กระโดดไปยังแผงนำทาง

การปล้นชิงในเศรษฐกิจเสมือนจริง 24 พฤศจิกายน 2009 11:41 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 5 ความคิดเห็น

เพราะมนุษย์ต้องกินต้องใช้ แต่มนุษย์ไม่สามารถหาของกินของใช้ได้เองทั้งหมด มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งของกินของใช้ที่ตนต้องการ

ช่วงแรกมนุษย์ที่แข็งแรงกว่าเลือกใช้วิธีปล้นชิงจากมนุษย์ผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า แต่เมื่อได้รับการต่อต้านอย่างหนัก อีกทั้งมนุษย์ที่อ่อนแอกว่าพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงทัดเทียมกัน ทำให้การปล้นชิงต้องเลิกลาไป (แต่ยังไม่หมดไป) และมนุษย์ก็หันมาใช้วิธีค้าขายของกินของใช้กันแทน

ด้วยสมมติฐานในย่อหน้าข้างบน ทำให้เราตระหนักได้เรื่องหนึ่งว่า มนุษย์จะไม่ค้าขายกับสัตว์หรือพืชอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะว่าเราคุยกับสัตว์หรือพืชไม่รู้เรื่อง (ทุกวันนี้มนุษย์ก็ยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง T-T) แต่เป็นเพราะว่ามนุษย์แข็งแรงกว่าสัตว์และพืช จนกระทั่งสามารถปล้นชิงจากสัตว์และพืชได้อย่างแน่นอน 100%

ถึงแม้ว่าการค้าขายจะถูกพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นระบบเศรษฐกิจ มีการใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มีแบบแผนระเบียบปฏิบัติมากมายเพื่อมาบังคับใช้ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า กมลสันดานของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ (ที่ชอบปล้นชิง) ก็ยังคงมีอยู่ในตัวมนุษย์เราทุกคน เพียงแต่ถูก หิริ โอตตัปปะ ควบคุมเอาไว้อยู่!!!

(more…)

การวิจัย Speech Recognition 17 พฤศจิกายน 2009 10:50 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์, WorkFlow, สมมติฐาน, พิเศษ , 1 ความคิดเห็น ยังอีกไกล!

อ่ะ เอาภาพไปดูก่อน

การวิจัย Speech Recognition

(more…)

กิ้งกือหกคะเมน 10 พฤศจิกายน 2009 9:07 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 5 ความคิดเห็น

สิบกว่าปีก่อนเคยเจอเรื่องขำไม่ออกเรื่องนึง เป็นเรื่องของความไม่รู้เท่าทันในเทคโนโลยี … เรื่องมีอยู่ว่า …

ผมทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำงานอยู่ในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์กิ๊กก๊อก มีหน้าที่ดูแลโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป อยู่มาวันหนึ่ง กรรมการผู้จัดการบริษัทก็มีความคิดจะจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง ให้ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ โดยต้องการให้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีคุณสมบัติคือ …

  1. อ่านบาร์โค้ดได้หลาย ๆ แบบ
  2. อ่านบาร์โค้ดแล้ว ให้ค่าจากบาร์โค้ด กระเด้งพรวดเข้าไปในช่องกรอกข้อมูล
  3. เมื่อค่ากระเด้งเข้าไปในช่องกรอกข้อมูลแล้ว ให้เคอร์เซอร์กระโดดไปยังช่้องข้อมูลถัดไปได้

ทางนั้นหลังจากรับความต้องการแล้ว ก็กลับไปดีดลูกคิดรางแก้ว แล้วก็กลับมาเสนอราคาที่ประมาณ 50,000 บาท!!!

หุ ๆ สมัยก่อนเงินมันใหญ่นะขอบอก ราคาเท่านี้นี่มันดาวน์บ้านได้เลยนะเฟ้ย อีกอย่าง เมื่อสิบกว่าปีก่อน เครื่องอ่านบาร์โค้ดเป็นอะไรที่ใหม่มาก ๆ มันเป็นอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลที่ไม่คุ้นเคย เช่นเดียวกับ “เมาส์” ที่พวกเราเองก็ไม่ค่อยคุ้นเคยเหมือนกัน แต่ยังไงเราก็รู้อะไรเกี่ยวกับการเขียนซอฟต์แวร์ควบคุมเมาส์บ้าง เพราะยังมีเอกสารที่อธิบายว่า ถ้าเราจะควบคุมเมาส์ เราต้องใช้ Software Interrupt หมายเลข บลา ๆ ๆ ๆ ๆ เพื่ออ่านตำแหน่งเมาส์, อ่านการคลิกเมาส์, อ่านการดับเบิ้ลคลิกเมาส์ ฯลฯ

กรรมการผู้จัดการเองก็เป็นคนสายคอมพิวเตอร์ ก็คงจะคิดคล้าย ๆ ผมว่า ไอ้เจ้าเครื่องอ่านบาร์โค้ดก็คงเขียนโปรแกรมควบคุมยากพอ ๆ กับเมาส์เหมือนกัน คงต้องมีการทำ Software Interrupt วุ่นวาย แถมยังต้องถอดรหัสบาร์โค้ดได้หลาย ๆ แบบอีกต่างหาก อัลกอริธึมต้องสุดยอดโคตร ๆ เลย ประมาณนั้น!!!

แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่กรรมผู้จัดการซึ่งเป็นคนสายคอมพิวเตอร์ก็ยังโดนต้ม (นึกว่ารู้มากกว่าเรา) T-T

สาเหตุที่โดนต้มก็เป็นเพราะว่า บริษัทซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้อ้างว่า ที่ต้องคิดค่าซอฟต์แวร์ราคาแพง เพราะต้องเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมเครื่องอ่านบาร์โค้ด แบบว่าเครื่องอ่านบาร์โค้ดมันคุมยากมัก ต้องเขียนโปรแกรมอย่างสลับซับซ้อน ต้องทำให้มันรู้จักบาร์โค้ดหลาย ๆ รหัส อีกทั้งยังต้องเชื่อมต่อเข้ากับซอฟต์แวร์ตัวเดิม ซึ่งบริษัท (ที่ผมทำงานอยู่) ใช้งานอยู่ก่อนแล้ว!!!

และแล้ว วันกิ้งกือหกคะเมนก็มาถึง เพราะวันนั้นผู้ใช้งานทำโปรแกรมแฮงค์แล้วก็หลุดออกมาที่ Shell Prompt แต่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว เพราะกำลังยิงบาร์โค้ดเพลิน หันกลับมาดูอีกที เลยต้องโทรศัพท์วุ่นวายให้พวกเราไปช่วยดูโปรแกรมกันใหญ่!!!

ตรวจไปตรวจมาถึงมารู้ทีหลังว่า เครื่องอ่านบาร์โค้ดมันไม่มีอะไรเลยนี่หว่า มันทำงานเหมือนแป้นพิมพ์เปี๊ยบเลย แล้วบริษัทซอฟต์แวร์มันคิดราคาตั้ง 50,000 บาทได้ยังไงวะเนี่ย นี่มัน Hardware Interrupt ชัด ๆ!!!

หลังจากนั้นผมไม่รู้ว่ากรรมการผู้จัดการไปทำไงต่อนะ รู้แต่ว่า ไอ้อะไรที่เราคิดว่ามันยาก แต่มันกลับง่าย แต่ไอ้อะไรที่เราคิดว่าง่าย มันกลับยากซะนี่!!

Technorati Tags: ,

Web Operating System, Web Desktop และ Rich Internet Application 4 พฤศจิกายน 2009 10:32 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 2 ความคิดเห็น

เดี๋ยวนี้ศัพท์แสงมันเยอะ บัญญัติกันมาแต่ล่ะที ต้องแบ่งสมองมาทำความเข้าใจ งั้นเอาที่ฝรั่งเขียนมาแปลกันดุ้น ๆ เลยดีกว่า เผื่อจะเข้าใจได้มากขึ้น

1. Web Operating System

แบบฝรั่ง

Web operating system is distinct from Internet operating systems in that it is independent of the traditional individual computer operating system.

แปลไทย ๆ

ไอ้เจ้าระบบปฏิบัติการเว็บนั้น ถือได้ว่าเป็นแขนงย่อย ๆ ที่แตกหน่อออกผลมาจากระบบปฏิบัติการอินเทอร์เน็ต ที่ซึ่งมีความเป็นอิสระ ไม่ยึดโยงอยู่กับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ตัวใดตัวหนึ่ง

2. Web Desktop

แบบฝรั่ง

A web desktop or webtop is a desktop environment embedded in a web browser or similar client application. A webtop integrates web applications, web services, client-server applications, application servers, and applications on the local client into a desktop environment using the desktop metaphor.

(more…)