บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 8 ความคิดเห็น
ปี พ.ศ. 2552 จะเป็นปีที่ …
- พลเมืองอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ จะสนใจการสร้างเนื้อหามากขึ้น จากที่เคยเป็นเพียงคนส่วนน้อยที่สร้างเนื้อหา
- พลเมืองอินเทอร์เน็ตส่วนน้อย ซึ่งเป็นผู้สร้างเนื้อหาส่วนใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ต จะอ่อนกำลังลง
- เนื้อหาบนโลกอินเทอร์เน็ตซึ่งมีรูปลักษณ์แค่เพียงมิติเดียว จะถูกละเลย แต่เนื้อหาที่มีรูปลักษณ์หลายมิติ กลับจะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น
- พลเมืองอินเทอร์เน็ต จะเริ่มโหยหาอินเทอร์เน็ตมากขึ้น
- การให้บริการ Video Sharing จะเปลี่ยนจาก Single Streaming เป็น Multi-Streaming
- เครื่องมือซึ่งอำนวยความสะดวกสูงสุดในการสร้างเนื้อหา จะมีคุณค่าทัดเทียมกับเนื้อหาที่มีเอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียว
- กล้องวงจรปิด จะกลายเป็นสินค้ายอดนิยมพอ ๆ กับกล้องถ่ายรูปดิจิทัล
- เมื่อถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ พลเมืองอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ จะลาพักผ่อนเพื่อไปเป็นพลเมืองบนโลกแห่งความจริงอย่างเต็มตัว
- พลเมืองอินเทอร์เน็ต จะไม่เหงาอีกต่อไป!!!
และนี่คือคำทำนายแนวโน้มของ Software as a Service ในปี พ.ศ. 2552 (แบบคิดเอาเอง) ของผมครับ
Technorati Tags: SaaS, Software as a Service, คำทำนาย, แนวโน้ม
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 6 ความคิดเห็น
ไหนลองมาดูกัน …
ถ้าเราเป็นคนไทยทั่วไป … กระทรวงมหาดไทย
ถ้าเราเรียนหนังสือ … กระทรวงศึกษาธิการ
ถ้าเราเป็นผู้ชายที่อายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ … กระทรวงกลาโหม
ถ้าเราเป็นลูกจ้าง … กระทรวงการคลัง และ กระทรวงแรงงาน
ถ้าเรามีรถยนต์ส่วนตัว … กระทรวงคมนาคม
ถ้าเรามีอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว … กระทรวงมหาดไทย
ถ้าเราต้องไปเมืองนอก … กระทรวงการต่างประเทศ
ถ้าเรามีสิทธิ์เลือกตั้ง … สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ถ้าเราเป็นเจ้าของกิจการ … กระทรวงการคลัง หรือ กระทรวงพาณิชย์ หรือ กระทรวงอุตสาหกรรม หรือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ถ้าเรามีข้อพิพาททางอาญา … สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศาลอาญา หรือ กระทรวงยุติธรรม หรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ถ้าเรามีข้อพิพาททางแพ่ง … ศาลแพ่ง หรือ กระทรวงยุติธรรม
ถ้าเรามีข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ … ศาลปกครอง หรือ กระทรวงยุติธรรม หรือ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
จะเห็นว่า … ยิ่งเรามีธุระซึ่งเป็นไปตามอำนาจแห่งกฎหมายมากเท่าไหร่ ข้อมูลส่วนตัวของเราก็ยิ่งกระจัดกระจายไปตามหน่วยงานรัฐมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และข้อมูลพวกนี้มันก็สำคัญซะด้วยสิ เพราะถึงแม้ข้อมูลส่วนตัวที่เป็นส่วนหลัก ๆ ของเรา ซึ่งกระจายอยู่ตามหน่วยงานรัฐจะเหมือน ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชน ชื่อ หรือ นามสกุล แต่ข้อมูลที่เป็นรายละเอียดมันกลับต่างกันอ่ะดิ
ดังนั้นมันย่อมต้องเป็นที่หมายปองของกลุ่มทุน ที่คิดจะหากินกับการ Mashup ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนอย่างแน่นอน!!
คิดว่าในอนาคตข้างหน้า นักการเมืองไทยคงจะเลิกกินหัวคิวจากการทำถนน, สร้างเขื่อน, สร้างอาคาร หรือ ถมที่ แล้วมาหากินกับการหักหัวคิวจากการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ให้มันมารวมกันแหงม ๆ เลย
ศตวรรษแห่งการคอรัปชั่นข้อมูลของประชาชนมาถึงแล้ว อิ อิ
Technorati Tags: ข้อมูลส่วนตัว, หน่วยงานรัฐ, Mashup, กลุ่มทุน, นักการเมือง
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน, พิเศษ , 13 ความคิดเห็น
ผมจำได้ว่าเคยเล่าเรื่องการเข้ารหัสถอดรหัสที่เป็นจริงเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว (อ้างอิงจาก : อวสานรหัสผ่าน) ซึ่งมันมีกลไกเป็นดังภาพข้างล่าง
ก็อย่างที่เห็นอ่ะครับ มันไม่ได้เป็นการถอดรหัส มันก็แค่เอาไอ้ที่เข้ารหัสมาเทียบกันก็เท่านั้นเอง!!!
บังเอิญว่าพักหลังผมเริ่มเห็นเว็บไซต์ที่ให้บริการถอดรหัสเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการถอดรหัส MD5 นี่เห็นมีเยอะเชียวแหล่ะ ก็เลยคิดว่าใครหลาย ๆ คนอาจจะตกใจว่า เฮ้ย! ทำยังไงดี แบบนี้ MD5 มันก็ใช้ไม่ได้ ไม่ปลอดภัยแล้วอ่ะดิ?
คงต้องบอกไว้ก่อนว่าไม่ต้องตกใจไป เว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้ถอดรหัสได้จริง ๆ หรอก เขาก็แค่ขยันเข้ารหัสก็เท่านั้นเอง!!
ภาพข้างล่างอธิบายกลไกที่แท้จริงของเว็บไซต์เหล่านั้น
จะเห็นว่าการที่เว็บไซต์เหล่านั้นมีปัญญาถอดรหัสได้ ก็เพราะว่าเขาตั้งหน้าตั้งตาเข้ารหัสคำหรือประโยคที่เป็นไปได้ แล้วรวบรวมเก็บเอาไว้ในรูปของฐานข้อมูล Cypher Text จากนั้นก็เอา Cypher Text ที่มีมาเปรียบเทียบกับ Cypher Text ที่ผู้ใช้ใส่เข้ามา แล้วตรวจดูว่ามันตรงกันมั้ย ซึ่งหาก Cypher Text มันตรงกัน ระบบก็จะนำเอา Plain Text ที่จับคู่กับ Cypher Text นั้น ๆ ออกมาแสดงผล
ดังนั้นการที่พวกเราเคยได้ยินกันว่า เดี๋ยวนี้คอมพิวเตอร์ระดับอภิมหายักษ์สามารถที่จะถอดรหัสยาก ๆ ได้ในเวลาไม่นาน เราก็คงจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่า มันไม่ได้ถอดรหัสได้จริง ๆ หรอก มันก็แค่ขยันเข้ารหัสมากกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเป็นพัน ๆ เท่า … ก็เท่านั้นเอง!!!
Technorati Tags: เข้ารหัส, ถอดรหัส, Plain Text, Cypher Text, ฐานข้อมูล
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ, สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น
เมื่ออดีตกาลนานมาแล้ว ในปลายราชวงศ์ฮั่นแห่งจักรวรรดิ์จีน ได้มีบุรุษกระเดื่องนามถือกำเนิดขึ้น ซึ่งหากเราเรียกชื่อของเขาด้วยสำเนียงจีนกลาง บุรุษผู้นั้นก็จะมีชื่อเรียกว่า “จูเก่อเลี่ยง” แต่ชื่อนั้นของเขามักไม่เป็นที่รู้จักกันนัก หากเทียบกับชื่อ “ขงเบ้ง” อันลือลั่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในโลกใบนี้
ในระดับผู้บริหารจัดการ สิ่งที่จำเป็นที่จะต้องทำที่สุดก็คือ การมองภาพใหญ่ของงานทั้งหมด จากนั้นก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า อะไร, ที่ไหน, อย่างไร, เมื่อไหร่, ใคร และ เท่าไหร่?
เมื่อได้คำตอบครบถ้วนแล้ว ในฐานะผู้บริหารจัดการ ก็ต้องมีการเรียกประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ พร้อมทั้งมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมถึงชี้แจงให้ทีมงานตระหนักถึงความพร้องเพรียงในการทำงานร่วมกัน และหลังจากนั้น ผู้บริหารจัดการก็จะทำหน้าที่เพียงเฝ้าจับตาดูทุก ๆ หน่วยการทำงาน ว่าทำงานได้สอดคลองกับกลยุทธ์โดยรวมหรือไม่!!!
ขงเบ้งถือเป็นผู้บัญชาการรบที่มีกลยุทธ์เฉพาะตัว เพราะไม่ใช้วิธีการประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการรบ หากแต่จะใช้วิธีเขียนสิ่งที่ตนเองต้องการให้ทำลงบนกระดาษ จากนั้นบรรจุเอาไว้ในถุงผ้า แยกเอาไว้สำหรับแม่ทัพนายกองแต่ล่ะคน แล้วจึงค่อย ๆ เรียกแม่ทัพนายกองแต่ล่ะคนเข้ามารับถุงผ้า พร้อมทั้งกำชับว่าเมื่อได้อ่านสิ่งที่ให้ทำบนกระดาษแล้ว ห้าทำพลาดและห้ามแพร่งพรายให้แม่ทัพนายกองคนอื่นรู้เด็ดขาด!!!
กลยุทธ์แบบนี้มีข้อดีข้อเสียให้สาธยายได้มากมาย แต่ข้อเด่นที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องแยบคายก็คือ
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 10 ความคิดเห็น
ตอนนี้ Hi5 เป็นที่นิยมเหมือนกับไฟป่า ใคร ๆ ก็มี Hi5 เป็นของตัวเอง และก็ต้องการจะให้ Hi5 ของตนสวยเด้งดังใจปรารถนา ดังนั้น พวกเขาทั้งหลายจึงพยายามแสวงหาสิ่งตกแต่งนานับประการ มาประเคนใส่ Hi5 ที่ตนเองเป็นเจ้าของอยู่ ไม่ว่าสิ่งที่แสวงหานั้นจะเป็น ภาพ, เสียง, คลิปวีดีโอ, ลวดลาย หรือ สีสันต่าง ๆ
พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้คอมพิวเตอร์ก็ได้ เพราะมีเว็บไซต์ต่าง ๆ แจกจ่ายลูกเล่นเหล่านั้นให้ ซึ่งเหล่าสาวกก็เพียงนำลูกเล่นดังกล่าวมา “แปะ” เอาไว้ที่ Hi5 ของตนก็พอ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่พวกเขาเอามา “แปะ” นั้น มันมีชื่อเรียกด้วยศัพท์ที่ถูกบัญญัติอย่างเก๋ไก๋ว่า Cascading Style Sheets Level 2 Revision 1 แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ที่เว็บไซต์ต่าง ๆ แจกจ่ายให้นั้น มันยังใช้คุณสมบัติของ CSS แค่กะปิ๊ดเดียวเอง!!
Cascading Style Sheets หรือ CSS เป็น ภาษาสไตล์ชีต ใช้ในการจัดรูปแบบของเอกสารที่เขียนในภาษามาร์กอัป CSS เป็นภาษาที่สำคัญตัวหนึ่งในการเขียนเว็บเพจ ซึ่งเขียนในภาษา HTML และ XHTML แต่ก็ยังสามารถประยุกต์ใช้กับใน XML ซึ่งรวมถึง SVG และ XUL ด้วย มาตรฐาน CSS นั้น สร้างโดยกลุ่ม World Wide Web Consortium (W3C)
เพื่อความบันเทิงแล้ว เหล่าสาวก Hi5 ถึงกับยอมเรียนรู้ CSS แบบ “ครูพักลักจำ” และพวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าตนเองได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน CSS ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
มันทำให้ผมคิดว่าคนไทยเราสามารถทำอะไรยาก ๆ ได้ หากมีความบันเทิงเป็นแรงจูงใจหลักในการเหนี่ยวนำ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมพบว่ามันเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็น …
- การที่เด็กไทยสามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นในเกมแฟมิคอมได้ โดยไม่เคยไปลงทะเบียนเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อน
- การที่เด็กไทยสามารถร้องเพลงต่างประเทศได้ โดยไม่เข้าใจความหมายของเนื้อร้อง
- การที่เด็กไทยใช้บริการ Web Application ของฝรั่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษ
- การที่เด็กไทยสามารถแต่ง Hi5 ได้ โดยไม่ต้องเข้าใจหรือรู้จัก HTML, XHTML, CSS และ JavaScript เลย
ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะสามารถสร้าง Software as a Service ขึ้นมาซักตัวนึง โดยให้มันเป็นตัวจูงใจเหนี่ยวนำ เพื่อให้เด็กไทยช่วยสร้างผลผลิตได้ โดยเด็กไทยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ เลย
อือม ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าถ้า Hi5 สร้างภาษา script เต็มรูปแบบ (เหมือน Facebook) เพื่อให้เหล่าสาวกสามารถสร้าง Web Application สำหรับทำงานบน Hi5 ได้ … ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าเด็กไทยอาจจะปรับแต่งโปรแกรมกันเป็น โดยไม่รู้ว่าที่ตัวเองกำลังทำอยู่คือการเขียนโปรแกรมก็ได้ ใครจะรู้ ;-P
คราวนี้แหล่ะ เมืองไทยเราจะได้มีโปรแกรมเมอร์กองหนุนเยอะ ๆ ซะที ฮา ^-^
Technorati Tags: แต่ง Hi5, Hi5, CSS, Software as a Service, SaaS, คอมพิวเตอร์, Web Application