนึกให้ออกว่ามีวาระอะไรเหลือบ้างที่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งถ้ายังนึกไม่ออก ผมก็มักฆ่าเวลาในการนึกให้ออก ด้วยการเข้าเว็บโน้นเว็บนี้เพื่อเป็นการถ่วงเวลา เพราะถ้าผมลุกแล้วผมลุกเลย
มันคงจะเป็นการดีมากเลยเน้อะ ถ้ามีระบบซอฟต์แวร์อะไรซักตัวนึงตามหลักการของ Software as a Service ที่จะส่งบริการวาระในการใช้อินเตอร์เน็ตให้กับผม ผมจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับอินเตอร์เน็ต แล้วเอาเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่มันน่าจะสร้างความจรรโลงใจให้ผมได้อ่ะ
Technorati Tags: วาระ, อินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, Software as a Service, SaaS
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 6 ความคิดเห็น
ผมว่าคนรุ่นนี้คงมีน้อยคนนักครับที่ไม่รู้จักดราก้อนบอล การ์ตูนยอดนิยมที่นอกจากจะเตะต่อยกันไวปานความเร็วแสงแล้ว ยังสามารถยิงพลังต่อสู้กันได้อีกด้วย ซึ่งผมเองก็ชอบที่การปล่อยพลังต่อสู้กันนี่แหล่ะ ดูมันเว่อร์ดี แล้วก็มีอยู่ท่านึงที่ผมชื่นชอบมากด้วย นั่นก็คือพลังบอลเกงกิ
หลักการง่าย ๆ … พลังของบอลเกงกิได้จากการรวบรวมพลังจากสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มารวมกัน รวมจากหลาย ๆ ที่ รวมคนล่ะเล็กคนล่ะน้อย ยิ่งสมัครใจให้พลังก็ยิ่งจะสามารถรวบรวมได้ง่ายเข้าไปใหญ่
ข้อดีของพลังบอลเกงกิก็คือมีอานุภาพรุนแรงมาก อีกทั้งเป็นพลังที่ได้จากการรวบรวมมาจากทุกสารทิศ จึงแบ่งเบาภาระพลังของผู้ใช้พลังได้อย่างอักโข จะเสียก็แต่ต้องใช้เวลารวบรวมนานพอดูกว่าจะปล่อยพลังออกไปได้ แต่หากปล่อยออกไปตรงเป้าหมาย ก็ถือว่าคุ้ม
ผมเองก็เพิ่งจะมีโอกาสให้ความสนใจกับทฤษฎีทางด้าน Human-Based Computation เหมือนกัน ผมชอบเทคนิคของทฤษฎีนี้นะ ไอ้เรื่องการให้ซอฟต์แวร์แบ่งขั้นตอนที่แน่นอน เพื่อส่งงานให้มนุษย์ช่วยทำเนี่ย ชอบจริง ๆ เพราะมันไม่ใช่การแบ่งงานให้กับคนเพียงคนเดียวช่วยทำ แต่มันหมายถึงการแบ่งงานให้คนเป็นแสน ๆ คนช่วยกันทำ โดยกระทำผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องให้มีมนุษย์คอยเจ้ากี้เจ้าการกำหนดกระบวนการใด ๆ
ซึ่งแบบนี้มันต่างจากทฤษฎี Distributed Computing ที่พวกเรารู้จักกัน ทฤษฎีนั้นเป็นการแบ่งงานย่อย ๆ ออกไปให้คอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องช่วยกันทำงาน โดยการสื่อสารกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่อย่างว่าแหล่ะ ยังไงคอมพิวเตอร์ก็คิดอะไรที่มีเงื่อนไขซับซ้อน ต้องใช้อารมณ์และเหตุผลในการตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นผมว่า Human-Based Computation น่าสนใจกว่า เพราะมันคือการสร้างซอฟต์แวร์ให้ใช้คนช่วยทำงานให้อ่ะ
ประเด็นก็คือจะไปหาที่เรียน Human-Based Computation จากที่ไหนกันล่ะเนี่ย? ทฤษฎีนี้มันน่าสนใจซะด้วยสิ เพราะดูท่าทางจะเป็นอนาคตของโลกอินเตอร์เน็ต โลกที่คอมพิวเตอร์หมดมุกที่จะคิด เลยพยายามใช้ลูกล่อลูกชน เพื่อให้มนุษย์ช่วยคิดแทนให้ยังไงล่ะ!!!
ป.ล. ถ้าหาเรียนที่ไหนไม่ได้ สงสัยงานนี้ต้องคิดเองแล้วกระมัง!!!
Technorati Tags: human-based computation, distributed computing, บอลเกงกิ, genki dama, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 12 ความคิดเห็น
เมืองไทยเราน่าจะมีตำรวจไซเบอร์ระดับพระกาฬอยู่ไม่เกิน 10 ท่านกระมังครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จบนายร้อยตำรวจในระดับปริญญาตรี แล้วจึงไปต่อปริญญาโททางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพื่อจะได้มีพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์แน่นปึ้กขึ้น จะได้เก่งทั้งด้านการสืบสวนสอบสวนและเรื่องคอมพิวเตอร์
ตำรวจไซเบอร์จะทำงานกันอยู่ที่ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยีครับ ซึ่งประเด็นที่ผมสนใจก็คือ ถ้าหากประเทศไทยเรามีตำรวจไซเบอร์ระดับพระกาฬอยู่ไม่เกิน 10 ท่าน แล้วคดีเป็นร้อยเป็นพันคดีที่เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตำรวจไซเบอร์จะตามสืบสวนสอบสวนได้หมดได้ยังไงล่ะเนี่ย?
Technorati Tags: ตำรวจไซเบอร์, ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, ความผิดทางเทคโนโลยี, คอมพิวเตอร์, กฎหมาย, ตำรวจ
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์, พิเศษ , 63 ความคิดเห็น
ปรกติแล้วผมมักไม่ค่อยจำชื่อของใครครับ ผมมักจะจำไม่ได้ ซึ่งแสดงว่าสมองในส่วนของ “การประมวลผลคำ” ของผมนั้น มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็น “หน้าคน” กับ “กิริยาท่าทาง” ของคน ๆ นั้นล่ะก็ ผมจะจำแม่นมากเลยล่ะ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือผมเป็นคนประเภท “จำหน้าได้ แต่จำชื่อไม่ได้” นั่นเอง
การที่เราจำหน้าคนได้ หรือจำกริยาท่าทางของคน ๆ นั้นได้ย่อมแสดงว่า สมองในส่วนที่ใช้สำหรับเปรียบเทียบของเรานั้น มันพัฒนาไปมากเลยครับ (อ้างอิง: Pattern Recognition) เพราะรายละเอียดการจำมันเยอะนะ ไอ้เจ้าหน้าคนกับกิริยาท่าทางเนี่ย มันมีตัวแปรเข้ามากระทบเยอะ อย่างเช่นถ้าเราคิดจะจำหน้าใครซักคนนึง พอผ่านไปซัก 5 ปี หน้าของคน ๆ นั้นอาจจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนตอนที่เราจำ ด้วยเหตุเพราะคน ๆ นั้นแก่ขึ้น, ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า, แต่งหน้าแต่งตา, เปลี่ยนทรงผม, อ้วนขึ้น, ผอมลง, ทำศัลยกรรม เป็นต้น
แต่ยังไงซะ ก็ยังมีเค้าโครงของใบหน้าเดิมอยู่ดี ซึ่งยังทำให้เราพอจะจำได้อยู่ ว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร เพียงแต่อาจต้องนึกนานหน่อย!!!
ปรกติแล้วพวกเรามักจะใช้ตัวอักษรหรือตัวเลขผสมกัน เพื่อใช้เป็นรหัสผ่านในการแสดงตนสำหรับเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ถูกมั้ยครับ? ผมว่ามันน่าจะสนุกกว่านะ ถ้าเราใช้รูปภาพเป็นกลไกในการแสดงตนแทน
ทีนี้ถ้าใช้รูปภาพวิวทิวทัศน์มันก็น่าเบื่อ ไม่เจริญหูเจริญตาซักเท่าไหร่ จะใช้รูปหน้าของตัวเองมันก็เห็นอยู่ทุกวัน ดูแล้วไม่แช่มชื่นหัวใจ งั้นใช้รูปดาราดีกว่า เอ้อ เข้าท่าอันนี้
ผมก็เลยว่าจะโม้ถึงระบบแสดงตนด้วยรูปภาพครับ อันนี้เป็นจินตนาการนะ มันยังไม่มีอยู่จริงหรอก โดยรูปภาพในการแสดงตนเพื่อเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของผมคือใบหน้าของ “แพนเค้ก” ก็แล้วกันครับ เห็นช่วงนี้งานเยอะดี ออกโทรทัศน์บ่อยเหลือเกิน ดังภาพข้างล่าง
รหัสผ่านของผมคือใบหน้า “แพนเค้ก” ทั้ง 3 ใบหน้านี้ครับ เรียงกันเป็นลำดับไปเลย จะเห็นว่าถ้ามีใครมาถามผมว่ารหัสผ่านของผมคืออะไร ผมก็จะตอบไปว่าเป็นใบหน้าของ “แพนเค้ก” เขาก็คงงงตึ้บไปเลย เพราะถึงรู้ว่าเป็นใบหน้าของใคร แต่ก็ไม่รู้ว่าใบหน้าที่ว่าเป็นยังไงอยู่ดี
จากนั้นระบบก็จะแสดงชุดใบหน้าของ “แพนเค้ก” มาให้ผมเลือกครับ ว่าหน้าไหนกันแน่ที่เป็นรหัสผ่านเข้าใช้ ดังรูปข้างล่าง
(more…)
ตามหาร่องรอย
22 กรกฎาคม 2007 11:22 am
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 9 ความคิดเห็น
หลังจากผมตามหามาหลายวัน ว่าหัวข้อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับแปลเป็นภาษาชาวบ้านของผม มันมีต้นตอในการเผยแพร่จากที่ไหน ในที่สุดผมก็ตามเจอแล้วครับ
นี่เลยครับ เริ่มจากตรงนี้เลย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จุดประกายวรรณกรรม คอลัมน์หน้ากระดาษบนฟ้า
หาตั้งนาน หาเจอจนได้
การตามหาร่องรอยของข่าวสารในโลกอินเตอร์เน็ตนี่ มันไม่ได้ตามหากันได้ง่าย ๆ เลยนะเนี่ย
Technorati Tags: พระราชบัญญัติ, ว่าด้วยการกระทำความผิด, เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, คอมพิวเตอร์, ข่าวสาร, Mr. PeeTai