กระโดดไปยังแผงนำทาง

ตำนานลึกลับเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 30 มิถุนายน 2009 11:47 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 10 ความคิดเห็น

จากการที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการคอมพิวเตอร์มาหลายปี ทำให้ผมได้ยินได้ฟังเรื่องเล่ากล่าวขวัญ ถึงตำนานลึกลับเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มามากมาย ซึ่งตำนานเหล่านั้นล้วนไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ โดยสามารถอธิบายตำนานต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้

  • ถ้าคุณเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเครื่องมันไม่ติด แสดงว่าต้องมีผีมากินไฟที่เครื่องแน่นอน ให้แก้ไขโดยการเอาปลั๊กไฟไปเสียบที่เต้าไฟฟ้าซะ
  • ถ้าคุณพบว่าจอภาพคอมพิวเตอร์ไม่ติด แต่ตัวเครื่องมีไฟฟ้าไหลเข้าและติดดี แสดงว่าต้องมีผีสิงอยู่ในการ์ดจอ ให้แก้ไขโดยการตบตัวเครื่องหนัก ๆ หลาย ๆ ที เพื่อให้การ์ดจอเข้าที่ แล้วผีมันก็จะออกไปเอง
  • ถ้าคุณเปิดเครื่องแล้วได้ยินเสียงดัง ตู๊ด….ตู๊ด…………..ตู๊ด…ตู๊ด…………. ให้สันนิษฐานไว้เลยว่า RAM ของคุณโดนไสยเวทย์เข้าให้แล้ว ให้แก้ไขโดยการถอดเอา RAM ออกมาถูด้วยยางลบปลุกเ้สก แล้วเปลี่ยน Slot เสียบ RAM ซะ แล้วไสยเวทย์มันจะเสื่อมไปเอง
  • ถ้าคุณพบว่าจอภาพ LCD ของไม่ยอมติด แต่ไฟปิดเปิดจอกระพริบเป็นจังหวะ แสดงว่าจอภาพของคุณต้องมนต์สะกด ให้แก้ไขโดยการบีบ ๆ จอ LCD หรือตบ ๆ จอ LCD แล้วจอของคุณก็จะคลายจากมนต์สะกดเอง
  • ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีพอร์ต USB แต่มันกลับไม่เป็นที่รู้จักโดยระบบปฏิบัติการ แสดงว่ามีวิญญาณชั่วร้ายสถิตอยู่ใน CMOS ให้คุณเข้า CMOS แล้วบอกมันไปว่าคุณน่ะมี USB นะจะบอกให้ แล้ววิญญาณชั่วร้ายก็จะหายไปโดยพลัน
  • ถ้าคุณเจอผีร้ายที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่งสิงสู่คอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ จนกระทั่งคุณไม่สามารถปราบมันเองได้ ก็ขอแนะนำให้คุณผนึกมันเอาไว้ แล้วส่งมันไปให้กับหมอผีจอมขมังเวทย์ ผู้ซึ่งพำนักอยู่ตาม Counter Service ช่วยปราบต่อไป

และถึงแม้โลกจะผ่านไปอีกหลายปีเพียงใด ตำนานลึกลับเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็ยังคงมีอยู่ต่อไป …. หุ ๆ :-P

Technorati Tags: , ,

เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ Notebook eMachines! 25 มิถุนายน 2009 11:22 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร, Review , 22 ความคิดเห็น

ในที่สุด Notebook ยี่ห้อ Acer รุ่น TravelMate ของผมซึ่งใช้มาแล้วกว่า 6 ปีก็ถึงกาลปาวสานจนได้ หลังจากที่เจ๊งหลายแห่งจนผมต้องส่งซ่อม แล้วช่างก็โทรมาแจ้งข่าวดีแก่ผมว่า ไม่สามารถจะซ่อมให้ได้ เนื่องจากไม่มีอะไหล่จะเปลี่ยนให้แล้ว อือม เป็นข่าวดีโคตร ๆ เชียวแหล่ะ

ผมจำได้ว่าเคยโม้เอาไว้เมื่อหลายครั้งก่อนว่า ถ้าต้องซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ผมจะซื้อ Netbook ซึ่งผมก็คิดแบบนั้นจริง ๆ แต่บังเอิญว่าด้วยเหตุผลทางเทคนิค ทำให้ผมจำเป็นจะต้องซื้อ Acer eMachines แทน โดยยึดตามความงกและความเคี่ยวของผมเป็นหลัก และเมื่อจัดหามาใช้แล้ว ผมก็เลยจะนำเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ Acer eMachines มาเล่าสู่ให้อ่านกันดังนี้

  1. มุมล่างขวาของจอภาพเขียนไว้ว่า “eMachines D725″
  2. เครื่องมีสเป๊คประมาณ CPU 2.0 GHz, HD 250GB และ RAM 1GB เป็นต้น
  3. มีการติดตั้ง Linpus Linux มาให้ แบบว่าโฆษณาเลยว่าแกะกล่องมาก็ใช้ได้เลย
  4. แต่ติดตั้ง Linpus Linux มาไม่สมบูรณ์ T-T เพราะ Boot เสร็จแล้วจะไม่เข้า GUI คือเป็นหน้าจอคลาสิคแบบ Text Mode แถม mount อะไรก็ไม่เจอซักอย่าง
  5. ถ้าอยากจะใช้ Linpus Linux ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์ ISO มาเผาใส่แผ่น CD แล้วมาติดตั้งเอง
  6. Linpus Linux ซึ่ง Boot จากแผ่น CD สามารถจะใช้ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งลงไปใน Harddisk แถมเก่งอีกต่างหาก เพราะรู้จักอุปกรณ์ทุกตัวบน eMachines ราวกับว่าเคยสนิทกันมาแต่ชาติปางก่อน
  7. GUI ของ Linpus Linux น่ารักน่าเอ็นดู คิกขุ อาโนเนะ แต่แสดงผลภาษาไทยไม่ได้ใจเท่าไหร่ เห็นแล้วนึกถึง Browser รุ่นแรก ๆ ที่ไม่รู้จักภาษาไทย T-T
  8. เพิ่งจะรู้จัก Serial ATA หรือ SATA จากการเข้าไปดูใน BIOS และก็เพิ่งจะรู้ว่าถ้าจะลง Windows Vista หรือ Linux ให้เลือก SATA เป็น AHCI แต่ถ้าจะลง Windows XP ต้องเลือก SATA เป็น IDE
  9. เสียงออกจากลำโพงดังและคมชัดพอสมควร จนกระทั่งไม่จำเป็นจะต้องต่อลำโพงแยกต่างหาก
  10. คู่มือแย่ชะมัด บอกแต่วิธีติดตั้ง นอกนั้นไม่บอกอะไรเลย
  11. มีแผ่น Resource CD มาให้ ตอนแรกนึกว่าเป็นแผ่น Linpus Linux Lite รุ่น 9.2 แต่ที่ไหนได้ กลับเป็นแผ่น Driver ของ Windows XP และ Windows Vista แทน
  12. คนขายทำหน้างง ๆ ตอนที่บอกว่าจะไม่จ่ายเพิ่มให้ 500 บาทสำหรับเป็นค่าติดตั้ง แถมงงหนักเข้าไปอีกเมื่อผมบอกว่า ที่เลือกซื้อ eMachines ก็เพราะอยากจะใช้ Linpus Linux (แต่คนขายดันบอกว่าเป็นเครื่องเปล่า ขี้จุ๊จริง ๆ)
  13. ใช้ Notebook Acer ตั้งนาน ไม่เคยรู้เลยว่าศูนย์ซ่อมอยู่แถวถนนพระราม 3 ฝั่งพระนคร เพิ่งจะรู้ก็คราวนี้แหล่ะ
  14. ดูจากสภาพแล้วน่าจะทนมือทนเท้าได้ดี อายุการใช้งานน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงประมาณ 5 ปีขึ้นไป

โดยสรุปแล้ว ผมก็ว่า มันก็ … โอเคดีเหมือนกันนะ :-P

Technorati Tags: , ,

Universal Image Recognition 21 มิถุนายน 2009 10:40 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 5 ความคิดเห็น

ปัจจุบัน Search Engine ชื่อดังล้วนเปิดให้เราค้นหารูปภาพได้ โดยการใส่คำค้นที่เราต้องการลงไป แล้วมันก็จะจัดแจงแสดงภาพที่เกี่ยวข้องกับคำค้นออกมา!!!

แต่ถ้ารูปภาพที่เราต้องการค้นนั้น มันไม่มีคำให้ค้นล่ะ อือม หมายถึง … ยกตัวอย่างเช่น มีใครซักคนนึงวาดรูปโลโก้ของผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งมาให้เรา แถมวาดออกมาก็ไม่เหมือนของจริงซะทีเดียว แค่คล้าย ๆ อ่ะ แล้วก็มาถามเราว่าจะค้นจากคอมพิวเตอร์ได้มั้ย? ว่ารูปโลโก้ดังกล่าวมันเป็นของสินค้ายี่ห้ออะไร?

เอ่อ … งั้นก็คงต้องตอบว่า ไม่ได้อ่ะ ไอ้เจ้า Google กับ Yahoo มันทำไม่ได้ T-T

สาเหตุที่ต้องตอบว่าไม่ได้ก็เพราะว่า การค้นของ Search Engine มันไม่ได้ใช้เทคนิค Pattern Recognition อ่ะดิ แต่ถ้าจะให้มนุษย์ค้นให้ล่ะก็ซำบายมาก เพราะสมองของมนุษย์เรานั้นได้บรรจุกลไกของ Pattern Recognition เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ต่อให้รูปภาพต้นแบบมันจะบิดเบี้ยว บู้บี้ โย้เย้ ผิดรูป หรือ ผิดสี เพียงไร มนุษย์ก็จะสามารถเดาได้ลาง ๆ อยู่ดีว่ามันน่าจะเป็นรูปภาพอะไร!!!

(more…)

เพื่อน กิ๊ก แฟน และ คู่ครอง 18 มิถุนายน 2009 3:05 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน, พิเศษ , 7 ความคิดเห็น

ผมว่ามันเป็นเรื่องจำเพาะนะ ที่มีเฉพาะซอฟต์แวร์เท่านั้นที่มีการกำหนดเลขรุ่นเป็นทศนิยมหลายตำแหน่ง ในขณะที่ของหลาย ๆ อย่างและสิ่งหลาย ๆ สิ่งกลับไม่ได้ถูกกำหนดเป็นเลขรุ่นเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นก็ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นกฎเป็นเกณฑ์ และสามารถตรวจวัดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ ก็ล้วนใช้วิธีการกำหนดรุ่นด้วยตัวอักษรปนตัวเลข ในขณะที่รถยนต์กลับใช้คำเฉพาะ เพื่อแสดงความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในแต่ล่ะรุ่น!!!

ผมก็เลยคิดเล่น ๆ ว่าผมน่าจะเอาสภาวะของ เพื่อน กิ๊ก แฟน และ คู่ครอง มากำหนดเป็นเลขรุ่นทศนิยมหลายตำแหน่ง และบอก feature ของแต่ล่ะสภาวะดีกว่า … น่าจะเข้าท่าดี :-P ซึ่งก็เป็นดังภาพข้างล่างนี้

เพื่อน กิ๊ก แฟน และ คู่ครอง
(กดที่ภาพเพื่อขยาย)

อือม ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีได้หลายรุ่นจริง ๆ ฮา ^-^

Technorati Tags: , , ,

ธุรกรรมทำเพื่อเธอ 17 มิถุนายน 2009 9:50 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 4 ความคิดเห็น

หลายวันก่อนผมถูกเชิญให้ไปเยี่ยมชมการทำงานของธนาคารแห่งหนึ่ง โดยไปกับคณะทำงานด้านการเงินจ่าย ซึ่งมีหน้าที่ในการจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้ขององค์กรด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายด้วยเงินสด, เงินโอน หรือ เช็ค

สาเหตุที่ต้องไปเยี่ยมชมก็เพราะว่า ทางองค์กรจ่ายเช็คเองไม่ไหวแล้ว เนื่องจากองค์กรมีเจ้าหนี้เยอะเหลือเกิน ดังนั้น ต้นทุนในการจัดการเรื่องเช็คจึงค่อนข้างสูง ซึ่งผมเข้าใจด้วยความรู้สึกตัวเองว่า ที่ว่าไม่ไหวแล้วคงหมายถึง ระดับนโยบายคงเซ็นเช็คเองไม่ไหวแล้วเพราะไม่มีเวลา!!!

ทีมงานของธนาคารบรรยายสรุปให้เราฟัง ทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เขากำลังเสนอให้กับลูกค้าก็คือ การช่วยออกเช็คและส่งให้กับเจ้าหนี้ โดยที่ทางเราไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากส่งรายชื่อและวงเงินที่ต้องการจ่ายให้เจ้าหนี้เท่านั้น!!!

พอฟังมาถึงตรงนี้ ทำให้ผมพบข้อสรุปที่น่าสนใจหลายประการ ได้แก่

1. โดยปรกติแล้ว การจ่ายเช็คจำเป็นต้องใช้ลายเซ็นของผู้มีอำนาจ เพื่อลงนามในทุก ๆ ครั้งที่มีการจ่ายเช็ค โดยเป็นการเซ็นแบบใบต่อใบ ไม่มีการเซ็นแค่ครั้งเดียวแล้วจ่ายเช็คเป็นชุด ๆ เพราะถ้าทำแบบนั้นคงได้พินาศกันไปข้างนึง ดังนั้น มันเลยกลายเป็นเรื่องน่าสนใจ ว่าธนาคารจะใช้วิธีไหนในการตรวจสอบการลงนาม และจะเชื่อถือได้ยังไงว่าการลงนามดังกล่าวเป็นของจริง

2. ธนาคารแจ้งว่าลูกค้าจะต้องส่งข้อมูลให้กับธนาคารอย่างเพียงพอ เพื่อธนาคารจะได้ไปจัดการจ่ายเช็คให้กับเจ้าหนี้ของลูกค้าได้ และเมื่อธุรกรรมถูกกระทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางธนาคารจะส่งข้อมูลสรุปกลับมาให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้านำไปตรวจสอบต่อไป

ทางธนาคารแจ้งว่าทั้งข้อ 1 และข้อ 2 ซึ่งผมพบข้อสรุปนั้น จะดำเนินการโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นกลไกหลักในการทำงาน!!!

สำหรับข้อ 2 ผมเองคิดว่ายังไม่เท่าไหร่ ไม่ได้ใช้มรรคปฏิบัติที่ซับซ้อนอะไรทางคอมพิวเตอร์ ก็แค่ส่งข้อมูลไป ๆ มา ๆ แต่ไอ้ข้อ 1 นี่สิ ไม่รู้ธนาคารเขาจะทำยังไง เพราะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอำนาจการลงนามกันเลยทีเดียว!

เสียดายที่เขาไม่ลงทางเทคนิค เพราะคณะผู้เยี่ยมชมในครั้งนี้ส่วนใหญ่ไม่รู้ทางเทคนิคซักคน ดังนั้น ก็คงต้องรอให้เขาจัดทีมเพื่อเข้ามาอธิบายทางเทคนิคลึก ๆ ให้ฟังอีกทีนึง ถึงตอนนั้นจะได้รู้กันซะทีว่าเขาทำอีท่าไหนกัน?

Technorati Tags: , , ,