กระโดดไปยังแผงนำทาง

อาวุธประจำกายแห่งอนาคต 23 July 2008 5:22 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น

พลเรือนส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าใช้อาวุธครับ เพราะใช้แล้วมันมีปัญหาตามมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นยั้งมือไม่อยู่ แทนที่จะแค่หยุดคนร้าย กลับกลายเป็นทำให้คนร้ายตาย จนต้องเดือดร้อนขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะถูกฟ้องคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา

หรือไม่ก็กลัวแม่นไม่พอ นอกจากไม่สามารถจู่โจมให้เข้าเป้า จนไม่สามารถหยุดคนร้ายได้แล้ว ยังทำให้คนร้ายโมโหแล้วทำร้ายเราหนักกว่าเดิมอีก

ไม่ว่าจะเป็น มีด, ดาบ, ดิ้ว หรือ ปืน ก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียในการใช้ทั้งนั้น!!

แต่ที่สหรัฐอเมริกาเขามีอาวุธประจำกายแบบใหม่ครับ ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมใช้มาก เนื่องจากมันอุดข้อเสียหลาย ๆ อย่างของอาวุธที่กล่าวในข้างต้น และที่สำคัญมันถูกกฎหมายด้วยในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา!!!

อาวุธดังกล่าวคือ Taser C2 ในภาพด้านซ้ายครับ หรือถ้าให้เรียกเป็นภาษาไทยก็คือ “เครื่องยิงลูกดอกช็อตไฟฟ้าแรงดันสูง”

มันมีคุณสมบัติิเหมือนกับเครื่องช็อตไฟฟ้าทั่วไปทุกประการ แต่สิ่งที่เหนือกว่าก็คือมันมีระยะยิงอยู่ที่ 4 เมตร แถมยิงแม่นอีกต่างหาก อีกทั้งยังสามารถปล่อยแรงดันไฟฟ้าได้ที่ 400,000 โวลต์ กระแสไฟฟ้าที่ 1/8 แอมแปร์

ด้วยแรงดันไฟฟ้าที่สูง แต่กระแสไฟฟ้าที่ต่ำ จึงทำให้ผู้ที่ถูกยิงใส่กลายเป็นอัมพาตล้มลงในทันที เนื่องจากแรงดันไฟฟ้าเข้าไปก่อกวนการทำงานของกล้ามเนื้อ จนกล้ามเนื้อหยุดการทำงานไปพักใหญ่ ๆ

ผู้ที่ถูกยิงจะไม่บาดเจ็บ, พิการ หรือเสียชีวิต เพียงแต่ถูกหยุดให้กองอยู่กับพื้นเท่านั้น ทำให้พลเรือนสามารถป้องกันตัวเองได้โดยไม่เป็นการทำเกินกว่าเหตุ อีกทั้งยังมีเวลาเพียงพอที่จะแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ตำรวจมาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

(more…)

ดาบ ปืน เงินตรา และ ซอฟต์แวร์ 19 July 2008 9:56 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 6 ความคิดเห็น

มาลองนิยามสมมติฐานกันหน่อย …

1.  ในยุคเกษตรกรรม ผู้ใดมีดาบและใช้ดาบเก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

2.  ในยุคอุตสาหกรรม ผู้ใดมีปืนและใช้ปืนเก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

3.  ในยุคทุนนิยมครองโลก ผู้ใดมีเงินตราและใช้เงินตราเก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

4.  ในยุคปฏิวัติสารสนเทศ ผู้ใดมีซอฟต์แวร์และใช้ซอฟต์แวร์เก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

สำหรับ 3 ข้อแรกนี่ไม่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเป็นไปแล้ว แต่ไอ้ข้อ 4 นี่สิ มันจะเป็นไปได้แค่ไหน?

อือม แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะสมัยก่อนก็ไม่เคยมีใครคิดว่าเงินตราจะบันดาลให้คนมีอำนาจขึ้นมาได้นี่นา ก็ไม่แน่ว่าต่อไปในภายภาคหน้า ซอฟต์แวร์ก็อาจจะบันดาลให้คนมีอำนาจขึ้นมาได้เช่นกัน!!!

Technorati Tags: , , , ,

จับไต๋ Offline Web Application 10 July 2008 3:40 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 11 ความคิดเห็น

อ่านใน Technology Review 10 อันดับ แล้วก็พบว่า Offline Web Application คือหนึ่งใน 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองในอนาคต

ผมว่าคนที่จัดอันดับคงเกรงใจคนวงการคอมพิวเตอร์มั๊ง เลยจัดอันดับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์นี้เข้าไปด้วย ทั้ง ๆ ที่โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าวิศวกรรมพันธุศาสตร์, นาโนเทคโนโลยี, ประสาทวิทยา และฟิสิกส์อนุภาคน่าจะสำคัญมากกว่า!!!

เมื่อก่อนผมก็เคยคิดเหมือนกันนะ ว่าน่าจะเป็นการดีหากผมสามารถใช้งาน Web Application ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Web Browser เป็นตัวบริหารจัดการ!!!

ผมกำลังหมายถึงอะไร? หมายถึง Instant Messaging เหรอ? หรือว่าหมายถึงเกมส์ออนไลน์? … พวกนั้นก็ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตหรืออินทราเน็ตเหมือนกัน แต่พวกนั้นก็ไม่ถือว่าเป็น Web Application ถูกมั้ย? พวกนั้นกระเดียดไปทาง Desktop Application มากกว่า!

คนที่เจอนิยามของ Offline Web Application เ้ข้าไปคงจะสับสนน่าดู ว่าตกลงมันมีนิยามขอบเขตยังไงกันแน่ … ผมเองก็เช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจนิยามของมัน ผมก็เลยต้องลองเอาของจริงที่เป็น Offline Web Application มาติดตั้งดู โดยหนูลองยาที่ผมเอามาลองก็คือ eBay Desktop

หลังจากที่ผมได้ลองใช้งานและตรวจสอบโปรแกรม eBay Desktop แบบหยาบ ๆ แล้ว ก็ทำให้ผมสามารถจับไต๋ Offline Web Application (แบบหยาบ ๆ) ได้ดังนี้

1.  ถ้าเรายอมรับว่า Web Browser เป็น Desktop Application ประเภทหนึ่ง งั้นเราก็ต้องยอมรับว่า Offline Web Application ก็เป็น Desktop Application ประเภทหนึ่งเหมือนกัน

2.  เราคงคุ้นเคยกับการที่ Web Application ทำงานอยู่บน Web Browser แต่ต่อไปเราอาจจะได้คุ้นเคยกับการที่ Web Application (แบบ Offline) จะไม่ทำงานอยู่บน Web Browser แต่จะยืดอกขึ้นมาทำงานในระดับเดียวกับ Web Browser เลย

3.  กลไกของ Offline Web Application ในการติดต่อกับ Web Server ยังคงเหมือนกับการที่ Web Browser ติดต่อกับ Web Server … เพราะมันยังคงสื่อสารด้วย Port 80 อยู่เหมือนเดิม หรือถ้ามีการตั้ง Firewall เอาไว้ มันก็จะสื่อสารกับ Web Server ด้วย Port 8080 แทน

4.  เราคงจะเคยคิดว่ามีเพียง Feed Reader เท่านั้นที่จะตอบโต้กับ Web Server ด้วย XML (จริง ๆ มีซอฟต์แวร์ระดับ Enterprise อื่น ๆ ที่คุยกันด้วย XML เหมือนกัน แต่ในที่นี้ไม่ขอกล่าวถึง เพราะไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับ Web Application)… แต่ต่อไปจะไม่ใช่แล้ว … เพราะ Offline Web Application ก็จะตอบโต้กับ Web Server โดยใช้ XML เต็มรูปแบบเหมือนกัน

5.  จุดประสงค์แรกที่คิด Offline Web Application ขึ้นมาก็เพราะความกลัว เรากลัวว่าถ้าอินเตอร์เน็ตหลุด แล้วเราจะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราไม่ได้ อีกทั้งยังกังวลว่าข้อมูลจะสูญหายหรือถูกทำลาย ซึ่ง Offline Web Application ก็ตอบโจทย์ได้ดี เพราะมันเป็น Desktop Application ตัวนึงนี่นา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากมันจะสามารถเขียนข้อมูลสำรองเอาไว้ในเครื่องของเราได้

6.  แต่ท้ายที่สุดแล้วผู้ให้บริการ Web ก็ยังคงปราถนาให้ผู้ใช้อย่างพวกเรา Online เข้าระบบของเขาตลอดเวลาที่ใช้งาน โดยผ่าน Offline Web Application อยู่ดี เพราะข้อมูลสำคัญและจำเป็นที่เราต้องใช้งาน มันก็ยังคงกองอยู่ในอินเตอร์เน็ต รอให้เราใช้ Offline Web Application ไปดูดมาอยู่ดี

7.  โดยสรุปแล้ว หาก Offline Web Application เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ โอกาสที่ Web Browser จะหมดความสำคัญลงไปก็จะยิ่งมีมากขึ้นทุกที ดังนั้น Offline Web Application จึงไม่ใช่คู่แข่งขันในอุตสาหกรรม Web Browser หากแต่เป็น “สินค้าทดแทน” ที่จะมาทดแทน Web Browser นั่นเอง

    ถึงจะสรุปมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็ยังอุ่นใจว่า Offline Web Application ยังไง๊ยังไงก็ยังคงดำเนินตามหลักการในการส่งซอฟต์แวร์ให้กับผู้บริโภค ตามหลักการของ Software as a Service อยู่ดี ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าผมยังคงสามารถโม้เกี่ยวกับ “Software as a Service” ไปได้อีกนาน อิ อิ :-P

    Technorati Tags: , , , , ,

    ตามล่าหา Drivers สุดขอบฟ้า!!! 1 July 2008 10:22 am

    บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร, สมมติฐาน , 17 ความคิดเห็น

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาเครื่องนึงครับ เป็นยี่ห้อ HP รุ่น Pavilion g3375I Home PC นับว่าเป็นการซื้อคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะในรอบหลายปีที่ผ่านมาของผมเลย เพราะปรกติผมจะใช้แต่ Notebook ซะมากกว่า

    ผมจำได้ว่ามีหลายคนบ่น ๆ ว่า ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มาแล้ว ไม่ขอใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP ได้แมะ ขอใช้ระบบปฏิบัติการอย่างอื่นได้ป่ะ ซึ่งถ้าพวกเราอยากทำแบบนั้นก็ย่อมได้ แต่ความท้าทายที่ตามมาก็คือ เราต้องไปหา drivers เอาเอง

    ผมเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ประสบปัญหาอะไรมาก่อน เพราะผมคิดว่าผมจะใช้ระบบปฏิบัติการอันเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แต่ผมก็พบความท้าทายจนได้ เนื่องจากถึงแม้จะติดตั้งระบบปฏิบัติการยอดฮิตแล้วก็ตาม แต่ผมก็พบว่ามันไม่รู้จัก Network Adapter และ Display Adapter ของเครื่องรุ่นดังกล่าว

    มันเรียกร้องอย่างโหยหวน … มันต้องการ drivers ที่ถูกต้อง … แล้วผมจะหาให้มันได้ไง???

    ผมเริ่มต้นคลำทางโดยการเข้าไปยังเว็บไซต์ของ HP แล้วผมก็มาถูก … อย่างน้อยก็ครึ่งทาง เพราะที่เว็บไซต์ของ HP จะให้เราระบุรุ่นของเครื่องที่เราซื้อไป จากนั้นเขาก็จะแสดงผลออกมาให้เราดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นดังกล่าวนั้น  มันมีคุณสมบัติยังไงบ้าง … อือม … ผมหมายถึงมันประกอบไปด้วยชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์อะไรบ้าง

    เว็บไซต์ของ HP นั้นเจ๋งมาก เพราะนอกจากจะบอกรายละเอียดแล้ว ยังมีพิมพ์เขียวของ Motherboard และภาพถ่ายย่อส่วน Motherboard ของจริงให้ดูอีกด้วย … มันทำให้ผมแทบไม่ต้องเปิด case เพื่อมาตรวจสอบอะไรเลย!!!

    อีกทั้งข้อมูลก็แม่นมากเลย เพราะมันอธิบายคุณสมบัติได้ถูกหมดเลย แถมยังบอกในหลาย ๆ อุปกรณ์ที่ผมไม่ทราบด้วยว่ามีอยู่ในคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ … อือม … มันทำให้ผมทราบเพิ่มอีกนิดหน่อยว่าคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ขายแต่ที่เมืองไทยเท่านั้น … ไม่ยักรู้แฮะว่ามีแบบนี้ด้วย

    แต่มีอยู่ข้อความนึงที่ผมอ่านแล้วสะดุ้งโหยงนิด ๆ นั่นก็คือ

    (more…)

    การตรวจจับหา “ผี” โดยใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ 27 June 2008 5:02 pm

    บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 7 ความคิดเห็น

    พวกเรารู้กันดีครับว่า “ผี” เป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติซึ่งไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ง่ายนักว่ามีอยู่จริง เพราะมันเป็น “หินยาน” ซึ่งหมายถึง “การรับรู้แจ้งโดยตนเพียงคนเดียว” ดังนั้นถึงแม้เราจะสามารถสัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสที่เรามีอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะสามารถสัมผัสได้ซะเมื่อไหร่กัน!!

    ในปัจจุบันนั้นการพิสูจน์ว่า “ผี” มีอยู่จริงหรือไม่จะใช้วิธีการตรวจจับด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

    1.  ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เข้ามาสัมผัสกับตัวตรวจจับ หรือ

    2.  ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านความถี่ต่าง ๆ ออกไป แล้วตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สะท้อนกลับมายังตัวตรวจจับ

    การที่เราถ่ายรูปแล้วติดภาพดวงไฟวาบ สีขาวบ้างแดงบ้างเหลืองบ้าง หรือถ่ายแล้วติดโดนอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของใครก็ไม่รู้ในภาพที่ถ่ายได้ ก็ถือได้ว่า เป็นวิธีการตรวจจับด้วยวิธีที่ 1 นั่นก็คือการตรวจแสงซึ่งสะท้อนต่อวัตถุ แล้วสะท้อนมายังกล้องถ่ายรูปอีกทีนั่นเอง

    ภาพข้างบนที่ผมแปะเข้ามาคือ เครื่องตรวจจับ “ผี” ซึ่งมีสนนราคาย่อมเยาแค่ 4,995.00 ดอลล่าร์สหรัฐครับ มันทำงานตามแบบวิธีที่ 1 กล่าวคือมันจะพยายามดักจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาอย่างผิดปรกติ ซึ่งไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านความถี่ที่เกิดจากการจับจองใช้งานของมนุษย์ หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ หรือแม้แต่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตามธรรมชาติ

    ดูเหมือนนักวิทยาศาสตร์จะเชื่อจริง ๆ นะครับ ว่าถึงจะไม่รู้ว่า “ผี” เป็นอะไรกันแน่ แต่มั่นใจแน่ ๆ ว่า “ผี” มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแปลก ๆ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่จะทำให้ตรวจจับได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง!!!

    (more…)

    เราจะนับสถิติการเข้าบล็อกของเรายังไงดี? 18 June 2008 10:43 am

    บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 2 ความคิดเห็น

    สถิติเป็นเรื่องที่น่าสนใจ มันเหมือนกับว่าเราไม่หูหนวกตาบอด เราได้รู้ว่ามีใครเข้ามาที่บล็อกของเราบ้าง แล้วก็เข้ามาด้วยความสนใจในสิ่งใด ทีนี้ผมก็นับสถิติของบล็อกแห่งนี้ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ได้ดังนี้

    แบบนี้ผมก็ถือได้ว่ามีผู้เข้าบล็อกแห่งนี้ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ได้ 563 UIP + 512 feed subscribers = 1,075 sessions ได้ป่ะ?

    ใครจะยอมรับในตัวเลขนี้ได้ป่ะเนี่ย?

    จะเห็นว่ามิติในการเข้าสู่เว็บไซต์มันเริ่มมีมากขึ้น มันไม่เหมือนสมัยก่อนที่เข้าตรง ๆ จาก web browser อย่างเดียว มันยังมี feed reader อีกช่องทางนึงด้วย

    นี่ถ้าผมมีบล็อกอยู่บล็อกนึงนะ ซึ่งในแต่ล่ะวันมี UIP เพียงแค่ 100 UIP แต่กลับมีผู้มารับ feed สูงถึง 100,000 subscribers แล้วแบบนี้จะนับว่าบล็อกแห่งนี้มีสถิติยังไงดี?

    คงต้องหามาตรฐานใหม่ในการคำนวณคุณค่าแห่งบล็อกแล้วกระมัง!!!

    Technorati Tags: , , , ,

    ระบบรับโฆษณาบนเว็บไซต์แบบอัตโนมัติ 15 June 2008 4:18 pm

    บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น

    เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในหมู่คนทำเว็บไซต์และผู้ประกอบการเว็บไซต์แล้วว่า การรับโฆษณาคือหนทางหลักที่จะได้รายได้มาเป็นกอบเป็นกำที่สุด รองลงไปก็เป็นการคิดค่าธรรมเนียมสำหรับการบริการต่าง ๆ และสุดท้ายจึงเป็นการขายไอเท็มต่าง ๆ ของเว็บไซต์ดังกล่าว

    สรุปหลัก ๆ แล้วการหารายได้บนเว็บไซต์ก็มี 3 อย่างที่ฝากผีฝากไข้ได้ ที่เหลือไม่ต้องไปกล่าวถึง เพราะลูกผีลูกคน!!!

    ก่อนจะโม้อะไรมากกว่านี้ ขอนำเสนอรายละเอียดการรับโฆษณาของเว็บไซต์ 10 อันดับแรกของเมืองไทยก่อน

    รูปแบบการรับโฆษณาของเว็บไซต์ 10 อันดับแรกของเมืองไทย

    เมื่อดูแล้วจะได้ข้อสังเกตุดังต่อไปนี้

    1. เว็บ Dek-d โคตรเจ๋งเลย เพราะมีการให้ค้นหาตำแหน่งโฆษณาจากงบประมาณในกระเป๋าตังค์เราได้ด้วย
    2. เว็บ Manager แปลกมากให้ติดต่อผ่านฟอร์ม ในขณะที่ใคร ๆ เขาให้ติดต่อผ่านโทรศัพท์
    3. เว็บ Exteen ไม่รับโฆษณาเอง แต่ outsource ให้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญกว่าไปจัดการแทน
    4. เว็บ Bloggang ใจป้ำที่สุด เพราะบอกราคาหมดเลยว่าคิดค่่าโฆษณาเท่าไหร่บ้าง ไม่มีกั๊ก
    5. เว็บ Goodgame ไม่รับโฆษณา ไม่รู้จะมาอีท่าไหน

    (more…)

    คอมพิวเตอร์ใบ้หวย ทายหวย ให้เลขเด็ด 12 June 2008 11:41 am

    บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 9 ความคิดเห็น

    ผมเคยได้ฟังผู้ร่วมงานท่านหนึ่งบอกว่า การให้รางวัลชีวิตอย่างนึงของเขานั้นก็คือการ “ซื้อหวย” ผมฟังแล้วก็ได้แต่งง ๆ ว่ามันเป็นการให้รางวัลชีวิตยังไงหว่า แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะตัวผมเองก็ไม่เคยซื้อหวยอยู่แล้ว ผมซื้อแต่หุ้นอ่ะ ไม่รู้มันจะเหมือน ๆ กันหรือเปล่า?

    คนไทยสงสัยจะชอบเล่นหวย จริง ๆ แล้วผมก็เห็นว่ามันเป็นการพนันอย่างนึงนะ เพียงแต่รัฐบาลกำหนดให้มันเป็นการพนันอันแสนคลาสสิคที่ถูกกฎหมายเท่านั้นเอง!!!

    ไหนเรามาลองดูกันซิว่าถ้าเราถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งเป็นรางวัลที่มีเพียงรางวัลเดียวเท่านั้น เราจะได้รับเงินรางวัลเป็นเท่าไหร่

    รางวัลที่ 1 ประจำงวด 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551

    จะเห็นว่าจำนวนเงินรางวัลไม่น้อยเลยทีเดียว สามารถเอาไปดาว์นบ้านได้สบาย ๆ เลย แต่ก่อนที่เราจะไปคิดถึงเรื่องนั้น เราลองมาใช้คณิตศาสตร์แขนงความน่าจะเป็น ลองคำนวณดูความเป็นไปได้ที่เราจะถูกรางวัลดีมั้ย ว่าถ้าเราซื้อหวยแล้วจะมีโอกาสถูกรางวัลที่ 1 เป็นเท่าไหร่?

    การคำนวณก็ไม่ยากนัก โดยเราจะกำหนดว่าในแต่ล่ะหลัก จะมีโอกาสออกเลขได้ตั้งแต่ 0 ถึง 9 ซึ่งแสดงว่าในหนึ่งหลักจะมีความน่าจะเป็น 10 กรณีที่จะออกเลขออกมา ทีนี้มันมีทั้งหมด 6 หลัก งั้นก็ต้องเอา 10 คูณกัน 6 ครั้ง หรือก็คือ 10 ยกกำลัง 6 นั่นเอง ซึ่งค่าที่ได้ก็ไม่มากเท่าไหร่นักแค่ 1,000,000 กรณีเท่านั้น

    แสดงว่าในหนึ่งงวด หากในตลาดใกล้บ้านของเรา มีหวยรัฐบาลขายครบทุกหมายเลข เราก็จะมีโอกาส 1 ใน 1,000,000 ที่จะซื้อแล้วถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งเรามีโอกาสง่ายมากที่จะถูก … เหรอ?

    (more…)

    ใครเป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์? 3 June 2008 3:39 pm

    บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 8 ความคิดเห็น

    จริง ๆ แล้วคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องจักรชนิดหนึ่งครับ ตามนิยามแล้วเครื่องจักรไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องกลหรอก จะเป็นเครื่องเคราอย่างอื่นก็ได้ ตามแต่มนุษย์จะสามารถประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา

    คอมพิวเตอร์ถือเป็นเครื่องจักรที่ถูกผูกขาดโดยผู้ทรงความรู้ทางด้าน “วิทยาศาสตร์” และ “วิศวกรรมศาสตร์” เพราะนอกจากผู้ทรงความรู้ในสองศาสตร์ที่กล่าวถึงแล้ว ก็ไม่มีศาสตร์ใดเลยที่จะสามารถสร้างคอมพิวเตอร์ได้

    ในยุคแรก คอมพิวเตอร์ถูกสร้างโดยผู้ทรงความรู้ในบางสาขาของ “วิทยาศาสตร์” และ “วิศวกรรมศาสตร์”

    คอมพิวเตอร์ยุคเครื่องกล

    ในยุคถัดมาผู้เล่นถูกเปลี่ยนไป สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ถูกผูกขาดในการออกแบบและจัดสร้างโดยผู้ทรงความรู้ในสาขาอื่น แต่ก็ยังเป็นสาขาของ “วิทยาศาสตร์” และ “วิศวกรรมศาสตร์” อยู่ดี

    คอมพิวเตอร์ยุคอิเล็กทรอนิกส์

    ล่าสุดผมได้อ่านข่าวมาจากหลายแหล่ง ทั้งของไทยและของเทศ แล้วทำให้ผมสยิวกิ้วยิ่งนัก เนื่องจากตอนนี้ผู้ทรงความรู้กำลังจะควบคุมเซลของสิ่งมีชีวิตเซลเดียว โดยการไปตัดแต่งพันธุกรรมของมัน เพื่อให้มันทำตัวเป็นหน่วยเล็ก ๆ ที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กลายเป็นหน่วยประมวลผลกลางของคอมพิวเตอร์ในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ในยุคหน้า คงจะตกไปอยู่ในมือของผู้ทรงความรู้ในอีกสาขาเป็นแน่แท้

    คอมพิวเตอร์ยุคชีวโมเลกุล

    ผมยังจำได้ว่าเมื่อราว 20 ปีก่อน ผมเคยได้รู้ข่าวที่ชาวอิสราเอลสามารถตัดแต่งพันธุกรรม แล้วสร้างพืชแปลก ๆ ที่ให้ผลแปลก ๆ ออกมาได้ เช่น ต้นมะพร้าวเตี้ยติดดิน,  แตงโมไม่มีเมล็ด, มะเขือเทศใหญ่เท่าแตงโม เป็นต้น ตอนนั้นผมยังหัวเราะหึ ๆ แล้วคิดว่ามันแปลกดี แต่ไม่นึกเลยว่าเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมานี้เอง ไอ้สิ่งที่ผมเห็นว่ามันเป็นของแปลกเมื่อ 20 ปีก่อน มันกลับถูกนำมาใช้จริงในพืชพาณิชย์แบบทุกวันนี้

    ต่อไปในอนาคต ถ้าคอมพิวเตอร์สร้างโดยชีวโมเลกุลล้วน ๆ  เราคงจะได้เห็น CPU ที่มีลักษณะเหมือนวุ้นเจลาตินเละ ๆ กระมังครับ อึ๋ยย หยะแหยงอ่ะ

    Technorati Tags: , , , ,

    เรื่องจริงของอุตสาหกรรมเกมส์คอมพิวเตอร์ในเมืองไทย 22 May 2008 4:45 pm

    บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น

    เกมส์คอมพิวเตอร์ถือว่าเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งครับ มันเป็นความบันเทิงที่มีมูลค่ามหาศาลมาก เนื่องจากว่ามนุษย์เรานั้นนิยมเสพความบันเทิง อือม จะว่าไงดีล่ะ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ เพราะหากมนุษย์ว่างเมื่อไหร่ ก็ย่อมคิดจะหาความสุขสำราญใส่ตัว ซึ่งการเสพความบันเทิงก็ถือว่าเป็นการหาความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกัน

    ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนชี้ชัดลงไปว่า การได้เสพเกมส์คอมพิวเตอร์จะทำให้หยักสมองเพิ่มขึ้น หรือทำให้สารสร้างความสุขหลั่งออกมามากขึ้นกว่าปรกติหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่ทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ล้วนนิยมชมชอบที่จะเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น

    แต่ก็เหมือนกับสินค้าและบริการทุกชนิดในโลก ที่ผู้ผลิตมักจะมีจำนวนเพียงหยิบมือเดียว ในขณะที่ผู้บริโภคเองกลับมีจำนวนมหาศาล ดังนั้น เกมส์คอมพิวเตอร์เองก็หนีไม่พ้นวังวนแห่งความจริงนี้ ความจริงที่ว่ามีเพียงผู้ผลิตไม่กี่ร้อยรายเท่านั้น ที่มีศักยภาพพอที่จะทำเกมส์คอมพิวเตอร์ออกมาสู่สายตาผู้บริโภคได้

    ผมเองมาเรียนคอมพิวเตอร์ก็ด้วยเหตุเพราะชอบเกมส์คอมพิวเตอร์ ใฝ่ฝันว่าจะสามารถสร้างเกมส์คอมพิวเตอร์ได้ แต่เมื่อเข้ามาเรียนรู้ในวิชาคอมพิวเตอร์มากขึ้น ๆ เรื่อย จึงทำให้เข้าใจว่าความสามารถทางเทคนิคอย่างเดียวไม่เพียงพอ การจะสร้างเกมส์คอมพิวเตอร์นั้นทำคนเดียวไม่ได้ ต้องทำกันเป็นทีมหลาย ๆ คน และหากต้องการให้มีความต่อเนื่องพัฒนาอย่างไม่ขาดตอน ก็ต้องทำเป็นอุตสาหกรรมกันเลยทีเดียว

    เคยทราบกันมั้ยครับว่าคนไทยเราค้นคำโดดภาษาไทยคำใดบ้าง และที่ถูกค้นมากเป็น 4 อันดับแรกใน google คือคำโดดว่าอะไร? คำตอบเป็นดังภาพข้างล่างนี้ครับ

    ้http://trends.google.com

    จะเห็นว่ามีถึง 3 คำโดดที่ระบุถึงความบันเทิง และมีถึง 2 คำโดดที่เกี่ยวกับเกมส์คอมพิวเตอร์!!! แสดงว่าคนไทยสนใจแต่จะเล่นเกมส์และฟังเพลงกันจริง ๆ !!!

    (more…)