บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 6 ความคิดเห็น
พอดีผมเห็นว่าแปลกดี หายาก เลยจับภาพมาให้ดู … มันเป็นภาพ Widget ของ FeedBurner ในบล็อกแห่งนี้ … มัน … กำลัง … หัวเราะ!!!
จากภาพจะเห็นว่า มันหัวเราะแค่ 3 แอ่ะ ผมเลยหวังว่าซักวันนึง มันคงจะมีโอกาสหัวเราะได้ถึง 4 แอ่ะ บ้าง!!!
การหัวเราะนี่มันดีจริง ๆ
Technorati Tags: feedburner, หัวเราะ
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 6 ความคิดเห็น
การก่อการร้ายในรูปแบบคลื่นลูกที่สาม จะต้องพุ่งเป้าไปยังระบบอิเลกทรอนิกส์เป็นหลัก ซึ่งในหนังเรื่อง Die Hard 4.0 ได้อธิบายขั้นตอนไว้แล้ว … แต่น่าแปลก เพราะใน Wikipedia กลับไม่ยักจะมีเรื่องนี้เขียนเอาไว้ (หรือมีคนเขียนแต่โดนลบไปแล้ว) ซึ่งพอจะเดาได้ว่าวิธีก่อการร้ายเหล่านั้น มันไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน อีกทั้งการสร้างความพินาศแบบนี้มันสะเทือนต่อความมั่นคง ดังนั้น การเขียนเอาไว้ใน Wikipedia มันก็คงจะไม่ดีซักเท่าไหร่!
งั้นไม่เป็นไร ผมเขียนให้ก็ได้ (แปลจาก Deletionpedia อีกทีนึง) เพื่อให้พวกเราได้รู้กันอย่างถ้วนทั่วกัน …
ชื่อ : การก่อการร้ายในรูปแบบคลื่นลูกที่สาม
ผลลัพธ์ : ประเทศกลายเป็นอัมพาต และ เข้าสู่การปกครองแบบไร้ขื่อแป
ความมุ่งหวัง : ทำให้เกิดความสับสนอลหม่าน, ไร้ขื่อแป, สูญเสียระบบการควบคุม และ ความปกติสุขของบ้านเมืองหายไป
ขั้นตอน : ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนใหญ่ดังต่อไปนี้
- ปิดระบบคมนาคม ได้แก่ การรบกวนไฟสัญญาณในพื้นที่จราจร เช่น ตามถนน, สนามบิน, ทางด่วน และ รถไฟ โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้พลเรือนเสียศูนย์
- ปิดระบบการเงิน ได้แก่ ตลาดหุ้น, ตลาดเงิน, หน่วยงานรัฐ และ หน่วยงานความมั่นคง ซึ่งอาจจะใช้วิธีการเข้าไปปั่นป่วนระบบอิเลกทรอนิกส์ หรือ ปั่นป่วนการเข้างาน/ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ (หน่วยงานรัฐ/หน่วยงานความมั่นคง มันเกี่ยวกับระบบการเงินตรงไหนวะ?) โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายไม่ได้
- ปิดระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและระบบโทรคมนาคม ได้แก่ การตัดไฟฟ้า, ตัดน้ำประปา, ตัดโทรศัพท์, ตัดสัญญาณมือถือ, ตัดสัญญาณดาวเทียม และ ตัดเครื่องจักรทุกอย่างที่ต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อการหล่อเลี้ยง โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ประชาชนล้มละลายในการดำรงชีวิต!!!
การก่อการร้ายในคลื่นลูกที่สามจะไม่ใช้ “กองกำลังติดอาวุธ” ในการดำเนินกลยุทธ์ แต่จะใช้ ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์, คอมพิวเตอร์ และ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นปัจจัยในการดำเนินการแทน ซึ่งมันก็เลยไม่ใช่เรื่องน่าห่วงสำหรับประเทศไทยเท่าไหร่ เพราะทุกวันนี้ระบบต่าง ๆ ของประเทศไทยยังไม่ได้ผูกกับระบบอิเลกทรอนิกส์แบบรวมศูนย์ … อือม หมายถึง มันยังกระจัดกระจายกันอยู่ เป็นแบบหน่วยงานใครหน่วยงานมัน และบางครั้งคนในหน่วยงานตัวเองก็บ๊อง เข้าระบบตัวเองไม่ได้ก็มี T-T
โดยสรุปแล้ว การพึ่งระบบอิิเลกทรอนิกส์แบบรวมศูนย์มากเกินไป มันก็ไม่ดีเหมือนกันเน้อะ!!
Technorati Tags: ก่อการร้าย, คลื่นลูกที่สาม, ปิดระบบ
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น
ตอนนี้มีความรู้สึกอยากจะเก็บประวัติการเข้าเว็บไซต์เอาไว้ แต่ก็เห็นว่า Web Browser ที่ใช้มันมีขีดจำกัด อีกทั้งก็ไม่สามารถแบ่งปันประสบการณ์การเข้าเว็บไซต์ให้กับชาวบ้านได้ ก็เลยคิดว่ามันน่าจะมีบริการให้เราสามารถบันทึกประวัติการเข้าเว็บไซต์เอาไว้ได้ด้วย!!!
ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็คงไม่แล้วล่ะมั๊ง? เพราะเห็นเดี๋ยวนี้เรื่องราวส่วนตัวหรือไม่ส่วนตัวก็เอามาเล่าสู่กัน, รูปถ่ายไปเที่ยวหรือไปกินก็แบ่งให้ดูกัน แถมสองสามปีนี้ก้าวหน้า มีการอัดวีดีโอแจกจ่ายให้ชมกันอีกต่างหาก!!!
งั้นประวัติการเข้าเว็บไซต์ก็น่าจะถูกยกระดับให้กลายเป็นสิ่งที่แบ่งปันได้แล้วอ่ะดิ???
ทีนี้อย่าเพิ่งไปสนใจความเป็นส่วนตัว แล้วหันมาสนใจว่ามันต้องทำยังไงดีกว่า โดยการลำดับความคิดถึงความเป็นไปได้ก่อน ว่าความจริงที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมันมีอะไรบ้าง?
- ทุกคนล้วนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ผ่านทาง Web Browser ไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อนึง
- มีน้อยคนนัก (แต่ก็พอควร) ที่จะเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยผ่าน RSS Feed
โอเค ทีนี้เราก็ได้จุดที่น่าสนใจมาอย่างนึงในข้อที่ 1 นั่นก็คือ ใคร ๆ ก็ใช้ Web Browser เพื่อเข้าเว็บไซต์ และโดยปรกติประวัติการเข้าเว็บไซต์ก็จะถูกบันทึกเอาไว้ในเครื่องโดย Web Browser ที่เราใช้อยู่นั่นแหล่ะ ซึ่งเราก็คงมีวิธีการแบ่งปันหรือจัดเก็บประวัติการเข้าเว็บไซต์ไว้บนอินเทอร์เน็ตอยู่แค่ 2 วิธี คือถ้าไม่บันทึกลงบล็อกหรือเว็บไซต์ด้วยมือ (ผ่านการ import/export) ก็คงต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวจัดการให้บันทึกแบบอัตโนมัติให้!!!
ทุกวันนี้การบันทึกข้อมูลแล้ว ping ไปหาชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านรู้ว่ามีการปรับปรุงเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบล็อกหรือไมโครบล็อกก็ล้วนมีกันแล้วทั้งนั้น แต่นั่นเป็นการกระทำผ่าน Web Application ซึ่งเป็น script ที่ทำงานอยู่ที่ Web Server
หรือ Client Application ที่ทำงานอยู่บน Device ต่าง ๆ ที่ใช้ … แต่ไม่ใช่ผ่าน Web Browser อือม หมายถึงให้ Web Browser เป็นตัว ping ไปหาชาวบ้านน่ะ!!!
บังเอิญเราไม่สามารถไปเปลี่ยนกลไกซึ่งเป็นแกนหลักของ Web Browser ได้ ดังนั้นถ้าอยากจะทำ ก็ต้องทำผ่าน Add On แทน!!!
ดังนั้นถ้าอยากจะทำ ก็ต้องแบ่งงานออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นการทำ Add On เพื่อแปะเข้ากับ Web Browser ต่าง ๆ, ส่วนหลังเป็นการทำ Web Service เพื่อรองรับการ ping จาก Add On ในส่วนแรก!!!
เข้าใจว่าประเด็นของซอฟต์แวร์คงไม่เท่าไหร่ … จุดที่น่าห่วงคงเป็นส่วนของฮาร์ดแวร์มากกว่า เพราะการต้องเก็บประวัติการเข้าเว็บไซต์ (แบบออนไลน์) จากบรรดาสมาชิกซึ่งสมัครใช้บริการ โดยที่แต่ล่ะรายมีความถี่ในการ ping หา Web Service ที่แตกต่างกันนั้น มันน่าจะสาหัสมากกว่าความถี่ในการ ping ที่เกิดจากการปรับปรุงบล็อกหรือไมโครบล็อกเป็นเท่าทวีคูณเลยทีเดียว
เหนือสิ่งอื่นใด … จะมีใครทำจริง ๆ หรือเปล่า สำหรับบริการแบบนี้ แล้วมันจะคุ้มหรือเปล่าเนี่ย???
Technorati Tags: ประวัติ, การเข้า, เว็บไซต์, มหาชน
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน, พิเศษ , 5 ความคิดเห็น
ฝรั่งบอกเอาไว้ว่า ทุกวันนี้เราสามารถทำธุรกิจเพื่อหาเงินจากอินเทอร์เน็ตได้ 3 วิธี เรียกเป็นศัพท์ทางเทคนิคว่า 3C คือ Commerce, Content และ Connection
Commerce ก็หากินโดยการค้าขาย, Content ก็หากินโดยการให้บริการเนื้อหา และ Connection ก็หากินโดยการให้บริการเชื่อมบุคคลเข้าไว้ด้วยกัน
มันน่าจะมีมากกว่า 3C นะ เพราะไม่งั้นวิธีการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตก็คงตีบตันน่าดู!!!
Technorati Tags: 3 แพร่ง, 3C
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 5 ความคิดเห็น
เมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจไม่ดี เอกชนย่อมไม่สามารถที่จะมีอำนาจซื้อได้ ดังนั้น ภาระของการสร้างอำนาจซื้อจึงอยู่ที่ภาครัฐ ซึ่งสิ่งที่ภาครัฐจะต้องทำก็คือ การกระตุ้นการเบิกจ่ายงบฯเพื่อนำไปใช้จ่ายตามหน่วยงานรัฐต่าง ๆ โดยหวังว่าการที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้มีอำนาจซื้อซะเอง จะทำให้กลไกเศรษฐกิจของประเทศสามารถจะขับเคลื่อนไปได้!!!
แต่เนื่องจากการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานรัฐ จำเป็นที่จะต้องทำตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะเงินที่เอามาใช้จ่ายล้วนเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น ดังนั้น เอกชนทั้งหลายที่เป็นผู้ถูกว่าจ้างโดยหน่วยงานรัฐ จึงจำเป็นจะต้องทำตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งก็เป็นเหมือน ๆ กันทุกหน่วยงาน นั่นก็คือ ถ้าไม่ใช้วิธี “ประกวดราคา” ก็ต้องใช้วิธี “ประมูลราคา”!!!
สิ่งที่เอกชนจำเป็นจะต้องรู้ หากอยากจะหากินกับภาครัฐก็คือ ต้องรู้ว่ามันมีขั้นตอนยังไงบ้างในการ “ประกวดราคา” หรือ “ประมูลราคา”!!!
บังเอิญว่า หากภาครัฐจะว่าจ้างเอกชนเพื่อ “สร้างระบบซอฟต์แวร์” หรือ “ดูแลระบบซอฟต์แวร์” ส่วนใหญ่เขาจะใช้วิธี “ประกวดราคา” งั้นผมขอโม้เกี่ยวกับขั้นตอนการ “ประกวดราคา” เพื่อว่าจ้างงานซอฟต์แวร์แล้วกัน …
TOR ย่อมาจาก Term of Referece แปลเป็นไทยว่า ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง ซึ่งจะเป็นรายการละเอียดที่ผู้ว่าจ้างมีความประสงค์จะให้ผู้รับจ้างทำอะไรบ้าง โดยการบอกขอบเขตของงานให้ชัดเจน ระยะเวลาที่ต้องการ คุณสมบัติของผู้รับจ้างที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ทำงานตามขอบเขตดังกล่าว สิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ดำเนินการ จะมีกี่ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนประกอบด้วยอะไรบ้าง ปฎิบัติงานตามสัญญาจะได้อะไร ผิดสัญญาจะถูกปรับอย่างไร ตลอดจนวิธีการดูแลงานของผู้ว่าจ้าง ว่าเขาจะดูแลงานคุณแบบไหน เขาจะมีที่ปรึกษาดูแลแทนหรือไม่ สิ่งต่างๆเหล่านี้ผู้ว่าจ้างจะจัดให้อยู่ใน TOR ทั้งหมด เพื่อประกาศหาผู้รับจ้างตามกรรมวิธีต่อไป ซึ่งผู้ที่อยากจะเป็นผู้รับจ้างได้ศึกษาดูก่อนว่างานตามประกาศเราทำได้หรือไม่ เราถนัดหรือไม่ เรามีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับพิจารณาครับ (อ้างอิงจาก ThaiEngineering.com)
(more…)