กระโดดไปยังแผงนำทาง

Thinking in C# 7 November 2006 8:01 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : E-Book , ตรวจย้อนกลับ

thinking_in_c_sharp.jpgเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ที่เขียน software บน Microsoft Windows ก็ใช้ Visual Studio.NET เน้อะ แล้วผมก็เห็นว่าส่วนใหญ่จะใช้ Visual Basic.NET กันเพราะมันง่ายดี แต่บางคนก็ไม่ พวกเขาเลือกใช้ Visual C#.NET แทน

ผมเองก็เขียน Visual C#.NET ไม่ค่อยได้เรื่องหรอก รู้งู ๆ ปลา ๆ ซึ่งกติกาการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างพวกเราก็คือ ถ้าไม่รู้ก็เรียนมันสิ แต่ถ้าเรียนแล้วก็ไม่เก่งซะที ก็ใช้คนที่เก่งกว่าทำงานให้ดีกว่ามั้ย? อือ นั่นสินะ ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหล่ะ

ทีนี้ถ้าเรายังไม่อยู่ในฐานะ บารมี ที่จะไปใช้คนเก่ง ๆ ให้ทำงานให้เราได้ล่ะ เอ้อ ทำไงดี ก็เอา e-book เล่มนี้ไปอ่านดีกว่าเน้อะ อ่านแล้วจะได้เข้าใจแนวคิดของ Visual Studio.NET และก็ C#.NET เยอะ ๆ ขึ้นไง คิดว่าหลายคนอาจจะชอบนะ ไอ้เจ้า .NET Framework เนี่ย ผมเองก็เคยอ่านมันเหมือนกัน แต่แหมทำไม namespace มันถึงได้เยอะงี้เนี่ย หยั่งกับกำลังอ่านคู่มือ java class liabrary แบบเมื่อ 6 ปีก่อนเลย

กดที่รูปนะ แล้วก็ download ไปอ่านเล่นดู

Technorati Tags: , , , ,

ความคิดเห็น»

1. bow_der_kleine - 8 November 2006

ไม่ว่าระบบปฏิบัติการไหน ผมก็นิยม Glade+IDLE ครับ :D ง่ายดี
ส่วน C# อยากลองมานานแล้วครับ แต่ไม่มีโอกาสเสียที ได้หนังสือดี ๆ อย่างนี้มาอ่าน น่าลองไม่หยอกครับ

2. memtest - 8 November 2006

ของคุณน่ะครับกำัลังพัฒนาโปรเจ็คจบโดยใ้ช้C#อยู่พอดี

3. BigNose - 9 November 2006

สำหรับผมแล้ว ยากทุกภาษาครับ ยกเว้นภาษาไทย

4. Make Many - 9 November 2006

ได้ของฟรีอีกแล้วครับพี่น้อง…ผมเองก็ไม่เก่งเรื่องเขียนโปรแกรมเหมือนกันครับ แต่ชอบศึกษาและลองครับ ได้บ้างไม่ได้บ้างก็เป็นความรู้ที่ดีทำให้เราเข้าใจโปรแกรมต่าง ๆ มากขึ้น

5. พี่ไท้ - 9 November 2006

ไอ้เจ้า Glade+IDLE มันคืออะไรอ่ะครับคุณโบว์ ผมไม่ยักกะรู้จักเลย แย่แล้ว

ถ้าใช้ C# ทำ project จบ แสดงว่าคุณ memtest ต้องทำโครงการใหญ่โตแน่ ๆ เลย

คุณ BigNose เล่นมุขซะแล้วเว้ยเฮ้ย โดนไปหนึ่งดอก :-)

ครับคุณสิทธิศักดิ์ อ่านเอามันส์ก็ได้ เอาอ่านรู้ก็ดีครับ

6. bow_der_kleine - 10 November 2006

Glade = GUI-Editor ใช้เขียน GUI ของ gtk ครับ
IDLE = Python Intepreter + Editor ครับ

ผมใช้สองตัวนี้แทน IDE ครับ ประหยัดเงินซื้อ Visual Studio.Net แต่ใช้ได้เฉพาะกับ Python
ผมชอบเจ้าสองตัวนี้เพราะว่ามันเล็ก และ ใช้เวลาในการเขียนโปรแกรมน้อยมาก ๆ

ที่ผมยกสองตัวนี้ขึ้นมาเพื่อโยงเข้าเรื่อง IDE ครับ ผมได้อ่านที่พี่ไท้เขียนหลายครั้งครับว่า คนไทยชอบเถียงกันเรื่อง IDE แล้วก็มองเรื่อง IDE เป็นเรื่องสำคัญ ผมมองต่างออกไปครับ

ผมเห็นว่า IDE เป็นเพียงเครื่องมือเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งในวงจรการเขียน Software เท่านั้น (อันนี้ผมใช้ความรู้สึกเขียนนะครับ พี่ไท้อาจใช้ประสบการณ์วิเคราะห์ให้ผมฟังอีกที) หน้าที่ของมันคือ ทำให้การพัฒนาซอพท์แวร์ง่ายขึ้น หากเราไปยึดติดกับมันมากเกินไป อาจไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะจริง ๆ มันมีวิธีการตั้งเยอะแยะครับ ที่ทำให้การเขียนโปรแกรมง่ายขึ้น

ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ไม่ชอบใช้ IDE เพราะผมเห็นว่ามันเทอะทะ และผมก็ใช้ความสามารถของมันได้ไม่เต็มที่ (อย่างมากก็กด F5 compile+run) เพราะขี้เกียจศึกษา แต่ผมก็ไม่ทราบครับว่า IDE มีผลต่อการพัฒนาโปรแกรมในบริษัทอย่างไร ผมเลยอยากตั้งคำถามทิ้งท้ายครับว่า หากไม่มี IDE (แต่ใช้เครื่องมืออื่น ๆ แทน) มันจะมีผลต่อวงจรพัฒนา Software มากน้อยเพียงใดครับ

7. cookievirus - 10 November 2006

ไหนๆ คุณ bow_der_kleine เปิดประเด็นเรื่อง IDE ถ้าจะให้ผมแสดงความคิดเห็นล่ะก้อ บอกเลยครับว่ามันเป็นพื้นฐานของการ พัฒนา software หรือ Application ในยุคนี้เลยก็ว่าได้ครับยิ่ง ยิ่งถ้าเรายึดติดกับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง M$ ยิ่งแล้วด้วยล่ะก้อผมว่าสำคัญน่ะครับ.

ถ้า software หรือ Application ที่กำลังทำมันเล็กๆ เช่นเขียนตรวจสอบ memory ก็เขียนด้วย Notepad แล้วใช้ command line ในการ compile ก็ได้ แต่ในทางกลับกันแล้วถ้า software หรือ Application ที่จะพัฒนามันใหญ่จริงๆ ความจำเป็นในการใช้ IDE ก็จะมีมากขึ้นครับ หลายๆคนอาจจะบอกว่า tool อื่นๆเยอะแยะมากไป ใช่ครับมันมาก แต่มันตอบสนองความใหญ่ของ software หรือ Application ได้ไหมล่ะครับ..

ถ้ามีคนเคยเขียน Microsoft C++ 1.0 - 5.0 ถ้าจำไม่ผิดน่ะครับ กว่าผมจะสร้างปุ่มกับ Form ได้เนี้ยแทบคลั่งเลยเพราะต้องกำหนด properties ของ control แต่ล่ะตัวว่า X, Y ที่เท่าไหร่ กว้างยาวขนาดไหน มี event อะไรเค้าบอกว่ามัน WYSIWYG นี้ผมรู้สึกเอาน่ะว่า เขียนบน DOS น่าจะได้งาน (Productivity) มากกว่าที่จะใช่ IDE ในยุคนั้นๆ

ผมว่าขนาดของ software หรือ Application -> แปรผันโดยตรงกับขนาดหรือจำนวนคนน่ะครับ..คือยิ่งใหญ่ยิ่งต้องทำเป็นทีม!ครับ ลองมองกลับไปยังงานที่ มีForm สัก 50 Form แต่ล่ะ Form มี control เป็น 100 โค้ดเป็นอีกครึ่งแสนบรรทัดต่อ Form สิครับ โอยยยย ไม่อยากคิดเลย (ขนาดใช้ oop แล้วน่ะและถ้าเป็นงานจำพวก Game นี้ IDE เจ๋งๆจะช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของ developer ได้เยอะเลยครับ) เพราะฉนั้น IDE ที่ดี(ถ้าน่ะ)จะสามารถตอบสนองงานใหญ่ได้ครับ (แต่ไม่แน่ใจน่ะว่าตอบสนองได้จริง 100% หรือเปล่า) ยิ่งต้อง complie ออกมาเป็น Project เดียวกันหรือ package เดียวกันสิครับ สยองเลย .. ผมมีประสบการณ์กับตรงนี้มาโดยตรงกับ IDE ของ M$ น่ะครับตอนนั้นกว่าจะเปิด project ขึ้น กว่าจะ compiler กว่าจะ debug เรียกได้ว่าไปชงกาแฟ กลับมายัง compile ไม่เสร็จเลย (VS.NET 2002 ครับ) เคยเสนอจะเปลี่ยน IDE เป็นค่ายอื่นเหมือนกันครับ แต่งานจะ port ออกมาได้ 100% หรือเปล่าแล้วถ้าเปลี่ยนจริงคนในทีมจะยอมไหม? นี้แหละครับปัญหา

พอย้อนกลับไปมอง IDE ในปัจจุบันผมว่า IDE ของ M$ (VS.NET 2006) เองก็ทำออกมาได้ดีขึ้นน่ะครับขจัดปัญหาเรื่อง memory leak ได้พอสมควร (ที่เจอมาคือตอนเปิดใช้ Mdi Form ครับ) มี component ดีๆเยอะขึ้น (SerialPort ก็กลับมา อันนี้ดีใจมากที่ ไม่ต้องพัฒนา library Commport ต่อแล้ว !! แต่เสียใจอยู่ลึกๆ :( ที่ไม่ได้แสดงฝีมือแบบสุดๆ) และที่สำคัญ Team Suite Edition นั้นเป็น ครบเครื่องจริงๆครับ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Software Architect, Tester, Project Manager, มี feature ให้ใช้งานเยอะมากจนเรียกได้ว่า All in one จริงๆ แต่ก็ต้องเสียเวลาเรียนรู้อีกอ่ะน่ะครับ

ถ้าเราทำงานคนเดียว Tool หรือ IDE อะไรไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกครับเพราะทำตามใจเรานี้แต่ถ้าเราทำงานเป็น Team สิ IDE หรือ Tool ที่จะมาใช้นั้นสำคัญมากครับ ต้องเลือกที่เป็นสากล (มวลหมู่มาก) เป็นหลักครับ

ส่วนตัวผมแล้วมุ่งมั่นมาทาง M$ ซะเป็นส่วนใหญ่ครับเพราะงั้นเลยคุ้นเคยกับ Tool ค่ายนี้มาพอสมควรแต่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งถึงขีดสุดเรียกได้ว่าในหนึ่งวันก็จะเจออะไรใหม่ๆ อยู่เสมอๆครับ.. ผมไม่กล้าฟันธงว่า เจ้าไหนดีที่สุด เพราะ “nobody has perfect ครับ”

happy coding,
cookievirus

8. พี่ไท้ - 11 November 2006

งึมงำ งึมงำ อ่านจากคุณโบว์กับคุณ cookievirus แล้ว ทำให้เข้าใจภาพกว้างมากขึ้นเลย สำหรับผมแล้วถ้า IDE มันทำให้ใคร ๆ เขียนโปรแกรมได้ดีขึ้น แล้วก็ไม่ต้องเปิดพวกคู่มือบ่อย ๆ ด้วย เพราะกดปุ่มจึ้ก ๆ มันก็เด้งออกมาเป็นเมนูให้เราเลือกเยอะแยะแล้ว แต่ก็ต้องเรียนรู้เยอะแบบที่คุณ cookievirus บอกนั่นแหล่ะ

9. bow_der_kleine - 12 November 2006

ต้องขอบคุณคุณ cookievirus ครับ ที่ช่วยให้ความรู้ อย่างที่บอกไปครับว่า ผมไม่ชอบใช้ IDE เลยไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไร

แต่ผมขอสรุปอีกรอบเพื่อความเข้าใจแล้วกันครับว่า IDE มีหน้าที่โดยหลักคือ สร้าง GUI, คอมไพล์โปรแกรม แล้วก็เป็นตัวช่วยในการทำงานเป็นทีม

ซึ่งเครื่องมือสำหรับงานเหล่านี้มันก็มีเครื่องมือที่ไม่ใช่ IDE อยู่เยอะพอสมควรครับ เช่น GUI-Editor, make, cvs, etc. แน่นอนครับว่าเครื่องมือพวกนี้อาจอำนวยความสะดวกสู้ IDE ไม่ได้ เพราะส่วนมากมันไม่มี GUI ให้ใช้ แต่สิ่งที่ได้ น่าจะเป็นเรื่องของ consistence ที่ไม่ว่าจะออกมารุ่นไหน เครื่องมือพวกนี้ก็ยังมีวิธีการใช้งานเหมือนเดิม

สิ่งที่ผมคำนึงถึงมากอีกอย่างคือ ความไม่ยึดติด เพราะสมัยที่ผมเริ่มเรียนเขียนโปรแกรม ผมก็ถูกสอนให้ใช้ IDE ในการเขียนเหมือนกันครับ ปรากฏว่าพอต้องมาเขียนเองแต่ไม่มี IDE ใช้ ก็เริ่มต้นอะไรไม่ถูกไปเหมือนกัน หลังจากนั้นผมจึงพยายามหาวิธีเขียนโปรแกรม ที่ผูกติดกับเครื่องมือให้น้อยที่สุดครับ

ผลดีที่เกิดขึ้นคือ ผมสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องมี IDE ที่ผมเคยใช้ เพียงแค่มี Copiler+Editor ผลก็สามารถเริ่มงานได้ หากมี IDE ให้ใช้ก็ดีไป

หรือหากจะมองในแง่ของ Productivity อันนี้ขอยกตัวอย่างที่ extreme สักหน่อยนะครับ หากโปรแกรมเมอร์ทุกคนในบริษัทติดการใช้ IDE ตัวนึงงอมแงม แล้ววันนึงบริษัทไม่สามารถใช้ IDE ตัวนั้นได้ (ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น เลิก support, ขึ้นราคา) อย่างนี้ Productivity จะไม่กระทบกระเทือนเหรอครับ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดกับคอมไพลเลอร์ได้เหมือนกัน แต่ยากกว่าเท่านั้นเองครับ

โดยสรุปคือ ผมคิดว่า IDE มันก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้ แต่ IDE ก็ไม่ใช่ทุกอย่าง การไปยึดติดกับมันมาก มันไม่น่าจะส่งผลดีกับเรามากนักครับ (จริง ๆ ที่ผมยกประเด็น IDE ขึ้นมา เพราะผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก หากเราให้ความสำคัญกับ IDE มากเกินไป)

10. พี่ไท้ - 12 November 2006

เห็นด้วยกับคุณโบว์แฮะ เพราะถ้าทำได้ เราก็อย่าไปยึดติดกับ IDE เลยเน้อะ แต่ผู้ผลิตเขาก็คงไม่ยอมหรอก เพราะว่าเขาเป็นจ้าวลัทธิไง ยังไงเขาก็ต้องโน้มน้าวให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นสาวกของ IDE ของเค้าให้จงได้

มันเป็นการต่อสู้กันระหว่างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ผู้ใฝ่หาอิสระภาพ กับบริษัทผลิต IDE ที่ต้องการให้ IDE ของตนครองความเป็นจ้าวครับ (ยังกับหนังสตาร์วอร์เลยแฮะ สู้ต่อไปเจได 5555)

11. cookievirus - 12 November 2006

!คำเตือนเหมือนจะแตกประเด็น :: ความอิสระหรือหลุดพ้นจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นทุกสิ่ง เป็นสิ่งที่หลายๆคนใฝ่หาครับ แต่ความเป็นจริงในบ้านเรานั้น(เท่าที่ผมเจอ) เอาตั้งแต่สถาบันการศึกษาเลยน่ะ (ผมมีโอกาศหลายครั้งที่ได้เป็น guest speaker หรือวิทยากรรับเชิญให้กับหลายๆสถาบันการศึกษา)

ก่อนจะทำการบรรยายหรือพูดทุกๆครั้งนั้นผมขะขอดูโครงสร้างวิชาของสถาบันการศึกษานั้นๆว่ามีสอนอะไรบ้างก่อน ผลปรกฏว่าหลายแห่งนั้นบรรจุวิชา VB เป็นวิชาพื้นฐานเอาไว้ด้วย (ทำไม่ไม่เคย(ค่อย)เห็น VC++ หรือ Delphi เป็นวิชาบังคับเลยหว่า) ตรงนี้เองผมเห็นว่าเป็นจุดอ่อนโดยตรงต่อมุมมองของบุคลากรของไทยเราต่อโลก IT กว้างๆใบนี้น่ะครับ จากการพูดคุยกับอาจารย์หลายๆท่านก็เห็นได้ชัดเจนว่าเรานั้นยังติดยึดกับค่ายดังไม่กี่ค่าย (อย่าว่ายังงี้ยังงั้นเลยครับสาขาที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ยังบังคับให้นักศึกษาใช้ Excel ส่งงานเลย! บางถือแผ่นมาส่งงานข้างในมี excel ที่ใช้ทำการบ้าน พอถามว่ารู้จักโปรแกรมจำพวก spread sheet หรือเปล่า? ส่วนใหญ่ตอบไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าคืออะไร)… อีกอย่างนึงที่ผมได้รับคำตอบจากอาจารย์หลายๆท่านอีกอย่างก็คือ “ตรวจง่ายดี” หรือไม่ก็ “เป็น Format เดียวกันให้คะแนนและตรวจสอบง่ายดี” โห่ๆๆๆๆๆๆ แล้วนี้จะส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่ๆไม่ยึดติด IDE ได้ยังไง, พอถึงวิชา JAVA ที่ทุกคนว่านี้คือ freedoms ผมก็เห็น IDE ที่ใช้คือ Eclipse ซะอีกแถมบังคับส่งอย่างนั้นอีก เอ้า! ดูดีบางแห่งยังใช้ M$ Access สอนเป็น database ด้วยอันนี้เข้าใจเด็กมันเห็นภาพง่าย ?

ตอนวัยยังสะรุ่นจำได้ตอนนั้นเรียนวิชาอะไรสักอย่าง(ไม่อยากจำ) ประมาณว่าตอนสอบผม optimize โดยใช้ C++ เขียนเอาทั้ง recursive อะไรทำนองเนี้ยผลออกว่าผมๆได้ 5/10 ผมถามอาจารย์

cookievirus : “ทำไมครับอาจารย์ code ที่ผมเขียนไปมัน optimize และ recursive แล้วน่ะครับเอาว่า complie แล้ว run ตรวจได้เลยน่ะครับ!”
อาจารย์ : “อาจารย์ใช้ pascal สอนน่ะค่ะ เปิดกว้างหน่อยสิค่ะ” (แนะมาแนะผมด้วยว่าเปิดกว้าง)
cookievirus : (อึ้งครับ….)

จะสรุปว่าอาจารย์หรือสถาบันก็ไม่ได้ “เพื่อน” ก็เป็นปัจจัยหนึ่งเหมือนกันครับ ตอนผมเรียนอยู่ปี 1 ปี 2 เนี้ยผมพยายามจะที่จะชักชวนเพื่อนๆมาทำโปรเจ็ค หรืองาน หลายๆอย่างเช่น จะทำตัวบีบอัดที่เจ๋งกว่า PK Zip, ทำ protocol ใช้กันเองไหม, เอา Minix มาทำ OS กันเองไหม, เอา Linux มาลงเครื่องไหม อาจารย์
ปรากฏว่าบ้าได้ 1-2 วันก็เลิกกัน format เครื่องลง windows และ CM2 …. มีแต่ผมที่ยังบ้าอยู่คนเดียวแล้วก็หมดไฟไปในที่สุด… (แต่เพื่อนผมหนึ่งในนั้นนี้เงินเดือน 60,000 up ล่ะ 555+)… ยิ่งฤดูส่ง project นี้ยิ่งเห็นชัดคนไหนเก่งก็จะมีสาวๆรอบกาย(ความจริงก็สาวที่เห็นหน้ากันมา 4 กว่าปีทั้งนั้น) ส่วนใหญ่ก็จะเป็น M$ VB + Access ครับ ถ้าเจ๋งหน่อยก็ VB เขียนแบบ Client Server + Sql… ตอนนั้นที่เด่นๆไม่มีใครทำตามก็มีไม่กี่คน php บ้าง มี hardware บ้าง ส่วนผม DirectX5 ก่ะ VC++ ครับ 555 ไม่มีใครตามเลย(เศร้า) แถมตอนนั้นหนังสือ VB 5 (ฉบับสมบูรณ์) ก็ขายดีเอามากๆๆๆๆ… 2-3 วันที่ผ่านมา ผมเลยถามเพื่อนๆ ที่ยังอยู่ในวงการนี้อยู่เค้าก็ปรับตัวเข้ากับสภาพที่องค์กรที่สังกัดอยู่กันได้สบายๆ ครับ (บางคนเป็นหัวหน้าเค้าแล้วยังไม่รู้จัก IDE เลย! เวรจริงๆ) นั้นแหละครับที่ผมคิดว่าปัจจัย ที่ทำให้คน IT บ้านเรายังติดยึก IDE จากค่ายใหญ่ๆกัน + กับการที่เราสามารถใช้ IDE ราคาแพงๆได้ในราคาไม่กี่ร้อยทำให้เราแทบไม่เหลี่ยวมอง IDE, Tool อื่นๆเลย… ถ้ามองไปยังต่างประเทศ ไม่มากน่ะที่เค้าจะใช้ IDE ระดับนี้ทำ project น่ะเค้าพยายามใช้งาน IDE หรือ tool ต่างๆที่เป็น opensource หรือของฟรีในการทำงาน แน่นอนราคาก็คือเหตุผลไม่งั้น M$ ไม่ออกพวก Express Edition มาให้ใช้งานฟรีหรอก เพราะเค้าอยากให้คนรุ่นใหม่ๆที่จับ Java มาใช้งานของเค้าดู งานนี้ค่ายอื่นๆต้องขยับตามบ้างล่ะผมจะได้ d/n ด้วย (ชอบๆๆๆ) (cd, dvd รวมโปรแกรมนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ opensource บ้านเราช้าและเกิดลำบาก ขอหยุดแค่ตรงนี้น่ะครับเรื่อง opensource เดี๋ยวมันจะแตกประเด็นไม่มีจบ เดี๋ยวโดนด่าอีกว่าผมใช้ของจริงหมดทุกอย่างเหรออีก)

ผมเองตอนนั้นก็พยายามใช้ Editor + Compiler เหมือนคุณ bow_der_kleine เลยครับ( Editor ยังทำเองเลย!!!) บอกตรงๆครับมันเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยๆกันครับ จริงอย่างที่คุณ พี่ไท้ และ คุณ bow_der_kleine บอกแหละถ้าเกิดองค์กรเราเกิดไม่สามารถใช้งาน IDE เจ้าประจำจะทำยังไง เพราะงั้นถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนไหนมีเด็กรุ่นใหม่ในมือหรือคนรู้จักลองบอกเหตุผลเช่นนี้ให้กับพวกเค้าหล่านั้นเถอะครับผมเชื่อมันต้องมีซักคนล่ะหว่าที่เชื่อเรา…แต่บอกตรงๆครับพี่ไทย(ไท) เราปรับตัวปรับสีเก่งอยู่แล้วครับ ขอจบเท่านี้ก่อนล่ะกันครับ

ปล. ตอนนี้ผมเริ่มรัก M$ มากขึ้นตั้งแต่ออก Express Edtion มา
ปอ. แล้วยิ่งมี XAN + (ต้องใช้) VC# .NET Express Edition ผมยิ่งรักมากขึ้น :)

Happy Coding,
cookievirus@hotmail.com

12. bow_der_kleine - 12 November 2006

ใช่เลยครับคุณ cookievirus แม้ว่าสถานการณ์บ้านเราจะเป็นเช่นนี้ แต่เราก็ควรช่วยได้ในสิ่งที่ช่วยได้ครับ การเลิกสนใจแล้วตามกระแสก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรระดับผู้บริหารอย่างพี่ไท้ หรือ ระดับที่สามารถเป็นวิทยากรได้อย่างคุณ cookievirus คงช่วยเรื่องพวกนี้ได้เยอะมาก ๆ

หมายเหตุ พึ่งรู้ครับว่า VB เป็นภาษายอดฮิตในภาคการศึกษาบ้านเรา ผมว่ามันเป็นภาษาเขียนเอาขำมากกว่า

13. พี่ไท้ - 13 November 2006

คมคายจริง ๆ ครับคุณ cookievirus (ถึงจะนอกประเด็นนิดหน่อยจริง ๆ ด้วยก็เหอะ :-P )

14. thikon - 25 December 2006

โอ้ว พึ่ี่งเห็น ขอบคุณสำหรับหนังสือดีๆ แต่ จะว่าไป หลัก oop ผมยังไม่แน่น เลย

ไม่รุ้จะใช้คุ้มเปล่านิ อิๆ

15. nameless - 11 February 2007

พี่ไท้ ผมมีเห็นรูปเลย เวลาเปิดด้วย firefox อ่ะ ต้องไปเปิดจาก IE อ่ะ แต่ผมได้ใช้ ie แล้วนะ ทำไงดีอ่ะ

16. พี่ไท้ - 11 February 2007

จริงดิเฮียสรรค์ แต่ผมก็ลองใช้ Firefox ส่องหัวข้อนี้แล้วนะ เห็นรูปด้วยล่ะ แล้วงี้จะทำไงดีเนี่ย อ้อ รู้แล้ว งั้นเฮียสรรค์กด ctrl-f5 แล้วกัน เผื่อรูปจะปรากฎ

17. kirena - 24 September 2007

thank you very much.i would like it a long time.
thanks.

18. Copywriter - 10 November 2007

เหอะๆ ไม่รู้เรื่อง ต้องหาข้อมูลเพิ่มหน่อยแล้ว

แต่เยี่ยมครับไว้ส่งต่อได้ ฮาฮา

19. ob - 21 January 2008

พี่ไท้ครับ ลิขสิทธิ์ ครับ ลิขสิทธิ์

20. Oak - 16 March 2008

ใช้ VB ก็ทำตังค์ได้ครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ได้ดีแค่ไหน

21. Penguin Villa - 16 April 2008

รี 19 รู้แล้วเหยียบไว้ แล้วก็นะ กระโดดลงจากเก้าอี้ กระทืบให้จมดินอีกทีด้วย

22. อะไหล่แอร์ - 1 July 2008

จริงๆ แล้วก็เคยเรียนมาบ้างแล้วค่ะ แต่ก็เป็นแค่พื้นฐาน ธรรมดา

แต่ว่าเวลาเรียนพอมันไม่ได้ใช้งานไปนานๆ มันก็ลืมหมด


*
เพื่อพิสูจน์ว่าคุณเป็นมนุษย์ (ไม่ใช่หุ่นยนต์) ดังนั้น กรุณาใส่รหัสป้องกันซึ่งแสดงอยู่ด้านล่างด้วยครับ
Anti-Spam Image