บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การลงทุน , 4 ความคิดเห็น
หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ อยู่เป็นนาน ผ่านมาเกือบจะครึ่งปีในที่สุดบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็จะเข้าตลาดหุ้นจนได้ โดยจะเข้าซื้อขายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ที่จะถึงนี้
ผมเองก็รอหุ้นตัวนี้มานานแล้วเหมือนกัน แบบว่าอยากจะได้ อยากจะมีส่วนร่วมด้วย แต่เมื่อประกาศราคาจองมาแล้วก็แทบจะหงายหลัง เพราะพี่เขาเล่นให้จองที่ราคา 12 บาทต่อหุ้น!!!
สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก สำหรับการลงทุนในบริษัทเกมออนไลน์ด้วยราคาระดับนี้ เพราะผมเองก็วิเคราะห์หุ้นเป็นเหมือนกัน แล้วก็พบว่ามันแพงไป ถึงแม้จะบวกค่าพรีเมี่ยมตั้งมากมายให้กับบริษัทนี้แล้วก็เถอะ!!!
แต่ยังไงก็ยังอยากได้อยู่ ก็คิดว่าจะรอให้ราคามันค่อย ๆ ลงมาตามความเป็นจริงก็แล้วกัน …
สำหรับเมืองไทยแล้ว การลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ยังเป็นอะไรที่ใหม่มากเลยครับ คราวนี้ก็จะได้เห็นตัวอย่างกันซะที ว่าบริษัทเหล่านี้เมื่อเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วจะเป็นยังไง??
Technorati Tags: บริษัท, เกม, เอเชียซอฟท์, ตลาดหุ้น, ลงทุน, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การลงทุน , 3 ความคิดเห็น
ได้ยินข่าวลือหนาหูว่า Asiasoft จะขาย IPO ที่ 11 - 12 บาท อือม แบบว่าใจคอทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท พอเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วจะโดดพรวดกลายเป็นมูลค่าตลาด 3,000 ล้านบาทกันเลยเหรอเนี่ย!!!
ถ้าขายราคาประมาณนี้ ผมก็สู้ราคาไม่ไหวเหมือนกันแฮะ … ยอมแพ้
ไอ้เรา็มีตังค์จิ๊บจ๊อยอยากจะลงทุนด้วยอ่ะนะ แต่กำหนดราคาอนาคตซะไกลหลายปีแบบนี้ คงต้องให้คนที่ใจถึงกว่าไปรองรับราคาก็แล้วกันเด้อ
ป.ล. ไม่ยักรู้ว่าหุ้นสายคอมพิวเตอร์จะขายราคา IPO ได้แพงขนาดนี้ แพงกว่า PTT ตอนเข้าตลาดฯอีกนะเนี่ย!!!
Technorati Tags: asiasoft, ipo, คอมพิวเตอร์, การลงทุน, ซอฟต์แวร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การลงทุน , 8 ความคิดเห็น
ช่วงนี้ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือชี้ชวนเพื่อให้ซื้อหุ้น IPO ของบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อยู่ครับ รายละเอียดมันเยอะพอดูเลย คงต้องค่อย ๆ อ่านไปอย่างเกลี้ยงเกลาและเยือกเย็น
เข้าใจว่าพวกเราน่าจะรู้จักบริษัทนี้ดี คิดว่าอาจจะรู้จักดีกว่าปรกติด้วย เพราะบริษัทนี้เขาเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจผู้ให้บริการเกมออนไลน์ของประเทศไทย (สงสัยแม้แต่เด็กแปดขวบแถวบ้านผมก็น่าจะใช้บริการของบริษัทนี้เหมือนกัน)
มันน่าจะเป็นเรื่องทีดีสำหรับประเทศไทยนะผมว่า กับการที่บริษัทที่ทำธุรกิจซอฟต์แวร์เริ่มตบเท้าเดินเข้าตลาดหลักทรัพย์กันมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงธุรกิจการเงิน, การธนาคาร และอุตสาหกรรมหนักเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้
ถ้าไม่ปลายปีนี้ก็คงจะเป็นต้นปีหน้าล่ะนะ ที่บริษัทเอเชียซอฟท์จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ (เดาเอาเองอันนี้ เพราะจริง ๆ แล้วมันเป็นอำนาจของ กลต. ที่จะพิจารณาอนุมัติ)!!!
กลุ่มทุนเหล่านี้ถ้าเป็นที่สหรัฐอเมริกาควรจะถูกนิยามว่าเป็นกลุ่มทุนไฮเทค และก็ควรจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เฉพาะของเขาที่เรียกว่า NASDAQ แต่ของเมืองไทยเราไม่มีตลาดแบบที่ว่า ดังนั้นกลุ่มทุนไฮเทคของไทยเราก็เลยต้องเข้าไปอยู่รวม ๆ กับกลุ่มทุนอุตสาหกรรมหนักอื่น ๆ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทน
ผมชอบโมเดลธุรกิจของบริษัทแบบนี้นะ เพราะมันต่างจากโมเดลของบริษัทที่ทำธุรกิจขายข้อมูลออนไลน์ หรือบริษัทที่ทำธุรกิจรับจ้างติดตั้งซอฟต์แวร์ รวมทั้งให้คำปรึกษาระบบซอฟต์แวร์ โดยจุดที่ชอบก็คือ
1. มีช่องทางในการกระจายบริการ โดยอาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นกระดูกสันหลังหลัก ในการนำส่งบริการให้แก่ผู้บริโภค ต้นทุนต่ำดี เพราะผู้บริโภคนั่นแหล่ะต้องเป็นคนออกค่าเน็ตเอง
2. ไม่ต้องมากังวลกับปัญหาลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เพราะซอฟต์แวร์เป็นการบริการไปแล้ว ไม่มีใครมาละเมิดการบริการซึ่งเป็นสิ่งจับต้องไม่ได้ และการบริการก็เป็นเรื่องของความจงรักภักดี ซึ่งของแบบนี้มันต้องใช้เวลามาสร้างกันอย่างต่อเนื่อง
3. มีระบบและช่องทางในการจำหน่ายบัตร Airtime และบัตร Item ซึ่งมันเหมือนกับระบบบัตรเติมเงินของบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเลย ดังนั้นจึงมีโอกาสสูง ที่จะพลิกแพลงรูปแบบการใช้บัตร Airtime และบัตร Item เหล่านี้ได้ในภายหลัง เหมือนกับที่บริษัทมือถือทำอยู่ในปัจจุบันนี้
4. สำหรับผมแล้วเห็นว่าบัตร Airtime และบัตร Item นั้น เปรียบได้กับ “เงินตราเสริม” ซึ่งออกโดยบริษัทเกมออนไลน์ โดยมีบริการของบริษัทเป็นสิ่งหนุนหลัง “เงินตราเสริม” เหล่านี้ ซึ่งมันจะทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองอะไรอย่างอื่นในภายภาคหน้าได้
ตอนนี้มันเลยคล้าย ๆ กับว่า ธุรกิจที่ให้บริการออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต กำลังจะมีโอกาสในการสะสมความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็ว เหมือนกับที่ครั้งหนึ่ง ธุรกิจซึ่งให้บริการโทรศัพท์มือถือเคยทำได้มาแล้ว
ป.ล. ถ้าปีหน้าเขากระจายหุ้น IPO สำเร็จ ผมก็คงพอมีตังค์อยู่บ้างที่จะไปซื้อหุ้นเขาได้ งั้นตอนนี้คงต้องอยู่อย่างพอเพียงไปก่อนก็แล้วกัน อิ อิ
Technorati Tags: อุตสาหกรรม, เกมออนไลน์, เอเชียซอฟท์, อินเทอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์, ลงทุน
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การลงทุน , 12 ความคิดเห็น
ลึก ๆ แล้วผมอยากจะให้ exteen เติบโตไปเรื่อย ๆ นะ ยิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอได้ยิ่งดี เพราะผมอยากมีหุ้น IPO ของ exteen เก็บไว้ในพอร์ตการลงทุนของผม เพื่อให้ผมได้เก็บกินเงินปันผลได้ในยามแก่เฒ่า นอกเหนือจากการรับเงินปันผลจากหุ้นอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ทุกวันนี้ผมมีอยู่ในพอร์ตการลงทุน
แต่ในฐานะนักลงทุนคนนึง การที่เราจะลงทุนในกิจการใด ๆ นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องวิเคราะห์ธุรกิจนั้น ๆ ก่อน ว่ามีความคุ้มค่าเพียงใดในการลงทุน ซึ่งถ้าบริษัทดังกล่าวมีการเปิดเผยงบการเงิน ก็จะเป็นการง่ายในการวิเคราะห์ แต่หากกิจการดังกล่าวไม่ได้มีการเปิดเผยงบการเงิน เราก็จำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ทางอ้อม โดยการตรวจสอบจากสิ่งยึดโยงที่อยู่รอบ ๆ บริษัทดังกล่าว
มองมุมกลับกัน หากผมไม่ได้มอง exteen ด้วยสายตานักลงทุน หากแต่มองผ่านด้วยสายตานักการจัดการ ก็จะพบกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก ในเมืองไทยเรามีกรณีศึกษาแบบนี้ไม่เยอะนัก เรียกได้ว่าสามารถหยิบยกมาทำเป็นวิทยานิพนธ์ MBA ได้เลยทีเดียว
กรณีศึกษาที่ว่าก็คือความสัมพันธ์ระหว่าง exteen และ bignose!!!
(more…)