บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 6 ความคิดเห็น
ผมว่าผมไม่ได้คิดไปเองนะ แต่ทุกครั้งที่ค้นคลิปบน Youtube ด้วยภาษาไทย จะเจอกับปัญหาดังต่อไปนี้
1. ใส่คำเดียวยังพอค้นได้ แต่ถ้าใส่มากกว่าหนึ่งคำ มันจะเริ่มเอ๋อไม่เข้าใจแล้ว
2. ค้นด้วยคำแบบนึง มันก็จะแถไปแนะนำคำอีกแบบนึง
3. หนักข้อที่สุดก็คือ คำที่ต้องการจะค้นน่ะหาไม่เจอ แต่ไปเจอคำอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้คล้ายกันเล้ย
ไม่รู้นี่เป็นสาเหตุหรือเปล่า ที่ทำให้คนไทยซึ่งอัพโหลดคลิปวีดีโอไปไว้ที่ Youtube เอือมระอาจนไม่อยากตั้งชื่อคลิปเป็นภาษาไทย!!!
อือม แต่ Youtube ก็เข้ารหัสเป็น UTF-8 นี่นา แถมถูกซื้อด้วย Google ไปแล้วด้วย … งั้นมันก็น่าจะค้นให้มันฉลาดหน่อยไม่ได้เหรอ?
หรือว่าภาษาไทยมันมีคนใช้น้อย เขาก็เลยไม่ได้เน้นให้กลไกมันค้นภาษาไทยเป็น?
การกล่าวหาที่เลื่อนลอยดูจะไร้น้ำหนัก อีกทั้งยังทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นมันคงเป็นการดีกว่า ถ้าผมลองเข้าไปค้นดูใน Youtube APIs หัวข้อ Searching for videos เพื่อดูว่าโดยแก่นแล้ว Youtube เ้อื้ออำนวยต่อการค้นหาคลิปวีดีโอที่ถูกตั้งชื่อเป็นภาษาไทยหรือเปล่า?
จากการตรวจสอบใน Custom query parameters for the YouTube Data API มันทำให้ผมได้รู้ว่า Youtube มีพารามิเตอร์ให้กำหนดเจาะจงได้ด้วยว่ะ ว่าเราอยากจะค้นคลิปซึ่งมีหัวข้อหรือรายละเอียดเป็นภาษาใด?
The lr parameter restricts the search to videos that have a title, description or keywords in a specific language. Valid values for the lr parameter are ISO 639-1 two-letter language codes. You can also use the values zh-Hans for simplified Chinese and zh-Hant for traditional Chinese. This parameter can be used when requesting any video feeds other than standard feeds.
งั้นผมก็ได้ข้อสรุปแล้วล่ะ … ข้อสรุปที่ว่า Youtube ไม่ได้ละเลยกลไกในการค้นหาคลิปที่เป็นภาษาท้องถิ่น เพียงแต่ Youtube ไม่ได้บรรจุกลไกดังกล่าวเอาไว้เป็นมาตรฐานที่หน้าเว็บเค้าก็เท่านั้นเอง ส่วนถ้าใครอยากจะค้นหาคลิปวีดีโอที่เป็นภาษาท้องถิ่น ก็ต้องลงมือสร้างกลไกเสริมด้วย Youtube APIs ที่เปิดช่องเอาไว้ พร้อมทั้งระบุพารามิเตอร์ของภาษาท้องถิ่นที่ต้องการด้วยตัวเอง … ก็เท่านั้น
อือม เริ่มจะมองเห็นแล้วว่า SaaS สำหรับการค้นหาคลิปวีดีโอซึ่งมีหัวข้อและรายละเอียดเป็นภาษาไทยบน Youtube มันน่าจะมีประโยชน์ขึ้นมาบ้างแล้ว งั้น …
ใครก็ได้ช่วยทำมันที ได้โปรด T-T ผมหาคลิปบน Youtube ยากเหลือเกิน!!!
Technorati Tags: Youtube, Youtube APIs, คลิป, คลิปวีดีโอ, วีดีโอคลิป
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ, สมมติฐาน, พิเศษ , 5 ความคิดเห็น
ทุกคนที่เข้ามาในอินเทอร์เน็ตล้วนมีความเชื่อฝังใจที่เหมือนกันนั่นก็คือ ทุกอย่างที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตล้วนเป็นของฟรี!!
หนำซ้ำ บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอินเทอร์เน็ตของโลก ก็ล้วนฝังความเชื่อดังกล่าวให้แนบแน่น ด้วยการออกบริการต่าง ๆ ให้ใช้กันฟรี ๆ อีกต่างหาก
เรียกว่าเป็นการตอกตะปูปิดฝาโลง ไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเพื่อไปเชื่อในแบบอื่นอีก!!!
มันก็เลยทำให้การทำธุรกิจ SaaS เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก … หลายคนก็เลยต้องไปหาส่วนต่างจากการทำธุรกิจ Web Hosting แทน เพราะถึงแม้จะมีรายจ่ายเดือนล่ะเป็นแสน ๆ แต่เมื่อหักกลบลบกับรายรับแล้ว ก็ยังพอเหลือส่วนต่างกำไร 2x,xxx บาท … ซึ่งก็ยังดี พอถูไถไปได้!!!
แล้วถ้าเราจะฝืนทำธุรกิจ SaaS ต่อไป โดยไม่สนใจว่าความเชื่อฝังหัวของคนใช้อินเทอร์เน็ตจะเป็นยังไง … เราต้องทำยังไงดี?
งั้นเราก็ต้องเชื่อใน Best Practice ตามภาพข้างล่างแล้วล่ะ …
ภาพข้างบนอธิบายง่าย ๆ ว่า เมื่อ SaaS ของเรามีคนเข้ามาเมียง ๆ มอง ๆ ซัก 100 คน!
เราก็หวังว่าจะมีซัก 30 คนจาก 100 คนในนั้น ที่คิดจะสมัครเป็น “สมาชิก” เพื่อใช้บริการ SaaS ของเรา!
และสุดท้ายก็หวังว่าจะมีซัก 5 คนจากสมาชิกจำนวน 30 คน ที่จะยอมสมัครเป็น “สมาชิก VIP” แล้วยอมจ่ายตังค์ค่าบริการ SaaS ให้แก่เรา!!!
มองจาก Best Practice แล้ว การทำธุรกิจ SaaS ก็ไม่ต่างอะไรจากการทำ “เหมืองแร่” เลย พับผ่าสิ T-T
Technorati Tags: โมเดล, ธุรกิจ, SaaS, Best Practice
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 10 ความคิดเห็น
ผมไม่ค่อยแข็งแรงวิชาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซักเท่าไหร่ เพราะตอนเรียนไม่ได้สนใจมากนัก วิชาความรู้ก็เลยคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว
วันนี้เลยว่าจะมารื้อฟื้นเกี่ยวกับ “สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์” ใหม่ดูดีกว่า ว่ายังเข้าใจถูกหรือเปล่า?
งั้นมาเริ่มกันเลย …
แบบที่ 1 สถาปัตยกรรมแบบ Client / Server
- Client ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ หลาย ๆ ตัว พากันระดมขอใช้ทรัพยากรจาก Server ตัวใหญ่ ๆ แค่ตัวเดียว
- สถาปัตยกรรมนี้ถูกใช้โดยทั่วไปในระบบคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เช่น ระบบค้าปลีก เป็นต้น
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 7 ความคิดเห็น
ส่วนใหญ่แล้วเว็บไซต์ที่ดัง ๆ และมีคนเข้าเยอะ ๆ มักจะสร้าง core engine ด้วยตนเอง มันก็เลยมีลักษณะผูกขาดกลาย ๆ ไปในตัว เพราะผู้อื่นลอกเลียนแบบได้ยาก
แต่ก็เพราะเป็น core engine ของตัวเองอีกนั่นแหล่ะ จึงทำให้เมื่อต้องมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น ก็ต้องออกแรงหืดขึ้นคอกันทุกที เนื่องจาก core engine ที่สร้างขึ้นไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของ best practice จึงไม่สามารถที่จะหาความช่วยเหลือจากที่ใด ๆ ได้
ผมมองว่าเว็บไซต์รุ่นใหม่ ๆ จะเข้ามาท้าทายเว็บไซต์รุ่นเก่า ๆ (ที่ดังอยู่ก่อนแล้ว) ด้วยเครื่องทุ่นแรงนานับประการ ซึ่งถ้าเครื่องทุ่นแรงที่ว่าคือ Open Source Software ตัวเดี่ยว ๆ ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่หากว่ามันเป็น Open Source Software หลาย ๆ ตัวที่ผูกเชื่อมเข้าด้วยกัน กลายเป็น Enterprise Package ขนาดใหญ่ … อันนี้สิน่ากลัวจริง
เพราะมันหมายถึงการลดต้นทุนในการสร้างซอฟต์แวร์อย่างมหาศาล อีกทั้งยังสามารถผลิตหรือปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการด้วยระยะเวลาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และยังไม่นับรวมถึงมาตรฐานใหม่ ๆ ที่ประเดประดังเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย!!!
พอมองภาพแล้วจึงเห็นว่า คนที่รักจะสร้าง core engine ด้วยตัวเอง คงจะต้องแพ้เครื่องทุ่นแรงแล้วกระมัง!
Technorati Tags: รักแท้, พ่ายแพ้, เครื่องทุ่นแรง, core engine, best practice, open source software
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ, สมมติฐาน, พิเศษ , 4 ความคิดเห็น
ยุคนี้ใคร ๆ ก็ต้องถือว่า “เงิน” คือ “พระเจ้า” กันทั้งนั้น เพราะถ้าไม่มี “เงิน” เราก็คงใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้แหงม ๆ
โดยเฉพาะในสภาวะสังคมเช่นนี้ สภาวะสังคมที่เราต้องพึ่งคนอื่น เพราะเราไม่สามารถจัดหาทุกสิ่งทุกอย่างให้กับตัวเราเองได้ …
ดังนั้นเราจึงต้องจ่าย “เงิน” เพื่อให้ได้มาซึ่งโภคภัณฑ์, ครุภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์, ละมุนภัณฑ์ หรือ กระด้างภัณฑ์ อะไรก็แล้วแต่ มาใช้ในการอุปโภคและบริโภค เพื่อต่ออายุให้เรามีชีวิตอยู่รอดไปวัน ๆ!!!
โดยพื้นฐานแล้วการจ่าย “เงิน” ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยากนัก แต่เนื่องจากมีอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น มันก็เลยทำให้การจ่าย “เงิน” กลายเป็นเรื่องยากไป … เพราะมนุษย์เรามันไม่ค่อยจะเชื่อใจกันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้านี่ยิ่งเชื่อใจกันยาก
ดังนั้น นวัตกรรมแห่งการจ่าย “เงิน” ผ่านอินเทอร์เน็ตจึงถูกคิดค้นขึ้น และต่อยอดกันขึ้นไปประดุจดั่ง “หอคอยแห่งพระเจ้า” เพื่อแก้ปัญหาความไม่เชื่อใจกันของมนุษย์ปุถุชน ที่ริจะค้าขายกันผ่านอินเทอร์เน็ต!!!
(more…)