บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 9 ความคิดเห็น
ตอนนี้การ์ตูน One Piece กำลังสนุก ตัวเจ๋ง ๆ มากันเพียบ พลเอกของกองทัพเรือก็อยู่กันครบ เจ็ดเทพโจรสลัดก็มี จักรพรรดิ์โจรสลัดอย่าง “หนวดขาว” ก็มาแจมด้วยอีกต่างหาก มาเยอะแบบนี้เลยเปลืองหน้าคู่ไปหลายแผ่นเลย!!!
พลเอกของกองทัพเรือมี 3 คน มีอยู่คนหนึ่งเป็นมนุษย์แสง ผมชอบคนนี้จังเลย เพราะจู่โจมด้วยแสง และสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ด้วยความเร็วแสง!
ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายไว้ว่า แสงเป็นได้ทั้งคลื่นและอนุภาค ซึ่งหากเป็นคลื่นก็จะอยู่ในย่านความถี่ 484-668 เทร่าเฮิร์ต และมีความยาวคลื่นเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 380-750 นาโนเมตร แต่ถ้าเป็นอนุภาคก็ต้องถือว่าเป็นอนุภาคที่แปลกมาก เพราะมันไม่เคยยอมอยู่นิ่ง ๆ เลยพับผ่าสิ!
และเพราะแสงมันมีคุณสมบัติที่ก้ำกึ่งแบบนี้นี่เอง จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์คิดว่า หากสามารถนำแสงมา “ขัง” เอาไว้ในอาณาบริเวณเล็ก ๆ แล้วใช้คุณสมบัติของมัน มาสร้างเป็นวงจรตรรกะแสง เพื่อให้กำเนิด “คอมพิวเตอร์แสง” ก็คงไม่เลวเหมือนกัน!
เหตุผลเพราะแสงสามารถเดินทางได้ด้วยความเร็ว 299,792,458 เมตรต่อวินาที หรือประมาณคร่าว ๆ ได้ว่าภายในหนึ่งวินาที แสงจะสามารถวนรอบโลกได้ 7 รอบครึ่ง ซึ่งถือว่าเร็วพอใช้ได้
เมื่อเป็นแบบนี้ หากเอาคุณสมบัติของความเป็นคลื่นของแสง ซึ่งมีความยาวคลื่นที่สั้นและมีย่านความถี่ที่สูง มาใช้แทนคุณสมบัติการกระโดดดึ๋ง ๆ ของอิเล็กตรอน ซึ่งช้ากว่ากันเป็นไหน ๆ เราก็จะได้ข้อสรุปในระดับหนึ่งว่า เราจะได้คอมพิวเตอร์ที่ทำงานรวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล เราอาจจะมีคอมพิวเตอร์แบบ 128 พันล้านบิต ซึ่งเจ๋งกว่าคอมพิวเตอร์แบบ 64 บิตในปัจจุบันอย่างหาที่เปรียบมิได้ทีเดียวเชียวแหล่ะ
และถ้าถึงตอนนั้น โปรแกรมเมอร์ก็คงปวดกบาลน่าดู เพราะลำพังคอมพิวเตอร์แบบ 32 บิต ก็มี Microcode เยอะจนหูจะดับอยู่แล้ว ถ้าคอมพิวเตอร์มีขนาดถึง 128 พันล้านบิตเมื่อไหร่ คงต้องเกณฑ์คนเก่ง Assembly ทั่วทั้งโลกมาช่วยกันเลยกระมังเนี่ย???
Technorati Tags: คอมพิวเตอร์แสง, แสงคอมพิวเตอร์, แสง, ความเร็วแสง
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 3 ความคิดเห็น
อ่านข่าวนี้แล้วแทบสำลัก Grid Computing, The New Commodity
สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านแต่อยากรู้ก็จะโม้ว่า ฝรั่งเขาคิดจะเก็งกำไร “เวลา” ในการใช้งานของคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ (ซึ่งพวกเขาถือครองอยู่) เพื่อให้องค์กรหรือคนทั่วไปได้นำ “เวลา” ที่ว่า ไปประมวลผลตามความต้องการได้
ลำพังแค่ให้ประมูล “เวลา” ก็ถือว่าโอเว่อร์แล้ว แต่นี่พี่แกคิดจะทำให้เหมือนกับการเก็งกำไรหุ้นในตลาดหุ้น, การเก็งกำไรเงินในตลาดเงิน, การเก็งกำไรอนุพันธ์ในตลาดอนุพันธ์ และ การเก็งกำไรข้าวกับยางแผ่นรมควันในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า แบบนั้นเลย!!!
ที่ผ่านมาเราใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการเก็งกำไร แต่ผมเองก็ไม่เคยคิดเลยว่า แม้แต่ศักยภาพของคอมพิวเตอร์ ก็กลับถูกทำให้กลายเป็นสินค้าเพื่อการเก็งกำไรไปซะงั้น!!!
ถ้าเครื่องเร่งกาลเวลาอันได้แก่ ความผันผวนทางการเงิน กับ โลกาภิวัฒน์สารสนเทศ กอดคอวิ่งไปด้วยความเร็วที่เท่ากันแบบนี้ อนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย คงกำลังจะเดินทางมาถึงเราในไม่ช้านี้แน่ ๆ!
Technorati Tags: เก็งกำไร, เวลา, คอมพิวเตอร์, ขนาดยักษ์, Grid Computing
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น
ผมชอบ Web Service เพราะมันตรงไปตรงมาและเป็นมาตรฐานดี ส่งคำขออะไรไปมันก็ส่งผลลัพธ์กลับมาเป็น XML แล้วก็เป็นภาระของเราที่จะมาแยกชิ้นส่วน XML ที่ได้มา เพื่อเอามาประมวลผลต่อไป!!!
ข้อเสียของมันคงมีเพียงเรื่องเดียว คือ ขนาดของผลลัพธ์ที่ไม่ใช่เล็ก ๆ เนื่องจากส่งมาเป็น Plaintext แบบ XML จึงมี TAG ซึ่งเป็น overhead เยอะพอตัว!
วิธีการแก้ไขแบบต้นขั้วก็คือต้องหาวิธีบีบอัดผลลัพธ์ ที่ได้จากการร้องขอบริการของ Web Service … แต่ประเด็นก็คือ พอลอง ๆ ไปหาแล้วก็พบว่า ยังไม่มีใครทำกลไกการบีบอัดที่ว่าเป็นชิ้นเป็นอันเลย T-T
ป.ล. โดยหลักการแล้ว การบีบอัด Plaintext ให้เป็น Binary นั้นให้ประสิทธิภาพสูงมาก แต่ถ้าหากเราจะบีบอัด Plaintext แบบ XML ให้กลายเป็น Ciphertext แบบ XML มันจะทำได้หรือเปล่าเนี่ย?
Technorati Tags: web service, compression, XML, Plaintext, Binary, Ciphertext
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน, พิเศษ , 2 ความคิดเห็น
ที่ผ่านมาผมเคยโม้เรื่อง การประยุกต์ “ควอนตัม” ในทางคอมพิวเตอร์, อธิบาย qubit ของควอนตัมคอมพิวเตอร์แบบง่าย ๆ และ ควอนตัมคอมพิวเตอร์แบบ 2 qubits
มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังโม้ไม่จบ เพราะที่ผ่านมาผมโม้แค่ว่ามันมีตัวตนอยู่ในโลก โม้ว่ามันมีชิ้นส่วนพื้นฐานที่สำคัญในการทำงาน และโม้ว่ามันมีความเป็นพลวัต … แต่ไม่เคยโม้ว่าโดยองค์รวมของควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้น ตรงไหนกันแน่ที่ทำให้มันทำงานรวดเร็ว?
งั้นวันนี้มาโม้กันต่อดีกว่า!!!
เนื่องจากยังไม่เคยมีใครคิดค้นสถาปัตยกรรมแบบองค์รวมของ “ควอนตัมคอมพิวเตอร์” มาก่อน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใช้สถาปัตยกรรมแบบองค์รวมของ “ดิจิทัลคอมพิวเตอร์” ในการสาธิตความเข้าใจแทน!
โดยเริ่มจากการตั้งคำถามว่า qubit จะถูกนำไปใช้ในจุดใดของสถาปัตยกรรมควอนตัมคอมพิวเตอร์บ้าง?
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น
หลายวันก่อนผมได้รับ e-mail จากทาง Amazon แจ้งมาว่า Product Advertising API ของ Amazon Associates จะมีการเปลี่ยนแปลง โชคดีที่ผมตั้งใจอ่าน ไม่ปล่อยผ่าน ๆ เหมือนที่ผ่านมา ก็เลยได้รู้ว่าถ้าปล่อยผ่านงานนี้คงยุ่งยากแน่ ๆ
ปรกติแล้วการเปลี่ยนแปลงกลไกของระบบซอฟต์แวร์ เขามักจะทำเป็น 2 ห้วงใหญ่ ๆ โดยจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่คาบเกี่ยวกัน อาจจะทอดเวลายาวซักเดือนหรือสองเดือน เพื่อให้กลไกเดิมและกลไกใหม่ทำงานไปพร้อม ๆ กัน เป็นการเปิดโอกาสให้ได้หายใจหายคอ สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่กลไกใหม่
ทีนี้กลับมาเรื่อง e-mail ว่าในนั้นเขาบอกว่าไง เขาบอกว่าวันที่ 15 สิงหาคม 2552 เขาจะเปลี่ยนไปใช้วิธี Authentication แบบใหม่แล้วนะจ๊ะ และในนั้นยังบอกอีกว่าเขาได้แจ้งมาหลายเดือนแล้วด้วย ว่าจะมีการเปลี่ยนวิธี Authentication !!!
แสดงว่าเขาเตือนมาหลายเดือนแล้ว แต่ผมดันไม่ใส่ใจเอง T-T
อ่ะช่างมัน เรามาคุยกันต่อดีกว่าว่า …
ปัจจุบันนี้การร้องขอ Web Service เริ่มมีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่เคยให้ส่งคำร้องขอผ่าน REST หรือ SOAP แบบง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีการเข้ารหัสอะไรมากนัก ก็เปลี่ยนเป็นต้องเข้ารหัสให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น
อย่าง Product Advertising API ของ Amazon Associates ก็เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เพียงแค่ใส่ Merchant Key รวมไปกับ Request Message แบบ Plaintext ผ่าน REST หรือ SOAP ก็พอแล้ว แต่เพราะเทคโนโลยีการดักจับ Packet มันก้าวหน้าเกินไป จึงทำให้ใครก็สามารถกลั่นแกล้งสร้าง Request Message ปลอมได้
ทาง Amazon Associates ก็เลยเปลี่ยนรูปแบบของ Request Message ซะใหม่ โดยการทำ Semi-Encryption คือยังให้ส่ง Request Message แบบ Plaintext ผ่าน REST หรือ SOAP ได้เหมือนเดิม แต่ได้เพิ่มรายละเอียดคือ …
ให้นำ Request Message มาเข้ารหัสรวมกับ Secret Merchant Key (ซึ่งเป็นคนล่ะตัวกับ Merchant Key) แล้วนำ Ciphertext ที่ได้ มาต่อท้ายกับ Request Message จากนั้นจึงค่อยส่งไปยัง Amazon Associates!!!
เป็นวิธีการง่าย ๆ แต่ดูแล้วได้ผลดี เพราะอย่างน้อยก็คงกันพวกมือบอน ที่ชอบดัก Request Message ไปได้พักนึงแหล่ะ
Technorati Tags: Amazon, Product Advertising API, Amazon Associates, REST, SOAP, Plaintext, Ciphertext, Request Message