กระโดดไปยังแผงนำทาง

เจาะระบบถอดรหัส (How To Hack) 29 November 2006 8:53 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : หนังสือเก่า , ตรวจย้อนกลับ

เจาะระบบถอดรหัส (How To Hack)ผมจำไม่ได้แล้วล่ะ ว่าหนังสือเล่มนี้วางขายเมื่อไหร่ แต่ที่จำได้แน่ ๆ ก็คือมันเป็นหนังสือที่ดังมาก ดังโคตร ๆ เลยในตอนนั้น เพราะเป็นการแหวกกรอบการขายหนังสือคอมพิวเตอร์ก็ว่าได้ ซึ่งโดยปรกติแล้วหนังสือคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ก็จะเน้นการเขียนโปรแกรมเป็นหลัก การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเป็นรอง ก็มีเล่มนี้นี่แหล่ะที่ฉีกแนวสุด ๆ นำเอาสิ่งที่คนที่ทำงานด้านระบบคอมพิวเตอร์, ระบบเครือข่าย และระบบอินเทอร์เน็ตรู้อยู่ก่อนแล้ว ออกมาตีแผ่ถึงช่องโหว่ต่าง ๆ แถมสอนวิธีการแหกระบบด้วย

พอดีว่าผมเติบโตมาจากการเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ครับ จึงรู้สึกตื่นเต้นกับหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างมาก ผิดกับเพื่อนผมอีกหลาย ๆ คนที่เขาเอกทางด้านระบบคอมพิวเตอร์, ระบบเครือข่าย และระบบอินเทอร์เน็ต จึงไม่รู้สึกตื่นเต้นแถมยังสบถกับผมอีกว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาต่างก็รู้กันอยู่ก่อนแล้ว โดยรู้มาจากการไปฝึกอบรมและจากอินเทอร์เน็ต

ครับ พวกเขารู้อยู่ก่อนแล้ว เขาเห็นว่ามันเป็นสิ่งพื้น ๆ แต่เขากลับไม่ได้ฉุกคิดว่าสิ่งเหล่านี้แค่รู้เฉย ๆ แต่ไม่แสดงออก ผลมันก็เป็นงี้แหล่ะครับ

จุดที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ก็คือ ผู้แต่ง (ในตอนนั้น) เป็นนักศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์ครับ เอ้อ เขาเป็นว่าที่หมอฟันครับ แต่ดันมาแต่งหนังสือคอมพิวเตอร์ แถมยังเป็นเรื่องของการแหกระบบคอมพิวเตอร์ด้วย ซึงเรื่องเหล่านี้คนทางด้านระบบคอมพิวเตอร์หลายต่อหลายคนรู้กันอยู่แล้ว แต่ไม่เคยเฉลียวใจที่จะแต่งเป็นหนังสือออกมาเลย

ผลของการออกหนังสือเล่มนี้ทำให้ผู้แต่งดังระเบิดเถิดเทิงครับ หนังสือขายดีโคตร ๆ ผู้แต่งและสำนักพิมพ์ได้ตังค์เยอะแยะเอาไปแบ่งกันไม่รู้เรื่องเลย แถมมีการพิมพ์ออกมาอีกหลายต่อหลายครั้งด้วย กว่าเรื่องจะซาลงก็ผ่านไปเกือบครึ่งปี

สิ่งที่ผมสังเกตจากการจุดพลุโดยหนังสือเล่มนี้ก็คือ ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการใด ๆ มักจะเป็นคนนอกวงการเสมอ และ สิ่งที่คนในวงการเห็นว่าเป็นเรื่องพื้น ๆ เรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่เคยเหลียวแลใส่ใจจะนำมาตีแผ่เปิดเผย จะเป็นสิ่งโอชะสำหรับคนนอกวงการ ซึ่งมองภาพนอกกรอบ ไม่ยึดติดอยู่กับแนวคิดเหมือนคนในวงการ นำสิ่งดังกล่าวมาสร้างผลประโยชน์อันมหาศาลให้ตัวเองได้เสมอ

กฎนี้ยังเป็นอยู่และตลอดไปครับ

Technorati Tags: , , ,

ความคิดเห็น»

1. memtest - 29 November 2006

เล่มนี้นานแค่ไหนแล้วล่ะครับเนี่ยหนังสือเล่มนี้ เคยบ้าHACKอยู่พักนึงเหมือนกัน
ได้แต่ทำตามบักที่เค้าค้นพบแล้ว อยุ่ไปซักพักจึงได้รู้ว่าโลกพวกนี้เป้นโลกของคนที่เค้าเก่งจริง
เพราะการหาจุดอ่อนพบแต่ล่ะจุดคงไม่ได้มาจากความบังเอิญ ตอ้งมาจากความเข้าใจระบบอย่างล่ะเอียดรู้ว่ามันทำงานยังไง จุดอ่อนอยู่ตรงไหน
บอกได้คำเดียวว่ายากครับ

2. PoorBlogger - 30 November 2006

เห็นการออกแบบปกหนังสือก็รู้ว่าคงย้อนกลับไปนานมากๆ

วิธีแก้ไขวิกฤติการณ์คิวบาของรัฐบาลอเมริกันก็ถูกเสนอโดยพวกนายแบงค์ครับ พวกทหารคิดไม่ออกจนเคนเนดี้ต้องเชิญคนนอกเข้าไปแก้ปัญหาให้ ทหารมีไว้เพื่อออกรบอย่างเดียวจริงๆ –”

3. bow_der_kleine - 30 November 2006

ทหารเก่ง ๆ ที่เก่งด้านอื่น ๆ ก็มีเยอะครับคุณ PoorBlogger อย่างบ้านเรา ทหารเป็นนายกเก่งเยอะแยะไปครับ อย่างคุณจิ๋วไงครับ แกพาประเทศเข้าวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างสุดยอด ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน
(อิอิอิ พูดเล่นครับ ไม่ซีเรียสครับ)

4. patr - 30 November 2006

สมัยโน้น (เจ็ดปีก่อน) ผมจำได้ว่าไปเจออยู่บนแผง อ่านไปได้นิดหน่อยก็หยิบไปจ่ายตังค์ และก็จำได้อีกว่า พอหลังจากนั้นหนังสือแนวนี้ก็ออกมาเป็นดอกเห็ด

5. หมี - 30 November 2006

ผมคิดว่าผมมีเล่มนี้ นะครั บถ้าจำำไม่ผิด เกี่ยวกับการ hack pirch (อาจจะผิดเล่ม)
แต่ซื้อมาไม่ได้อ่านครับ ดองไว้ แล้วรุ่นพี่ยืมไป ตอนนี้ ไม่รู้หายไปไหนแล้ว
และ ใช่ครับ เล่มนี้แหวกแนว จริง

6. Make Many - 30 November 2006

จำได้แม่นยำเลยครับเล่มนี้ ซื้อมายังอยู่แต่ไม่ได้ใช้เลยเหมือนกันแค่เอามาศึกษาเอาไว้ แต่ก็ดีครับจากที่อ่าน ๆ มาหนะครับอย่างน้อยทำให้เรารู้ว่าระบบความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและเราต้องรู้วิธีการป้องกันด้วย

7. iDayBlog - 30 November 2006

ผมมีอยู่เล่มหนึ่ง ออกแนวนี้ล่ะครับ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร เรื่องพวกนี้มันไม่ได้ตามตำราเปะ ต้องรู้จักประยุกต์ เข้าใจระบบกันจริงๆ

8. ?????????????????? - 30 November 2006

9. Rath - 22 January 2007

จริงๆแล้ว สมัยนี้ก็ยังมีหนังสือคอมอีกหลายสายที่ที่ขอนแก่นนี้ หายังไงก็หาไม่ได้นะครับ
ยกตัวอย่างเช่นตอนผมจะทำบลอกใหม่ๆน่ะครับ หาซื้อหนังสือ Wordpress แทบตายแทบจะพลิกเมืองหา หาไม่ได้แม้แต่เล่มเดียวครับ แถมคนขายรวมทั้งพนักงานยังพากันพาผมไปดูหนังสือ Microsoft Word อีก - -”

นอกจากนี้ก็ยังมี หนังสือ 3D ที่มันดีจริงๆแบบจ้างเทพมาเขียน ก็ยังไม่มีครับ หนังสือ After Effect นอกจาก Classroom in the book ที่ผมว่ามันวิชาการเกินไป แถมอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะเป็นหนังสือแปล ต้องการแบบอ่านง่ายๆเข้าใจง่ายๆน่ะครับ ผมว่าจุดนี้คนไทยได้เปรียบนะครับ แต่ก็ยังไม่มีใครทำ…

ผมว่าหนังสือพวกนี้ ทำแบบหนังสือ Digital Painting ก็ได้ครับ ที่เอานักเขียนหลายๆคนเอาวิธีการทำงานของตัวเองมาเขียนน่ะครับ

ถ้าพี่ไท้สนใจก็เอาไปทำก็ได้นะครับ 55+ ผมจะรอซื้อครับ ไม่รีบทำเดี๋ยวโตไปผมเอาไปทำก่อนไม่รู้นะครับ 55+

10. พี่ไท้ - 22 January 2007

ผมไม่ชอบแต่งหนังสืออ่ะครับคุณหมอรัฐ แบบว่าถ้าเอาความรู้ที่เขมือบจากคนอื่นมาเรียบเรียงแล้วแต่งออกมาอ่ะนะ ผมว่าผมแนะนำให้ใคร ๆ ไปอ่านจากต้นฉบับจะดีกว่าครับ T-T ดีกว่าเยอะเลย ชัดเจนด้วยไม่ผิดเพี้ยน

11. ทศ - 21 March 2008

หนังสือเล่มนี้อ่อนมาก มันถือเป็น สคริ๊ปคิดดิ้ง คือใช้แต่พวกโปรแกรม ไม่ได้ใช้ความสามารถตัวเองเจาะหรอก สอนให้ไปดาวโหลดโปรแกรมของคนอื่นมาใช้งานอีกที

12. ทน - 30 March 2008

ผมก็ว่างั้นๆแหละ ไม่ได้คิดจะ ดิสเครดิต เพราะซื้อมาอ่านตั้งแต่พิมพ์ครั้งแรก

จริงๆ รู้สึกสนุกและน่าติดตาม จากที่ได้ในอ่าน ในตอนต้นๆ

แต่อ่านจบแล้ว ไม่เคยเอามาเปิดอ่าน หรือใช้ประโยชน์อีกเลย

แล้วก็จำไม่ได้ว่าทิ้ง หรือให้ใครไปแล้ว


*
เพื่อพิสูจน์ว่าคุณเป็นมนุษย์ (ไม่ใช่หุ่นยนต์) ดังนั้น กรุณาใส่รหัสป้องกันซึ่งแสดงอยู่ด้านล่างด้วยครับ
Anti-Spam Image