WatchDog
29 ธันวาคม 2007 9:01 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 11 ความคิดเห็น
ถ้าเราแปลกันดื้อ ๆ คำว่า WatchDog ก็ต้องแปลว่า “เฝ้ามองหมา” อือม เราจะเฝ้ามองหมาไปหาพระแสงอะไร อาจเป็นได้ว่าหมามันจะมากัดเรา เราก็เลยต้องมองมันเอาไว้ก่อน เผื่อมันพุ่งเข้ามากัดเรา เราก็จะได้กระโดดเตะมันเลย ต่อไปมันจะได้หลาบจำไม่กล้ามากัดเราอีก
แปลงี้เหรอ? มันไม่มีความหมายอื่นอีกเหรอ? หุ ๆ มีสิ จริง ๆ แล้ว WatchDog ก็เป็นความหมายอื่นได้นะ คือเป็นอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่ง ซึ่งใช้สัญญาณไฟฟ้าในการหล่อเลี้ยงตัวมัน โดยหน้าที่ของมันนั้นง่ายมากนั่นก็คือ เมื่อใดก็ตามที่มันเห็นว่า CPU เกิดทำงานผิดขั้นตอนขึ้นมา หรือนิ่งไปเกินกว่ากำหนดเวลาที่ควรจะเป็น หรือทำ ๆ หยุด ๆ ออกอาการเอ๋อเป็นอัลไซเมอร์ เจ้าตัว WatchDog นี่ก็จะทำการตบกระโหลกของ CPU ให้ตื่นตัว โดยการส่งสัญญาณไป reset CPU ซะเลย แหมะ ถือเป็นการสั่งสอนที่รุนแรงจริง ๆ
ทำไมเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ถึงมีหน้าที่แบบนี้ล่ะ? ก็ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อมนุษย์เราไม่สามารถรวดเร็วพอที่จะรู้ว่า CPU มันเอ๋อแล้ว มันมั่วแล้ว มันควรจะถูก reset แล้วอ่ะดิ ดังนั้นจึงต้องเป็นหน้าที่ของ WatchDog ที่จะช่วย reset ระบบให้ แต่ CPU เองก็แสบไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ เพราะพอโดน WatchDog ทำการตบกระโหลกโดยการ reset ปุ๊ป พอ CPU มันฟื้นตัวได้ มันก็สวนหมัดใส่ WatchDog โดยการ restart ตัว WatchDog เหมือนกัน เรียกว่าสวนกันคนล่ะดอกเจ๊ากันไป
จริง ๆ แล้ว WatchDog ยังมีความหมายอื่นได้อีกนะ เช่นหมายถึง Module ตัวนึงใน Drupal ที่เอาไว้เก็บประวัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบ Drupal เอง!!!
จะเห็นว่าโดยนิยามทางคอมพิวเตอร์แล้ว WatchDog จึงเป็นได้ทั้งตัวตรวจจับแล้วลงมือ หรืออาจเป็นเพียงตัวตรวจจับเฉย ๆ ก็ได้!!!
ทีนี้สิ่งที่เป็นประเด็นก็คือ เราจะเห็นว่าระบบอัตโนมัติใด ๆ ก็ตาม ที่มนุษย์อย่างพวกเรานั้นไม่สามารถจะตามตรวจจับได้ทัน ด้วยเหตุเพราะมันรวดเร็วมาก ๆ หรือซับซ้อนมาก ๆ หรือมีขนาดใหญ่มาก ๆ มันจึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่เราจะมี WatchDog เอาไว้ เพื่อคอยตรวจสอบแล้ว reset ระบบทันที หากพบว่าระบบมันออกนอกลู่นอกทางไป
ระบบอัตโนมัติว่าสร้างยากแล้ว ผมว่าระบบ WatchDog เพื่อตรวจจับระบบอัตโนมัติยิ่งสร้างยากเข้าไปใหญ่ครับ
ป.ล. ผมเคยให้ผู้ร่วมงานสร้างระบบ WatchDog เพื่อ reset ระบบกรณีที่ดูท่าทางจะเอ๋อ แต่รู้สึกว่าผู้ร่วมงานผมจะเก่งไปหน่อยครับ เพราะระบบการตัดสินใจของ WatchDog ที่เขาสร้างมันเก่งจัด พอเห็นว่าระบบอัตโนมัติมีปัญหา มันเลยเข้าระดับ kernel แล้วสั่ง reboot ระบบปฏิบัติการเลย … เอ้อ การ reboot ระบบปฏิบัติการเป็นหน้าที่ของ Operator ครับ ไม่ใช่หน้าที่ของซอฟต์แวร์ T-T ผมเลยต้องให้เขาถอด WatchDog ออกครับ เพราะ WatchDog ทำเกินหน้าที่เกินไป
Technorati Tags: watchdog, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, ระบบ, อัตโนมัติ
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 9 ความคิดเห็น
คิดว่าข้อมูลที่เราจะเก็บในคอมพิวเตอร์ ควรจะละเอียดแค่ไหนดีล่ะ?
ถ้าเป็นการบันทึกข้อมูลลงบล็อก ผมก็คงจะบันทึกไว้ว่า …
25/12/2550 09:45 - ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกสดชื่นจัง คิดว่าถ้าได้ซดโอวัลตินตอนเช้ายิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่?
จริง ๆ บล็อกต้องสาธยายยาวกว่านี้ แต่ถึงจะยาวมันก็ไม่ละเอียดซักเท่าไหร่ ต้องทำความเข้าใจนิดนึงว่าข้อมูลที่ยืดยาว ไม่ได้หมายความว่ามันจะละเอียด
งั้นลองใหม่คราวนี้เป็นไมโครบล็อกบ้าง ผมก็คงจะบันทึกว่า …
25/12/2550 09:00 - ตื่นเช้า
25/12/2550 09:25 - ซดโอวัลติน
สมกับเป็นไมโครบล็อกจริง ๆ คือสั้น ๆ ได้ใจความดี!!!
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 3 ความคิดเห็น
ผมเคยได้ดูหนังอเมริกันอยู่สองเรื่องครับ เค้าโครงเรื่องแนววิทยาศาสตร์ทั้งคู่ ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วหนังทั้งสองเรื่องแทบไม่มีจุดไหนที่จะเหมือนกันเลย แต่บังเอิญผมจับประเด็นที่เหมือนกันได้จากทั้งสองเรื่องนั้น
ประเด็นที่จับได้ก็คือความพยายามในการจัดเก็บเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างไว้ทุกกระเบียดนิ้ว เพื่อจะได้สืบค้นได้ในเวลาที่ต้องการ!!
หนังอย่าง Final Cut พยายามจะบอกเราว่าต่อไปเราจะสามารถเก็บความทรงจำของเรา ความทรงจำตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายได้ โดยผ่านความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไมโครชิปและเทคโนโลยีการฝังไมโครชิปไว้ในสมอง อือม มันคงจะดีมั้ยล่ะเนี่ย ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราทุกกระเบียดนิ้วจะถูกเก็บเอาไว้ทั้งหมด!!!
ในขณะที่หนังอีกเรื่องนึง Deja Vu ใช้การนำเสนอเรื่องของการติดตามคดี ที่มีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากทีมวิทยาศาสตร์ ซึ่งบังเอิญว่าทีมงานดังกล่าวมีเทคโนโลยีอันล้ำยุค ที่จะสามารถเก็บรายละเอียดของชีวิตใครคนใดคนนึงเอาไว้ได้ผ่านมุมกล้องต่าง ๆ แล้วฉายออกมาให้เห็นเสมือนหนึ่งกำลังดู Reality ของชีวิตคน ๆ หนึ่ง ในทุก ๆ เวลาและทุก ๆ มุมมอง!!!
ปัจจุบันเราจะพบว่าถ้าเราเก็บหนังซักเรื่องนึงไว้ในฮาร์ดดิสก์ เบาะ ๆ ก็คงจะซัดเนื้อที่ไปเกือบกิ๊กแล้วใช่มั้ย? นี่ขนาดหนังเรื่องดังกล่าวมีมุมกล้องที่ถูกกำหนดตายตัวเอาไว้นะ ไม่ได้มีมุมกล้องอิสระตามแต่ใจว่าคนดูอยากดูมุมกล้องไหน!!!
แล้วถ้าจะเก็บเหตุการณ์ทุกอย่างไว้ทุกกระเบียดนิ้วล่ะ จะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บขนาดไหน?
ผมพบว่า Twitter กำลังเริ่มต้นในสิ่งที่เรียกว่า “การจัดเก็บเหตุการณ์ทุกกระเบียดนิ้ว” เป็นการจัดเก็บโดยเจ้าของเหตุการณ์เอง เหตุการณ์จะถูกเก็บอย่างละเอียดละออหรือเก็บอย่างหยาบ ๆ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของเหตุการณ์นั้น ๆ
แต่สิ่งที่ผมสนใจกว่าก็คือ เราอาจจะชอบ ถ้าเหตุการณ์ในชีวิตของเราทุกเหตการณ์ ถูกจัดเก็บไว้ทุกกระเบียดนิ้ว โดยที่ไม่ใช่ตัวเราเองเป็นผู้จัดเก็บ แต่จะเป็นใครก็ตามมาจัดเก็บให้เรา โดยได้รับการอนุญาตจากเราเป็นการเป็นงาน
และที่สำคัญที่สุดก็คือเราควรจะเลือกระดับของแต่ล่ะเหตุการณ์ได้ ว่าเหตุการณ์ใดของเรามีระดับชั้นความสำคัญแค่ไหน สำคัญมากจนเปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้เลย หรือไม่สำคัญเลยเปิดเผยให้ใครรู้ก็ได้
ถ้ามีระบบแบบนี้จริง ผมเองก็คงไม่อยากให้ใครได้รู้เหตุการณ์บางกระเบียดนิ้วของผมนะ เช่น เหตุการณ์ที่ผมตดในที่ทำงานในขณะที่กำลังประชุมอยู่ เป็นต้นน่ะ
Technorati Tags: เหตุการณ์, กระเบียด, นิ้ว, การจัดเก็บ, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 3 ความคิดเห็น
ธุรกิจไม่สามารถจะขับเคลื่อนได้เลยถ้าไม่มีทุนตั้งต้น เพราะทุนตั้งต้นเป็นปัจจัยสำหรับจัดหาวัตถุดิบ จัดจ้างแรงงาน และจัดซื้อเทคโนโลยีที่สำคัญในการผลิตและการบริการ
ถ้าอยากได้ทุนอันเกิดจากการแปลงซอฟต์แวร์เป็นทุน เราก็สามารถจะทำได้ (ตามทฤษฎี) โดยขอกู้ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank รู้สึกว่าต้องเขียนแผนธุรกิจแนบไปกับคำขอกู้เงินด้วยนะ เห็นเขาว่าอย่างนั้น!!!
แต่เรื่องจริงตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็คือมันเป็นเรื่องของทฤษฎี เอาเข้าจริงแล้วไม่มีใครปฏิบัติกัน เพราะอะไร? สงสัยคงเป็นเพราะความน่าเชื่อถือบ้างล่ะ เพราะมูลค่าของซอฟต์แวร์ที่จะเอามาค้ำประกันเงินกู้มันไม่มีคุณค่าพอบ้างล่ะ หรือแม้กระทั่งเพราะรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนอย่างต่อเนื่องบ้างล่ะ เป็นต้น
จริง ๆ แล้วภาครัฐน่าจะเปลี่ยนใหม่นะ คือในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าการแปลงซอฟต์แวร์เป็นทุนน่ะ ในทางปฏิบัติแล้วมันทำไม่ได้ง่าย ๆ งั้นเปลี่ยนใหม่ดีกว่ามั้ย? เปลี่ยนนโยบายเป็นอนุญาตให้บริษัทสามารถนำซอฟต์แวร์ที่ตนเองผลิตขึ้นมา มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้น่ะ น่าจะดีกว่าเน้อะ
เพราะในเมื่อปล่อยกู้ให้ลำบาก งั้นก็ขอเสียภาษีน้อยหน่อยก็แล้วกัน หรือถ้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีกล่ะก็ ก็ขอให้เอาซอฟต์แวร์มาเครดิตภาษีได้ยิ่งดี สิ้นปีภาษีจะได้ให้บริษัทไปขอคืนภาษีบ้าง ก็ไม่เลวเหมือนกัน
Technorati Tags: ซอฟต์แวร์, คอมพิวเตอร์, ทุน, การแปลง, สมมติฐาน
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 12 ความคิดเห็น
ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องถือสิทธิ์ถือเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ แล้ววิธีที่ประชาชนจะสามารถแสดงพลังของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยได้ก็มีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการไป “เลือกตั้ง”
การเลือกตั้งเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ต้องใช้งบประมาณสูงมาก ทั้งโดยรัฐเองและโดยพรรคการเมือง ผมไม่ชอบเลยนะกับการที่ต้องเสียเงินตั้งมากมายไปเพื่อการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณที่จะใช้ในการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และงบประมาณในการจัดจ้างคนมานับบัตรเลือกตั้ง
ทุกครั้งเห็นแบบนี้ทีไร ผมมักตั้งคำถามกับตัวเองทุกทีว่า … ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทำแทนไม่ได้เหรอ เร็วกว่าด้วย แม่นยำอีกต่างหาก!!!
มันเป็นจินตนาการที่สามารถจะเกิดขึ้นได้นะผมว่า แต่ … แต่อุปสรรคมันเยอะมากเลยล่ะ เพราะมันคงจะเกิดคำถามทางเทคนิคขึ้นมากมายว่า หากใช้ระบบคอมพิวเตอร์อำนวยความสะดวกในการลงคะแนน และอำนวยความสะดวกในการรวบรวมประมวลผลคะแนนแล้ว มันจะเชื่อถือได้มั้ย? จะมีการโกงกันหรือเปล่า? จะลักไก่กันหรือเปล่า? จะสืบค้นย้อนกลับได้หรือเปล่า? บรา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ถามกันให้เซ็งแซ่
แต่ผมว่าอย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องทางเทคนิคเหล่านั้นเลยนะ เพราะการที่ประเทศไทยเราจะสามารถก้าวหน้า ถึงขนาดหาญกล้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการเลือกตั้งแบบครบวงจรได้นั้น ต้องผ่านกำแพงเหล็กกล้าหนาราว 100 เมตรถึงสามชั้นให้ได้ก่อนครับ
(more…)