Battlefield Earth 30 January 2007 9:32 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , ตรวจย้อนกลับ
พอดีว่าผมไปเช่าวีซีดีหนังเก่าเก็บเรื่องนึงมาดูครับ เรื่อง Battlefield Earth หนังแนววิทยาศาสตร์ ซึ่งพอลองสืบค้นใน wikipedia แล้วก็ได้รู้มาว่า ตอนเป็นนิยายวิทยาศาสตร์นั้น Battlefield Earth ขายดีมาก แต่พอเอามาทำเป็นหนังกลับกลายเป็นหนังยอดแย่ไป
ปรกติแล้วผมไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดของภาพยนตร์เท่าไหร่ อีกทั้งผมเองก็ไม่ใช่นักวิจารณ์ด้วย ในใจลึก ๆ คิดแต่ว่าเขาทำหนังมาให้ดู ก็บุญจะแย่อยู่แล้ว อย่าไปอะไรกับเขามากนักเลย
เนื้อหาในหนังเล่าถึง ค.ศ. 3000 ซึ่งตอนนั้นโลกมนุษย์โดนมนุษย์ต่างดาวยึดไปแล้ว มนุษย์โลกโดนเข่นฆ่าจนเหลือเพียงชนกลุ่มน้อยกระจัดกระจาย ส่วนใหญ่ถูกจับเป็นทาสเพื่อทำเหมือนทองคำให้กับมนุษย์ต่างดาว
พระเอกของเรื่องเป็นมนุษย์และก็ถูกจับเหมือนกัน แต่ก็ด้วยความบังเอิญ ที่มีงานบางอย่างที่มนุษย์ต่างดาวเองก็ทำไม่ได้ แล้วก็อยากให้มนุษย์อย่างพระเอกทำ ก็เลยลงเอยที่มนุษย์ต่างดาวต้องทำให้พระเอกมีความรู้ขึ้นมา เพื่อจะได้ช่วยงานตนได้ ความรู้ที่ว่าก็รวมถึงการทำให้พระเอกสามารถพูด, ฟัง, อ่าน และเขียนภาษาของมนุษย์ต่างดาวได้ด้วย
จุดที่ผมสนใจในเรื่องมีอยู่ 3 จุด ซึ่งจับเป็นประเด็นมาโม้ได้ ดังนี้
จุดแรก
เป็นประโยคที่มนุษย์ต่างดาวพูดกับพระเอก เพื่อจะบอกให้พระเอกรู้ว่า ทำไมมนุษย์อย่างพระเอกถึงไม่มีทางสู้กับมนุษย์ต่างดาวอย่างมันได้
ตอนที่พวกเราบุกโลกนั้น ด้วยกองทัพและวิทยาการอันทันสมัยที่พวกแกมี สามารถต้านทานพวกเราได้เพียง 9 นาทีเท่านั้น แล้วพวกแกก็พ่ายแพ้ย่อยยับ ถูกทำลายเผ่าพันธุ์จนเหลือเพียงน้อยนิดอย่างที่เห็น
ถ้าทำได้อย่างที่โม้จริง ๆ นั่นก็แสดงว่าวิทยาการของมนุษย์ต่างดาวในหนัง คงมีความก้าวหน้ากว่ามนุษย์โลกเราน่าจะเป็นแสน ๆ ปีเลยมั้งครับเนี่ย?
ผมเคยอ่านเจอในอินเทอร์เน็ตนะ ไม่รู้ใครเขียนเอาไว้ จะเอามาอ้างอิงก็ไม่ได้ แย่จริง แต่ที่อ่านเจอบอกไว้อย่างนี้นะ บอกไว้ว่า ประเทศไทยเรานั้นล้าหลังทางวิทยาการความก้าวหน้า, กำลังการผลิต และความมั่งคั่ง เมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเป็น 100 ปี (ผมว่าจำนวนปีมันยังน้อยไปอยู่นะ)
ควรดีใจมั้ยเนี่ย? สำหรับผมแล้วก็ยังโอเคอยู่นะ ถ้าอีก 100 ปีข้างหน้าคือ พ.ศ. 2650 ประเทศไทยเราสามารถมีวิทยาการความก้าวหน้า, มีกำลังการผลิต และมีความมั่งคั่ง เทียบได้กับประเทศสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2550 ในเวลานี้
ถึงตอนนั้นประเทศไทยเราคงส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์, สร้างสถานีอวกาศโคจรรอบโลก, สร้างเรือดำน้ำแล่นไปมาในมหาสมุทร
ในขณะที่ถึงตอนนั้น สหรัฐอเมริกาก็คงส่งยานอวกาศขนาดยักษ์ ไปโคจรอยู่รอบ ๆ สุริยะจักรวาลอ่ะครับ
จุดที่สอง
เป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวลากตัวพระเอกไปเรียนหนังสือครับ ผมชอบตอนนี้มาก เพราะการเรียนรู้ในแบบมนุษย์ต่างดาวนั้น มันง่ายจริง ๆ เลยพับผ่าสิ เพราะใช้ระบบเรียนรู้โดยการใช้เครื่องส่งพลังจิต ทำการ upload ความรู้เข้าสมองของมนุษย์โดยตรง เป็นการเรียนลัดแบบรวดเร็ว ไม่กระทบกระเทือนต่อสมอง ไม่ทำให้ระบบเคมีและระบบกระแสไฟฟ้าในสมองเสียหาย ไม่ทำให้กลายเป็นบ้าด้วย ดี ๆ
ซึ่งการทำแบบนี้ได้ต้องมีวิทยาการสูงมาก ๆ เลยมั้ง เพราะการจะทำแบบนี้ได้ก็ย่อมแสดงว่า มนุษย์ต่างดาวมีความรู้ความเข้าใจในระบบสมองของสิ่งมีชีวิตอย่างดีเลยล่ะ สงสัยมนุษย์ต่างดาวจะเรียน Brain Computer Interface มาก่อนก็เลยทำได้

ผมว่ามันน่าจะดีมาก ๆ เลยนะ ถ้าหากเราสามารถยัดความรู้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์เข้าสมองของเราได้ ด้วยความรวดเร็วแบบนี้
จุดสุดท้าย
ความรู้เป็นแหล่งกำเนิดอำนาจที่สำคัญมากในระยะยาวครับ ในหนังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มนุษย์โลกซึ่งมีความรู้ห่างชั้นกว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นแสน ๆ ปีนั้น มีชีวิตไม่ต่างจากสัตว์ในสายตามนุษย์ต่างดาวเลยครับ
Technorati Tags: Battlefield Earth, Telepathic Training Machine, ความรู้, อำนาจ, มนุษย์ต่างดาว, brain computer interface


ความคิดเห็น»
สนับสนุนการเรียนรู้แบบLoadเข้าไปในสมองเลยครับ
จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนที่ผมเหนื่อยอยู่ตอนนี้ ล้อเล่นอ่ะครับ
เพราะถ้าเราได้อะไรมาง่ายๆมันก็ไม่มีค่าน่ะซิครับ เหมือนeBookที่เรามี10-20เล่มได้อ่าน
และใช้งานจริงๆ 5 เล่มผมว่าไม่ถึงน่ะ(สำหรับผม) ความรู้มีให้หยิบเยอะครับ
แต่เราเอาไปใส่ในสมองเราไม่ไ้ด้เอง
ดีกว่า “ขนมปังช่วยจำ” ของโดราเอม่อนอีก เพราะถ้าทำธุรส่วนตัวตอนเช้าก็หายไปแล้ว
แต่ผมสงสัยอยู่อย่างนึงหนึ่งว่า มนุษย์ต่างดาว upload การประยุกต์ การใช้้งานความรู้ ไปให้ด้วยหรือปล่าวหนอ (^O^)
ผมดูหนังเรื่องนี้มาแล้วครับ
ประเทศไทยเรานั้นล้าหลังทางวิทยาการความก้าวหน้า, กำลังการผลิต และความมั่งคั่ง เมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเป็น 100 ปี (ผมว่าจำนวนปีมันยังน้อยไปอยู่นะ)
ชอบคำนี้ครับ ^^’ อันที่จริงแล้ว ผมคิดว่า มันมีค่าน้อยกว่า 100 ปีนะครับ
อาจจะ 50 หรือ 40 อะไรทำนองนี้ แต่ความเป็นจริงอย่างแรกเราก็เสียเปรียบเค้ามากแล้ว ครับ เรื่อง ทรัพยากรมนุษย์
^^’
ไอเดียคล้ายกับ martix ไหมครับ ? มันคุ้นๆ นะครับ
พี่ไท้ครับ ผมต้องเปลี่ยนบล็อกครับ
http://eemachine.wordpress.com/ ชั้วคราวครับ
เรื่องเทียบความล้าหลังกันเป็นจำนวนปีนี่ไม่รู้ใครเป็นต้นคิด อย่างนี้เราเถียงได้ว่าเมื่อร้อยปีก่อน หรือ 40-50 ปีก่อน อเมริกายังไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้อย่างเมืองไทยปีนี้เลย มันน่าจะเทียบเป็นเปอร์เซนต์หรือการจัดลำดับอะไรพรรค์นั้น
เรื่องการครองโลก แต่ก่อนชาติจักรวรรดิ์นิยมก็ใช้กำลังทหารในการล่าเมืองขึ้น แล้วค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นกาครอบงำทางการเมืองและเศรษฐกิจ ถึงเวลามนุษย์ต่างดาวมาครองโลกจริงๆ จะเป็นแบบใช้อาวุธไฮเทคอย่างที่เราชอบสร้างหนังจินตนาการกันหรือจะเป็นแบบจักรวรรดิ์นิยมสมัยใหม่ ก็น่าคิดเหมือนกันครับ
ในอนาคตข้างหน้า อารยธรรมมนุษย์คงจะมีความรู้เยอะมากครับคุณ memtest จนระบบการศึกษาที่ปัจจุบันนี้เปิดการเรียนการสอนกันอยู่นั้น รองรับไม่ได้ ซึ่งหมายถึงการต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบของระบบการศึกษา ต่อไปกว่าเด็กรุ่นใหม่จะเรียนจบได้ อาจจะต้องเสียเวลาเรียนระดับปริญญาตรีถึง 10 ปีก็เป็นได้
หนังมันเน้นไปทางการกอบกู้โลกอ่ะครับคุณ patr ก็เลยไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก ว่าจะประยุกต์ใช้ความรู้แบบไหน ยังไง
ไอเดียเป็นอีกแบบนึงครับคุณหมี ว่าแต่บล็อกเดิมของคุณหมี ผมก็ยังเคยเข้าได้นี่นา
หรือไม่มนุษย์ต่างดาวก็มาดูเราแบบเงียบ ๆ แล้วก็ส่ายหัวเพราะความล้าหลังมาก ๆ ของเรา แล้วก็บินจากไปครับพี่โรจน์ ประมาณเห็นเราล้าหลังแบบมดอ่ะครับ น่าจะเป็นแบบนี้ได้เหมือนกัน
เรื่องนี้อย่างมันส์ครับ แต่ยังแพ้ปังคุง (@0@)
ปังไหนอ่ะคุณ BigNose? เจปัง อ๊ะเปล่า? ที่เป็นชื่อไทยว่า แชมเปี้ยนขนมปัง สูตรดังเขย่าโลกอ่ะ
อ้าวติดเจปัง กันใหญ่ ได้ยินปังแล้วนึกถึงอันปังแมน (ว่าไปนั่น) (^O^)
อืมมม ถ้าเราโหลดความรู้เข้าหัวกันได้ง่ายๆ แบบนั้น มนุษย์ก็คงลดความขยันลงไปเยอะ ขณะเดียวกัน ความทะเยอทะยานอยาก ก็อาจจะยิ่งเพิ่มทวี
ของมันมี 2 แง่ ที่ดีร้ายและหักล้างกันอยู่นะ ผมละเลือกไม่ถูกว่า เราควรจะพัฒนาตัวเองไปในทางนั้นดีไหม
มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความโลภ ความทะเยอทะยานอย่างที่คุณ PatSonic บอกจริง ๆ ด้วยครับ คิดว่าถ้าทุกคนสามารถยัดความรู้เข้าหัวได้ แล้วก็เป็นอัจฉริยะกันทุกคน โลกก็คงวุ่นวายเหมือนกันแฮะ แต่ผมว่าถึงตอนนั้นชนชั้นปกครองอาจจะมีลักษณะพิเศษนะ นั่นก็คือมีพลังจิต สามารถอ่านใจได้ มีพลัง Mind Control อยู่กับตัว จึงสามารถควบคุมไม่ให้อัจฉริยะซึ่งมีล้นโลก ก็ความเดือดร้อน วุ่นวายได้
ยังไงก็คงต้องพัฒนาคนก่อนที่พัฒนาอย่างอื่นหละครับ อ.ผมบอกว่า ไทยมีรถไฟก่อนญี่ปุ่นเสีย แล้วตอนนี้ญี่ปุ่นเป็นไงครับท่าน
ทุกอย่างมันต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปเร่งมากนัก เราล้าหลังฝรั่งในด้านเทคโนฯ แต่เรายังมีคุณธรรมในจิตใจที่กำลังจางลงไปพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามามากขึ้นพร้อมกับระบบทุนนิยม ค่อยเป็นค่อยไปเถอะครับพี่น้อง ตอนนี้ฝรั่งหลายชาติกำลังอิ่มตัวกับเทคโนโลยี เริ่มกลับมาคิดถึงวิถีและความหมายของชีวิต ความเป็นไปของมนุษยชาติ (เริ่มออกนอกแนวซะแล้วสิเรา)
ผมลองคิดมุมใหม่ ผมว่าอเมริกากำลังเป็นมนุษย์ต่างดาว และชนชาติอื่นกำลังเป็นมนุษย์ธรรมดานะครับ อเมริกาสามารถที่จะยึดประเทศไหนก็ได้ในโลกนี้ แต่ยังขาดความชอบธรรมเท่านั้น เลยทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นถูกได้ (เช่น อิรัค)