กระโดดไปยังแผงนำทาง

หลักสูตรการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ในไทย 8 January 2007 10:49 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , ตรวจย้อนกลับ

เมืองไทยกำลังค่อย ๆ ก้าวสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมครับ ถึงจะค่อย ๆ ก้าวอย่างเชื่องช้าก็เถอะ และก็อย่างที่ผมเคยบอกเอาไว้ครับว่า อุตสาหกรรมในอนาคตทั้ง 5 อย่าง อันประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์, อุตสาหกรรมอวกาศ, อุตสาหกรรมสมุทรศาสตร์, อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมนาโนเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เมืองไทยเราต้องก้าวเข้าไปมีส่วนแบ่งตลาดกับเขาด้วยเหมือนกัน ไม่เข้าร่วมไม่ได้

ทีนี้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ซึ่งถือเป็น sub-set ของอุตสาหกรรมอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ก็เลยจำเป็นต้องร่วมสังฆกรรมไปกับเขาด้วย เฮไหนเฮนั่น

การที่เราจะพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยได้ ส่วนหนึ่ง เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ต่างหาก ส่วนใหญ่จะพัฒนาได้ต้องมาจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยเรา แล้วนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยเรามาจากไหนล่ะ อ้อ ก็มาจากการเป็นบัณฑิต ซึ่งถูกผลิตออกมาจากสถาบันการศึกษา ที่เปิดการเรียนการสอนสาขาวิชาที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไง

อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ครับ ว่าเมืองไทยเรานั้นมีการเปิดการเรียนการสอน ในสาขาวิชาที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่ 3 สาขาใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ

ผมเคยได้เล่าถึงบทบาทของทั้ง 3 สาขาไว้แล้ว ในบทความ Computer Engineering vs Computer Science และ นักปรุงแต่งข้อมูลข่าวสาร

คราวนี้ผมจะให้ความสนใจในรายวิชาครับ เพราะถึงแม้ทั้ง 3 สาขาวิชาจะมีหลักสูตรการเรียนการสอน ที่โน้มเอียงไปยังพันธกิจของตนเองเป็นสำคัญ แต่ทว่า ทั้ง 3 สาขาวิชากลับมีการเรียนการสอนรายวิชาแกนบังคับที่เหมือนกันในหลาย ๆ วิชา ซึ่งผมจะเอามาแจกแจงให้ดูกัน

สิ่งที่ผมจะแจกแจงก็คือ ผมจะชี้ให้เห็นว่ารายวิชาแกนบังคับที่ทั้ง 3 สาขาเรียนร่วมกันนั้น เอื้อประโยชน์ต่อการทำตำแหน่งงานอะไรในองค์กรหรือบริษัทบ้าง

หลักสูตรวิชาแกนบังคับของสาขาคอมพิวเตอร์

บางคนอาจจะบอกว่า ไม่จริงอ่ะ ผมทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ผมก็ต้องใช้วิชา System Analyst And Design เพื่อออกแบบระบบเหมือนกัน … มันก็จริงครับ แต่ถ้าคุณออกแบบระบบจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่คุณมีตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ นั่นก็หมายความว่าคุณกำลังทำงานในส่วนหนึ่งของตำแหน่งนักวิเคราะห์ระบบอยู่ต่างหาก

เหมือนอะไรดีนะ อ้อ เคยเล่นเกม Final Fantasy ไหมครับ เหมือนกับว่าคุณมีอาชีพเป็น “พ่อมดดำ” ไง แต่คุณก็สามารถใช้มนต์ของ “พ่อมดน้ำเงิน” บางอย่างได้อ่ะ แบบนั้นแหล่ะ

เอาล่ะ ขยายความหน่อยดีกว่า ว่าทำไมวันนี้ผมพยายามโน้มน้าวเข้ามาในหลักสูตรการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ คือผมจะบอกว่า หลักสูตรการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ที่สอนกันในสถาบันการศึกษา มันไม่พอครับ หากเราจะก้าวหน้าให้ทันโลก

ความเจริญมันก้าวหน้าไปเร็วมาก เร็วมาก ๆ ยิ่งมีอินเทอร์เน็ตยิ่งเร็วใหญ่ หลักสูตรการเรียนการสอนเองก็ควรก้าวให้ทันเช่นกัน

ปัจจุบันเราจะพบว่า geek คอมพิวเตอร์ของเมืองไทย ล้วนเรียนจากนอกห้องเรียนทั้งสิ้น!!!

มันจะเป็นการดีมั้ยน้อ ถ้าประเทศไทยเราจะมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ ให้ก้าวทันโลกซะหน่อยนึงอ่ะ

Technorati Tags: , , , , , ,

ความคิดเห็น»

1. หมีน้อย - 9 January 2007

ก็จริงครับ geek ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนในห้องทั้งนั้น ^^
geek คอมพิวเตอร์บางคน ไม่ได้จบทางสาขา ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เลยก็มีครับ
(จริงไหมครับ) เท่าที่ผมดูจากตารางคร่าวๆ แล้ว วิศวะกรซอฟแวร์ รู้สึกเหมือนจะกวาดตารางรวดเลยนะครับ (ผมหมายถึงเรียนเกือบหมด) ^^’
ทำยังไงถึงจะยกมาตรฐานของประเทศไทยได้ครับ ?

ผมก็อยากเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังเหมือนกันครับ
ในโรงเรียนที่สหรัฐส่วนใหญ่ วิชาเรียนไม่ค่อยหนักกันหรอกครับ
(สงสัยใช่ไหมครับว่าทำไม high school บ้านเค้าไม่ค่อยเรียนหนักเลย)
ผมก็สงสัยครับ(อ้าว!) อยู่นี้ เค้ามีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “คลิก” (ผมสะกดไม่เป็นครับ)
คลิก เหมือนกับชุมชนนักเรียนที่สนใจด้านใดด้านหนึ่ง(ด้านเดียวกัน) คลิกมักจะเกิดตอนช่วงรับประทานอาหารกลางวัน ครับ พวกที่ชอบด้านเดียวกันมักจะไปชุมชุมกัน เช่นคลิกดนตรี (ผมอยู่คลิกคอมครับ) ผมพบว่านักเรียนหลายคนที่สนใจด้านคอมพิวเตอร์ ได้(improve ทักษะด้านคอมพิวเตอร์) ความรู้จาก ชุมชนคลิก มากกว่าอยู่ในห้องเรียน อย่างน้อย 10 เท่า (ไม่ล้อเล่น) เหมือนกับว่า เราสนใจด้านนี้ เราก็ไปคลุกกับเค้า เดี่ยวก็มีพวกขี้อวดมาสอนเรา หรือไม่ก็ geek มาสอนเรา (โม้กันไปโม้กันมา)แต่มันได้ความรู้หนะครับ

แต่ไม่ได้หมายความว่า ชุมชนคลิกทุกชุมชนจะดีไปซะหมดนะครับ (ขึ้นอยู่กับว่าคุณไปอยู่คลิกไหน)
ที่ผมอธิบายมาถ้าไม่เข้าใจก็ ถือว่าผมพูดเล่นก็แล้วกันครับ

2. iDayBlog - 9 January 2007

คงต้องสร้างหลักสูตรใหม่ หรือปรับเปลี่ยนหลักสูตรเดิม ให้ก้าวทันเทคโนโลยใหม่ๆีกันมากขึ้นล่ะครับ

3. memtest - 9 January 2007

่น่าจะมีการปรับปรุงหลักสูตรไหม่พอสมควร
เพราะผมรู้สึกได้ว่ามันค่อนข้างที่จะกว้างมากเกิน จนไม่ได้ทำให้เราถนัดอะไรซักอย่าง
ควรให้เด็กเลือกได้ว่าจะไปสายไหน แล้วก็เน้นไปเลยครับสอนทั้งคอนเซ็ปและปฏิบัติ(Tool) วิธีแก้ปัญหาน่าจะอยู่ตรงที่แก้หลักสูตรไหม่ในบางส่วนและสนับสนุนทุนไปสร้างอาจารย์ให้ตรงก่ะหลักสูตรไหม่ที่ออกมา อาจารย์ยิ่งเก่งเท่าไหร่ลูกศิษย์ก็จะเก่งตามได้มากขึ้นเท่านั้น คำว่าคุณต้องไปศึกษาเอาเองผมก็ชอบมันน่ะ แต่ผมไ่ม่ชอบเหตุผลของคนที่พูดในบางครั้ง(เพราะเค้าไม่รุ้เค้าเลยให้เราไปหาเอง ไม่ต้องมาถามกู)

4. mk - 9 January 2007

เพื่อนผมเคยไปเล่ารุ่นน้องว่าภาคเราสอนเด็กเหมือนสิงโต คือเตะตกหน้าผาไปแล้วให้มันไต่ขึ้นมาเอง :P

สมัยเรียนมีวิชาโปรแกรมมิ่ง 2 ภาษาเองครับ คือ ปาสคาลกับซี (ไม่รวม assembly นะ) ตอนนั้นก็สงสัยว่าทำไมจารย์ไม่มีปัญญาสอนจาวาวะ (ตอนนั้น C# ก็เริ่มนิยมแล้ว) มารู้คำตอบตอนหลังๆ ว่าเราสอนคอนเซปต์ สอนวิธีหาความรู้ด้วยตัวเอง เพราะวิชาพวกนี้สอนไปก็ล้าสมัย

ไม่รู้ว่าเป็นคำตอบที่เท่หรือไม่รับผิดชอบกันแน่

5. พี่ไท้ - 9 January 2007

ที่อ่านมาทั้งหมด เข้าใจครับคุณหมี คุณหมีเขียนด้วยไวยากรณ์ภาษาไทยที่ชัดเจนทุกพยางค์ครับ อ่านแล้วเข้าใจง่าย

น่าจะเป็นอย่างงั้นครับคุณเดย์ หรือไม่ก็ … ให้คนจบคอมพิวเตอร์ เรียนซัก 6 ปีแล้วค่อยจบเหมือนหมอดีมั้ยคุณ memtest ผมว่าไม่เลวนะ ให้เขาให้ความสำคัญกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย อย่างสถาปัตย์เขายังต้องเรียนกันตั้ง 5 ปีแน่ะ

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ สอนแบบสิงโตเตะลูกตัวเองตกหน้าผาได้อ่ะครับ เพราะที่นั่นเป็นมหาวิทยาลัย Top ของประเทศ นิสิตที่นั่นถือว่าอยู่สูงกว่าเส้นมาตรฐานแล้ว แต่ที่อื่นคงทำแบบนั้นไม่ได้อ่ะคุณ mk ขืนทำแบบนั้นคงได้อดตายกันก้นเหวหมดแหง ๆ :-P ท่านอาจารย์เองก็อยากเท่ห์เหมือนกันนะผมว่า :-)

6. เอกรินทร์ - 10 January 2007

แอบอ่านบล็อกของคุณพี่ไท้มานานแต่ไม่เคยตอบ ก็ขอออกความเห็นบ้า่งนะครับ

อันนี้ผมคิดว่า หลักสูตรการเรียนการสอนมันเน้นไปทางการทำงานในลักษณะของงานวิจัยมากกกว่า
หลักสูตรที่เน้นพวกการวิเคราะห์ออกแบบระบบรึเปล่าครับ อันนี้ผมคิดของผมเองนะเพราะ
ที่ผมเรียนมา ก็เป็นในลักษณะของการสอนแนวคิดกว้าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ในหลาย ๆ
สาขาเฉพาะ ก็ไม่ได้เน้นในลักษณะของการนำไปใช้ในการออกแบบระบบมากมายเท่าไหร่

ซึ่งก็เป็นปัญหารึเปล่าว่าสถาบันต่าง ๆ ต่างก็มี “เป้าหมาย” ในการผลิตบัณฑิตที่แตก
ต่างกัน ก็เลยทำให้กลายเป็นว่าไม่ได้ตอบโจทย์ของตลาดเท่าไหร่

ผมไม่ได้มองว่าสอนไม่พอน่ะครับ แต่มองว่า Agenda ในการผลิตบัณฑิตนั้นไม่ตรง
ตามที่ตลาดต้องการเสียทีเดียวมากกว่าน่ะครับ

อีกหนึ่งความเห็นครับ

7. พี่ไท้ - 10 January 2007

น่าจะเป็นอย่างนั้นอ่ะครับคุณเอกรินทร์ เท่าที่ทราบนะ พอผมโตขึ้นมาเพิ่งจะรู้ ที่รู้มาก็คือ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ จะมี “วิสัยทัศน์” และ “พันธกิจ” ของตนเองครับ แบบว่าประกาศกันชัดเจนเลย ว่าจะผลิตบัณฑิตออกมาเพื่อรองรับสิ่งใด

อย่างบางสถาบันเขาก็ประกาศว่าเขาจะผลิตออกมาเพื่อธุรกิจ, บ้างก็บอกว่าจะผลิตออกมาเพื่อเป็นกำลังสำคัญทางการศึกษา ก็คือออกมาเป็นครู และบ้างก็บอกผลิตออกมาเพื่อเน้นทางด้านวิศวกรรมเป็นต้น

อันนี้ก็คงต้องขึ้นกับ “วิสัยทัศน์” และ “พันธกิจ” ด้วยอ่ะครับ

8. www.kudd.net - 18 January 2007

หลักสูตรการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ในไทย…

เมืองไทยกำลังค่อย ๆ ก้าวสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมครับ ถึงจะค่อย ๆ ก้าวอย่างเชื่องช้าก…


*
เพื่อพิสูจน์ว่าคุณเป็นมนุษย์ (ไม่ใช่หุ่นยนต์) ดังนั้น กรุณาใส่รหัสป้องกันซึ่งแสดงอยู่ด้านล่างด้วยครับ
Anti-Spam Image