บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 10 ความคิดเห็น
จากการที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการคอมพิวเตอร์มาหลายปี ทำให้ผมได้ยินได้ฟังเรื่องเล่ากล่าวขวัญ ถึงตำนานลึกลับเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มามากมาย ซึ่งตำนานเหล่านั้นล้วนไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ โดยสามารถอธิบายตำนานต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้
- ถ้าคุณเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเครื่องมันไม่ติด แสดงว่าต้องมีผีมากินไฟที่เครื่องแน่นอน ให้แก้ไขโดยการเอาปลั๊กไฟไปเสียบที่เต้าไฟฟ้าซะ
- ถ้าคุณพบว่าจอภาพคอมพิวเตอร์ไม่ติด แต่ตัวเครื่องมีไฟฟ้าไหลเข้าและติดดี แสดงว่าต้องมีผีสิงอยู่ในการ์ดจอ ให้แก้ไขโดยการตบตัวเครื่องหนัก ๆ หลาย ๆ ที เพื่อให้การ์ดจอเข้าที่ แล้วผีมันก็จะออกไปเอง
- ถ้าคุณเปิดเครื่องแล้วได้ยินเสียงดัง ตู๊ด….ตู๊ด…………..ตู๊ด…ตู๊ด…………. ให้สันนิษฐานไว้เลยว่า RAM ของคุณโดนไสยเวทย์เข้าให้แล้ว ให้แก้ไขโดยการถอดเอา RAM ออกมาถูด้วยยางลบปลุกเ้สก แล้วเปลี่ยน Slot เสียบ RAM ซะ แล้วไสยเวทย์มันจะเสื่อมไปเอง
- ถ้าคุณพบว่าจอภาพ LCD ของไม่ยอมติด แต่ไฟปิดเปิดจอกระพริบเป็นจังหวะ แสดงว่าจอภาพของคุณต้องมนต์สะกด ให้แก้ไขโดยการบีบ ๆ จอ LCD หรือตบ ๆ จอ LCD แล้วจอของคุณก็จะคลายจากมนต์สะกดเอง
- ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีพอร์ต USB แต่มันกลับไม่เป็นที่รู้จักโดยระบบปฏิบัติการ แสดงว่ามีวิญญาณชั่วร้ายสถิตอยู่ใน CMOS ให้คุณเข้า CMOS แล้วบอกมันไปว่าคุณน่ะมี USB นะจะบอกให้ แล้ววิญญาณชั่วร้ายก็จะหายไปโดยพลัน
- ถ้าคุณเจอผีร้ายที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่งสิงสู่คอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ จนกระทั่งคุณไม่สามารถปราบมันเองได้ ก็ขอแนะนำให้คุณผนึกมันเอาไว้ แล้วส่งมันไปให้กับหมอผีจอมขมังเวทย์ ผู้ซึ่งพำนักอยู่ตาม Counter Service ช่วยปราบต่อไป
และถึงแม้โลกจะผ่านไปอีกหลายปีเพียงใด ตำนานลึกลับเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็ยังคงมีอยู่ต่อไป …. หุ ๆ
Technorati Tags: ตำนาน, ลึกลับ, คอมพิวเตอร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร, Review , 22 ความคิดเห็น
ในที่สุด Notebook ยี่ห้อ Acer รุ่น TravelMate ของผมซึ่งใช้มาแล้วกว่า 6 ปีก็ถึงกาลปาวสานจนได้ หลังจากที่เจ๊งหลายแห่งจนผมต้องส่งซ่อม แล้วช่างก็โทรมาแจ้งข่าวดีแก่ผมว่า ไม่สามารถจะซ่อมให้ได้ เนื่องจากไม่มีอะไหล่จะเปลี่ยนให้แล้ว อือม เป็นข่าวดีโคตร ๆ เชียวแหล่ะ
ผมจำได้ว่าเคยโม้เอาไว้เมื่อหลายครั้งก่อนว่า ถ้าต้องซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ผมจะซื้อ Netbook ซึ่งผมก็คิดแบบนั้นจริง ๆ แต่บังเอิญว่าด้วยเหตุผลทางเทคนิค ทำให้ผมจำเป็นจะต้องซื้อ Acer eMachines แทน โดยยึดตามความงกและความเคี่ยวของผมเป็นหลัก และเมื่อจัดหามาใช้แล้ว ผมก็เลยจะนำเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ Acer eMachines มาเล่าสู่ให้อ่านกันดังนี้
- มุมล่างขวาของจอภาพเขียนไว้ว่า “eMachines D725″
- เครื่องมีสเป๊คประมาณ CPU 2.0 GHz, HD 250GB และ RAM 1GB เป็นต้น
- มีการติดตั้ง Linpus Linux มาให้ แบบว่าโฆษณาเลยว่าแกะกล่องมาก็ใช้ได้เลย
- แต่ติดตั้ง Linpus Linux มาไม่สมบูรณ์ T-T เพราะ Boot เสร็จแล้วจะไม่เข้า GUI คือเป็นหน้าจอคลาสิคแบบ Text Mode แถม mount อะไรก็ไม่เจอซักอย่าง
- ถ้าอยากจะใช้ Linpus Linux ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์ ISO มาเผาใส่แผ่น CD แล้วมาติดตั้งเอง
- Linpus Linux ซึ่ง Boot จากแผ่น CD สามารถจะใช้ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งลงไปใน Harddisk แถมเก่งอีกต่างหาก เพราะรู้จักอุปกรณ์ทุกตัวบน eMachines ราวกับว่าเคยสนิทกันมาแต่ชาติปางก่อน
- GUI ของ Linpus Linux น่ารักน่าเอ็นดู คิกขุ อาโนเนะ แต่แสดงผลภาษาไทยไม่ได้ใจเท่าไหร่ เห็นแล้วนึกถึง Browser รุ่นแรก ๆ ที่ไม่รู้จักภาษาไทย T-T
- เพิ่งจะรู้จัก Serial ATA หรือ SATA จากการเข้าไปดูใน BIOS และก็เพิ่งจะรู้ว่าถ้าจะลง Windows Vista หรือ Linux ให้เลือก SATA เป็น AHCI แต่ถ้าจะลง Windows XP ต้องเลือก SATA เป็น IDE
- เสียงออกจากลำโพงดังและคมชัดพอสมควร จนกระทั่งไม่จำเป็นจะต้องต่อลำโพงแยกต่างหาก
- คู่มือแย่ชะมัด บอกแต่วิธีติดตั้ง นอกนั้นไม่บอกอะไรเลย
- มีแผ่น Resource CD มาให้ ตอนแรกนึกว่าเป็นแผ่น Linpus Linux Lite รุ่น 9.2 แต่ที่ไหนได้ กลับเป็นแผ่น Driver ของ Windows XP และ Windows Vista แทน
- คนขายทำหน้างง ๆ ตอนที่บอกว่าจะไม่จ่ายเพิ่มให้ 500 บาทสำหรับเป็นค่าติดตั้ง แถมงงหนักเข้าไปอีกเมื่อผมบอกว่า ที่เลือกซื้อ eMachines ก็เพราะอยากจะใช้ Linpus Linux (แต่คนขายดันบอกว่าเป็นเครื่องเปล่า ขี้จุ๊จริง ๆ)
- ใช้ Notebook Acer ตั้งนาน ไม่เคยรู้เลยว่าศูนย์ซ่อมอยู่แถวถนนพระราม 3 ฝั่งพระนคร เพิ่งจะรู้ก็คราวนี้แหล่ะ
- ดูจากสภาพแล้วน่าจะทนมือทนเท้าได้ดี อายุการใช้งานน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงประมาณ 5 ปีขึ้นไป
โดยสรุปแล้ว ผมก็ว่า มันก็ … โอเคดีเหมือนกันนะ
Technorati Tags: Notebook, Acer, eMachines
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 5 ความคิดเห็น
ปัจจุบัน Search Engine ชื่อดังล้วนเปิดให้เราค้นหารูปภาพได้ โดยการใส่คำค้นที่เราต้องการลงไป แล้วมันก็จะจัดแจงแสดงภาพที่เกี่ยวข้องกับคำค้นออกมา!!!
แต่ถ้ารูปภาพที่เราต้องการค้นนั้น มันไม่มีคำให้ค้นล่ะ อือม หมายถึง … ยกตัวอย่างเช่น มีใครซักคนนึงวาดรูปโลโก้ของผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งมาให้เรา แถมวาดออกมาก็ไม่เหมือนของจริงซะทีเดียว แค่คล้าย ๆ อ่ะ แล้วก็มาถามเราว่าจะค้นจากคอมพิวเตอร์ได้มั้ย? ว่ารูปโลโก้ดังกล่าวมันเป็นของสินค้ายี่ห้ออะไร?
เอ่อ … งั้นก็คงต้องตอบว่า ไม่ได้อ่ะ ไอ้เจ้า Google กับ Yahoo มันทำไม่ได้ T-T
สาเหตุที่ต้องตอบว่าไม่ได้ก็เพราะว่า การค้นของ Search Engine มันไม่ได้ใช้เทคนิค Pattern Recognition อ่ะดิ แต่ถ้าจะให้มนุษย์ค้นให้ล่ะก็ซำบายมาก เพราะสมองของมนุษย์เรานั้นได้บรรจุกลไกของ Pattern Recognition เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ต่อให้รูปภาพต้นแบบมันจะบิดเบี้ยว บู้บี้ โย้เย้ ผิดรูป หรือ ผิดสี เพียงไร มนุษย์ก็จะสามารถเดาได้ลาง ๆ อยู่ดีว่ามันน่าจะเป็นรูปภาพอะไร!!!
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน, พิเศษ , 7 ความคิดเห็น
ผมว่ามันเป็นเรื่องจำเพาะนะ ที่มีเฉพาะซอฟต์แวร์เท่านั้นที่มีการกำหนดเลขรุ่นเป็นทศนิยมหลายตำแหน่ง ในขณะที่ของหลาย ๆ อย่างและสิ่งหลาย ๆ สิ่งกลับไม่ได้ถูกกำหนดเป็นเลขรุ่นเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นก็ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นกฎเป็นเกณฑ์ และสามารถตรวจวัดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ ก็ล้วนใช้วิธีการกำหนดรุ่นด้วยตัวอักษรปนตัวเลข ในขณะที่รถยนต์กลับใช้คำเฉพาะ เพื่อแสดงความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในแต่ล่ะรุ่น!!!
ผมก็เลยคิดเล่น ๆ ว่าผมน่าจะเอาสภาวะของ เพื่อน กิ๊ก แฟน และ คู่ครอง มากำหนดเป็นเลขรุ่นทศนิยมหลายตำแหน่ง และบอก feature ของแต่ล่ะสภาวะดีกว่า … น่าจะเข้าท่าดี
ซึ่งก็เป็นดังภาพข้างล่างนี้
(กดที่ภาพเพื่อขยาย)
อือม ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีได้หลายรุ่นจริง ๆ ฮา ^-^
Technorati Tags: เพื่อน, กิ๊ก, แฟน, คู่ครอง
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 4 ความคิดเห็น
หลายวันก่อนผมถูกเชิญให้ไปเยี่ยมชมการทำงานของธนาคารแห่งหนึ่ง โดยไปกับคณะทำงานด้านการเงินจ่าย ซึ่งมีหน้าที่ในการจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้ขององค์กรด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายด้วยเงินสด, เงินโอน หรือ เช็ค
สาเหตุที่ต้องไปเยี่ยมชมก็เพราะว่า ทางองค์กรจ่ายเช็คเองไม่ไหวแล้ว เนื่องจากองค์กรมีเจ้าหนี้เยอะเหลือเกิน ดังนั้น ต้นทุนในการจัดการเรื่องเช็คจึงค่อนข้างสูง ซึ่งผมเข้าใจด้วยความรู้สึกตัวเองว่า ที่ว่าไม่ไหวแล้วคงหมายถึง ระดับนโยบายคงเซ็นเช็คเองไม่ไหวแล้วเพราะไม่มีเวลา!!!
ทีมงานของธนาคารบรรยายสรุปให้เราฟัง ทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เขากำลังเสนอให้กับลูกค้าก็คือ การช่วยออกเช็คและส่งให้กับเจ้าหนี้ โดยที่ทางเราไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากส่งรายชื่อและวงเงินที่ต้องการจ่ายให้เจ้าหนี้เท่านั้น!!!
พอฟังมาถึงตรงนี้ ทำให้ผมพบข้อสรุปที่น่าสนใจหลายประการ ได้แก่
1. โดยปรกติแล้ว การจ่ายเช็คจำเป็นต้องใช้ลายเซ็นของผู้มีอำนาจ เพื่อลงนามในทุก ๆ ครั้งที่มีการจ่ายเช็ค โดยเป็นการเซ็นแบบใบต่อใบ ไม่มีการเซ็นแค่ครั้งเดียวแล้วจ่ายเช็คเป็นชุด ๆ เพราะถ้าทำแบบนั้นคงได้พินาศกันไปข้างนึง ดังนั้น มันเลยกลายเป็นเรื่องน่าสนใจ ว่าธนาคารจะใช้วิธีไหนในการตรวจสอบการลงนาม และจะเชื่อถือได้ยังไงว่าการลงนามดังกล่าวเป็นของจริง
2. ธนาคารแจ้งว่าลูกค้าจะต้องส่งข้อมูลให้กับธนาคารอย่างเพียงพอ เพื่อธนาคารจะได้ไปจัดการจ่ายเช็คให้กับเจ้าหนี้ของลูกค้าได้ และเมื่อธุรกรรมถูกกระทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางธนาคารจะส่งข้อมูลสรุปกลับมาให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้านำไปตรวจสอบต่อไป
ทางธนาคารแจ้งว่าทั้งข้อ 1 และข้อ 2 ซึ่งผมพบข้อสรุปนั้น จะดำเนินการโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นกลไกหลักในการทำงาน!!!
สำหรับข้อ 2 ผมเองคิดว่ายังไม่เท่าไหร่ ไม่ได้ใช้มรรคปฏิบัติที่ซับซ้อนอะไรทางคอมพิวเตอร์ ก็แค่ส่งข้อมูลไป ๆ มา ๆ แต่ไอ้ข้อ 1 นี่สิ ไม่รู้ธนาคารเขาจะทำยังไง เพราะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอำนาจการลงนามกันเลยทีเดียว!
เสียดายที่เขาไม่ลงทางเทคนิค เพราะคณะผู้เยี่ยมชมในครั้งนี้ส่วนใหญ่ไม่รู้ทางเทคนิคซักคน ดังนั้น ก็คงต้องรอให้เขาจัดทีมเพื่อเข้ามาอธิบายทางเทคนิคลึก ๆ ให้ฟังอีกทีนึง ถึงตอนนั้นจะได้รู้กันซะทีว่าเขาทำอีท่าไหนกัน?
Technorati Tags: ธุรกรรม, เช็ค, ธนาคาร, ทำแทน