เคยเข้าอินเตอร์เน็ตภาษาจีนกันบ้างมั้ย? 14 July 2008 4:58 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 2 ความคิดเห็นถ้ายังจำกันได้ ผมเคยโม้เอาไว้ว่าผมซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่ เป็นยี่ห้อ HP รุ่น Pavilion g3375I Home PC ซึ่งผมเลือกที่จะติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ผู้คนทั่วไปนิยมใช้กัน นั่นก็คือ … (คิดเอาเอง)
ปรกติแล้วผมไม่เคยปล่อยให้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของผมมีระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ถ้าเป็นสมัยก่อนผมจะแบ่งฮาร์ดดิสก์อีกครึ่งหนึ่ง เพื่อเอาไว้ใส่ระบบปฏิบัติการอย่าง Linux Slackware … ผมชอบ Linux Slackware มาก เพราะว่าผมต้องทำเองทุกอย่างเลย T-T ดังนั้นเรื่องจะติดโน่นติดนี่เวลาติดตั้งหรือเวลาใช้งานเลยไม่มี เพราะต้องค่อย ๆ เลือก driver เองทีล่ะอย่างด้วยมือตัวเอง!!!
ดังนั้นครั้งนี้ก็เช่นกัน คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของผมเลยต้องมีสองระบบฯ แต่คราวนี้แตกต่างออกไป เพราะว่าทั้งสองระบบฯที่ถูกบรรจุอยู่ในเครื่องนั้น ต่างก็เป็นระบบปฏิบัติการยี่ห้อเดียวกัน เพียงแต่สนับสนุนคนล่ะภาษาเท่านั้น!
… Drive C:\ บรรจุรุ่นปรกติ, ในขณะที่ Drive D:\ บรรจุรุ่น “ภาษาจีน”
อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ว่า ถึงจะไม่ต้องลงระบบฯรุ่น “ภาษาจีน” เราก็สามารถแสดงผลตัวอักษรจีนได้ และก็ยังสามารถกรอกภาษาจีนในรูปแบบต่าง ๆ ได้ อีกทั้งซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ และ web browser ต่างก็สนับสนุนให้แสดงผลภาษาจีนและรองรับการกรอกภาษาจีนได้ทั้งนั้น
แต่หากเราจะเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อเปิดดูเว็บไซต์ที่เป็นภาษาจีนแล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำให้ติดตั้งระบบปฏิบัติการที่เป็นภาษาจีนด้วยจะดีกว่าครับ เพราะเราจะได้พบกับเรื่องที่น่าสนใจที่ไม่เคยพบมาก่อน อาทิเช่น
1. Google, Microsoft, Adobe และ Yahoo! ต่างสนับสนุนภาษาจีนอย่างเต็มที่ หากตรวจพบว่าผู้ใช้งานเข้ามาด้วยระบบปฏิบัติการภาษาจีน เว็บไซต์เหล่านั้นก็แทบจะถวายพานบริการดี ๆ ให้เลย อาทิเช่น ระบบการแสดงผลที่เป็นภาษาจีนเต็มรูปแบบ (ถ้าเป็นคนไทยเข้า คงได้แต่อ่านแต่ภาษาอังกฤษ), ระบบการค้นหาที่เข้าอกเข้าใจภาษาจีนดีซะเหลือเกิน, ระบบแปลภาษาจากภาษาจีนไปเป็นภาษาที่เป็นนิยมต่าง ๆ (ยกเว้นภาษาไทย), ซอฟต์แวร์ client ต่าง ๆ ที่เมื่อเราดาวน์โหลดมาแล้ว เราจะพบว่ามันเป็น theme ภาษาจีนหมดเลย เพราะเว็บไซต์เขามีซอฟต์แวร์ client รุ่นสำหรับคนจีนโดยเฉพาะ เป็นต้น
2. เว็บไซต์ภาษาจีนยังไม่ได้เข้ารหัสด้วย UTF-8 ทั้งหมด ยังมีอีกมากมายที่ยังเข้ารหัสด้วย GB หรือ Big5 อยู่ (เหมือนของไทยที่ยังมีใช้ TIS-620 กับ Windows-874 อยู่) ดังนั้นหากเข้าเว็บเหล่านั้นด้วยระบบปฏิบัติการที่ไม่ใช่ภาษาจีน รับรองได้ว่าเละเทะอ่านไม่ออกแหง ๆ
3. ถ้าอยากจะได้ซอฟต์แวร์ฟรี ๆ ขอบอกเลยว่าเว็บไซต์ภาษาจีนมีเพียบเต็มไปหมด แต่เราไม่สามารถหาเจอได้ด้วย Google หรอก เราต้องหาด้วย Baidu เท่านั้นถึงจะเจอ เพราะ Baidu เก่งเรื่องการ crawler และ index เว็บไซต์ภาษาจีนมากกว่า Google อยู่หลายขุม
4. ไวรัสและโทรจันในเว็บไซต์ภาษาจีนระบาดชุกชุมมาก แต่ถ้าเราเข้าเว็บไซต์ภาษาจีนด้วยระบบปฏิบัติการที่ไม่ใช่ภาษาจีน เราจะไม่ติดไวรัสหรือโทรจันเหล่านั้นเลย แปลกดี!!!
วันนี้คุณอ่านภาษาจีนออกแล้วหรือยัง?
Technorati Tags: อินเตอร์เน็ต, ภาษาจีน, ข่าวสาร, ระบบปฏิบัติการ
สิ่งกีดขวางเส้นทางอินเตอร์เน็ต 9 July 2008 10:50 am
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 5 ความคิดเห็นผมลองเอา SpeedTest.Net ตรวจสอบความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ทำงานครับ พอดีว่าผมมีภาระงานที่ต้องผลัดกันทำงานสองที่ ตอนเช้าก็ทำที่นึง ตอนบ่ายก็ทำอีกที่นึง ก็เลยอยากรู้ว่าความเร็วของอินเตอร์เน็ตมันจะเท่ากันหรือเปล่า เลยลองวัดดูซะหน่อย
อันนี้เป็นของที่ทำงานซึ่งผมนั่งทำงานในตอนเช้าครับ เป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับ Data Center เป็นอย่างยิ่ง ผลที่ออกมาก็คือมันเร็วโคตร ๆ เลยแฮะ

ส่วนอีกอันนึงเป็นที่ทำงานตอนบ่ายครับ อยู่ห่างจาก Data Center ไปพอสมควร ดังนั้นมันจึงต้องผ่าน Hub, Switching และ Router อะไรต่อมิอะไรอีกหลายทอดเลย ก็เลยพบว่ามันช้ากว่าที่ทำงานที่อยู่ใกล้กับ Data Center หลายเท่าอยู่

โดยสรุปแล้วอุปกรณ์ทวนสัญญาณและกระจายสัญญาณอย่างพวก Hub, Switching และ Router ก็ถือเป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกันครับ หากว่าผู้ที่ติดตั้งและปรับแต่งมันนั้น ทักษะไม่ถึงพอที่จะรีดสมรรถนะสูงสุดของมันออกมาได้
Technorati Tags: อินเตอร์เน็ต, speedtest, hub, switching, router, data center
เคล็ดลับง่าย ๆ ในการค้นหาไวรัสคอมพิวเตอร์ในเครื่องที่ลงวินโดว์ 5 July 2008 11:10 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 6 ความคิดเห็นผมค่อนข้างเห็นใจคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์มากครับ เพราะมันมีไวรัสคอมพิวเตอร์ชุกชุมเหลือเกิน และยิ่งเห็นใจมากขึ้น เมื่อเด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสกับ MS-DOS มาก่อน ไม่รู้ว่าจะแก้ไขคอมพิวเตอร์ของตนที่ติดไวรัสได้ยังไงดี
ปรกติแล้วไวรัสคอมพิวเตอร์ก็คือไฟล์คอมพิวเตอร์ธรรมดาเนี่ยแหล่ะครับ เพียงแต่ว่ามันจะถูกวางไว้ในสถานที่ที่ถูกกระตุ้นได้ และเมื่อมันถูกกระตุ้นแล้ว มันก็จะออกลูกออกหลานสร้างความวิบัติต่อไป
ดังนั้น เคล็ดลับง่าย ๆ ในการจัดการกับมันก็คือ “อย่าให้มันถูกกระตุ้นได้” งั้นเรามาดูขั้นตอนกันดีกว่าว่าต้องทำยังไงบ้าง
1. เปิดระบบ Safe Mode
ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows สามารถเข้าเป็น Safe mode ได้ครับ โดยการกดปุ่ม F8 ก่อนที่โลโก้ของ Windows จะปรากฎขึ้นมา (พยายามกดให้แม่น ๆ นะ เพราะไม่งั้นมันจะเข้าไม่ได้) จากนั้นจะมีเมนูขึ้นมาให้เราเลือกครับ เราก็เลือกว่าเราจะเข้า Safe mode
ผมขี้เกียจเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน ดังนั้นจึงขอบอกแค่ว่า Safe mode คือสภาวะของ Windows ที่ไม่ได้โหลดส่วนเพิ่มเติมอะไรขึ้นมาเลย ยกเว้นกลไกอันแสนจะธรรมดาของตัว Windows เอง ซึ่งถ้าบอกอย่างนี้ก็หมายความว่า แม้แต่ตัวไฟล์ไวรัสที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ในกลไกการ Startup ก็จะไม่ถูกกระตุ้นด้วยเช่นกัน มันจึงทำให้เราสามารถค้นหาและทำลายไฟล์ไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ตามล่าหา Drivers สุดขอบฟ้า!!! 1 July 2008 10:22 am
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร, สมมติฐาน , 17 ความคิดเห็นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาเครื่องนึงครับ เป็นยี่ห้อ HP รุ่น Pavilion g3375I Home PC นับว่าเป็นการซื้อคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะในรอบหลายปีที่ผ่านมาของผมเลย เพราะปรกติผมจะใช้แต่ Notebook ซะมากกว่า
ผมจำได้ว่ามีหลายคนบ่น ๆ ว่า ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มาแล้ว ไม่ขอใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP ได้แมะ ขอใช้ระบบปฏิบัติการอย่างอื่นได้ป่ะ ซึ่งถ้าพวกเราอยากทำแบบนั้นก็ย่อมได้ แต่ความท้าทายที่ตามมาก็คือ เราต้องไปหา drivers เอาเอง
ผมเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ประสบปัญหาอะไรมาก่อน เพราะผมคิดว่าผมจะใช้ระบบปฏิบัติการอันเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แต่ผมก็พบความท้าทายจนได้ เนื่องจากถึงแม้จะติดตั้งระบบปฏิบัติการยอดฮิตแล้วก็ตาม แต่ผมก็พบว่ามันไม่รู้จัก Network Adapter และ Display Adapter ของเครื่องรุ่นดังกล่าว
มันเรียกร้องอย่างโหยหวน … มันต้องการ drivers ที่ถูกต้อง … แล้วผมจะหาให้มันได้ไง???
ผมเริ่มต้นคลำทางโดยการเข้าไปยังเว็บไซต์ของ HP แล้วผมก็มาถูก … อย่างน้อยก็ครึ่งทาง เพราะที่เว็บไซต์ของ HP จะให้เราระบุรุ่นของเครื่องที่เราซื้อไป จากนั้นเขาก็จะแสดงผลออกมาให้เราดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นดังกล่าวนั้น มันมีคุณสมบัติยังไงบ้าง … อือม … ผมหมายถึงมันประกอบไปด้วยชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์อะไรบ้าง
เว็บไซต์ของ HP นั้นเจ๋งมาก เพราะนอกจากจะบอกรายละเอียดแล้ว ยังมีพิมพ์เขียวของ Motherboard และภาพถ่ายย่อส่วน Motherboard ของจริงให้ดูอีกด้วย … มันทำให้ผมแทบไม่ต้องเปิด case เพื่อมาตรวจสอบอะไรเลย!!!
อีกทั้งข้อมูลก็แม่นมากเลย เพราะมันอธิบายคุณสมบัติได้ถูกหมดเลย แถมยังบอกในหลาย ๆ อุปกรณ์ที่ผมไม่ทราบด้วยว่ามีอยู่ในคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ … อือม … มันทำให้ผมทราบเพิ่มอีกนิดหน่อยว่าคอมพิวเตอร์รุ่นนี้ขายแต่ที่เมืองไทยเท่านั้น … ไม่ยักรู้แฮะว่ามีแบบนี้ด้วย
แต่มีอยู่ข้อความนึงที่ผมอ่านแล้วสะดุ้งโหยงนิด ๆ นั่นก็คือ
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ยาขมสำหรับคนทำเว็บไซต์ 8 June 2008 1:31 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 5 ความคิดเห็นผมค่อนข้างตกข่าวครับ อย่างที่เคยโม้เอาไว้ว่าผมเป็นพวกเชื่องช้า ใครเขารู้อะไร ๆ กันไปถึงไหนแล้วผมถึงเพิ่งจะมารู้ ก็เหมือนกับข่าวที่เจ้าของเว็บไซต์ชื่อดังของเมืองไทย ต้องไปนอนในห้องขังของโรงพักนั่นประไร ผมก็เพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง
จะเห็นว่าตอนนี้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นยาขมที่เริ่มจะออกฤทธิ์แล้ว และก็รู้สึกว่าฤทธิ์ยับยั้งอาชญากรรมจะค่อนข้างร้ายแรงซะด้วย เปรียบได้กับแอลกอฮอลล์ทาแผลที่ทรงประสิทธิภาพ เพราะเมื่อเราทาใส่แผลแล้วมันก็จะฆ่าเชื้อโรคได้ชะงัดนัก แต่มันก็เกิดผลข้างเคียงที่จะทำให้เนื้อเยื่อดี ๆ ที่ไม่ใช่เชื้อโรค ดิ้นกระแด่ว ๆ เพราะฤทธิ์อันร้ายแรงของมันเหมือนกัน
ตอนนี้กระแสเว็บในเมืองไทยเรากำลังพยายามจะก้าวไปสู่การเป็น web 2.0 ซึ่งนิยามอันเป็นแก่นแท้ของ web 2.0 ก็คือการที่ผู้คนละทิ้งการเสพสารสนเทศแต่เพียงฝ่ายเดียว แล้วพลิกกลับมาเป็นผู้สร้างสารสนเทศอันทรงคุณค่าซะเอง
เจ้าของเว็บไซต์เองก็ชอบ เพราะไม่ต้องมาสร้างสารสนเทศเอง มีใครต่อใครเข้ามาช่วยสร้างให้ สบายแฮ!!!
แต่วันดีคืนดีความซวยก็มาเยือน เพราะการเปิดให้ใครต่อใครเข้ามาสร้างสารสนเทศได้ มันทำให้เราควบคุมความสะอาดของข้อมูลได้ยาก แล้วพอข้อมูลมันสกปรกขึ้นมา อีกทั้งเจ้าของเว็บไซต์ก็ไม่ทันได้รู้ตัวว่ามีข้อมูลสกปรกบรรจุอยู่ในเว็บไซต์ของตัวเอง ก็จะทำให้เจ้าของเว็บได้พบกับปรากฎการณ์อันน่าประทับใจ อันได้แก่
- การได้รับเกียรติมีตำรวจมาเยี่ยมถึงบ้าน
- การได้มีชื่อปรากฎอยู่ในเอกสารราชการที่สำคัญ เช่น หมายเรียก, หมายจับ และหมายศาล
- การได้มีโอกาสสัมผัสกับกุญแจมือแบบใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
- การได้รู้ว่าถ้าเส้นใหญ่ไม่พอ จะไม่มีทางได้ประกันตัวเลย จริงจริ๊ง และ
- การได้รู้ว่าสุภาษิตไทยที่บอกว่า “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมเอากระดูกมาแขวนคอ” นั้น มันเป็นความจริง
เจอกันเข้าไปแบบนี้ เว็บไซต์ใหญ่ ๆ เว็บไหนที่ไม่ได้ใช้พนักงานของตนเองสร้างสารสนเทศ ก็ต้องเตรียมหนาวกันไว้บ้างแล้วคราวนี้ เพราะมันคุมไม่ได้ … จริง ๆ
Technorati Tags: ความผิด, คอมพิวเตอร์, กฎหมาย, ยาขม, เว็บไซต์
เปิดตัว “เกมส์อสุจิบุก” 5 June 2008 11:55 am
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 5 ความคิดเห็นผมเคยโม้ไว้นานแล้วครับ ว่าผมอยากจะลอง xAjax ซึ่งเป็น Ajax Framework เพราะอยากจะรู้ว่าการเขียนเว็บแบบ Ajax นั้น มันจะเปลี่ยนวิธีคิดไปได้ถึงแค่ไหน แล้วมันมีอะไรที่แตกต่างจากการ GET หรือ POST เพื่อให้หน้าจอกระพริบแบบเดิมบ้าง
การจะลองอะไรซักอย่างนึงเพื่อให้รู้นั้น มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ หากว่าเรารู้แล้วก็ทิ้งความรู้นั้นเอาไว้ แล้วไปรู้อย่างอื่นต่อไป โดยไม่ได้นำความรู้ที่ได้มาลองปฏิบัติจริง ตามสุภาษิตที่ว่า “รู้เสียข้าวสุก” … แป่ววววว (มีด้วยเหรอสุภาษิตนี้)
ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ให้เห็นจริงว่าเทคโนโลยี Ajax นั้นมันสามารถทำอะไรได้บ้าง ผมก็เลยสร้างเกมส์ขึ้นมาเกมส์นึงครับ นั่นก็คือ “เกมส์อสุจิบุก” เกมส์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเราเท่าไหร่นัก เกมส์ที่จำลองถึงสงครามอันน่าสะพรึงกลัว น่าสยดสยอง สงครามที่ประหัตประหารกันเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจสูงสุดไร้เทียมทาน (เว่อร์ไปมั้ยเนี่ย?)
และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมจึงขอเปิดตัว “เกมส์อสุจิบุก” ณ บัดนี้ครับ เชิญเข้าเล่นได้เลยโดยการกดผ่านรูปตัวอย่างข้างล่างนี้
ป.ล. สามารถดูรายละเอียดของเกมส์ได้ที่ ห้องทดลอง >> Sperm ครับ
Technorati Tags: เกมส์, อสุจิ, บุก, Software as a Service, SaaS, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์
อัตราค่าโฆษณาบนบล็อก Mr. PeeTai 1 June 2008 12:15 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 8 ความคิดเห็นเมื่อวานในขณะที่ผมกำลังออกกำลังกายโดยการรำกระบอง ตามแบบฉบับของดอกเตอร์สาทิสอยู่นั้น พลันก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นที่บ้านของผมครับ ผมเลยจำเป็นต้องหอบเอาสังขารที่เหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย เดินหายใจหอบแฮก ๆ ไปรับสายโทรศัพท์
บรุษนิรนามท่านนึงได้โทรมาหาผมครับ โดยเรียกผมว่า “พี่ไท้” อีกทั้งก็ไม่ได้แนะนำตัวว่าตนเองนั้นเป็นใคร พร้อมทั้งเริ่มต้นบทสนทนากับผมในประโยคปุจฉาว่า … “พี่ไท้คิดค่าโฆษณาบนบล็อกของพี่ไท้เท่าไหร่ครับ?”
ผมอึ้งไปพักนึง เนื่องจากผมเองก็ไม่เคยคิดว่าจะเจียดพื้นที่บนบล็อกแห่งนี้เพื่อการโฆษณา ก็เลยไม่คิดถึงอัตราค่าโฆษณาว่าควรเป็นเท่าไหร่ดี เพราะถ้าบล็อกของผมมีคนเข้าวันล่ะ 80,000 - 100,000 UIP ต่อวันแบบบล็อกของป๋า BigNose ผมก็คงจะคิดเรื่องค่าโฆษณาเป็นอันดับต้น ๆ ไปแล้ว (บล็อกอะไรก็ไม่รู้ UIP มากกว่าเว็บไซต์ดัง ๆ อีก)
โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยให้ความสนใจในการโฆษณาบนบล็อกเท่าไหร่นัก เนื่องจากบล็อกเป็นอะไรที่ แบบว่า คนเข้าไม่เยอะซักเท่าไหร่ ไม่เหมือนเว็บไซต์ทั่วไปที่บรรจุยัด ๆ ข้อมูลไว้เยอะไปหมด คนก็เลยแห่เข้าไปเสพได้ตั้งมากมายแบบนั้น
หลังจากตอบบุรุษนิรนามท่านนั้นไปว่าผมไม่ได้คิดเลยว่าจะคิดค่าโฆษณาเท่าไหร่ ผมก็ฉุกคิดขึ้นได้จึงถามกลับไปว่า ได้เบอร์โทรศัพท์บ้านผมจากแห่งหนใด ฤา ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าได้มาจาก whois … อือม มันก็ไม่ได้ทำให้ผมประหลาดใจมากนัก เนื่องจากผมไม่ได้คิดปิดบังตัวเอง ดังนั้นผมจึงกรอกชื่อ, สกุล, ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของจริงเอาไว้ตอนจดทะเบียนโดเมนนี้ เพราะยังไงซะถ้าผมเกิดทำอะไรผิดขึ้นมา ต่อให้ปกปิดตัวเองไป ยังไงตำรวจก็ตามตัวผมเจออยู่ดี เพราะเรื่องแบบนี้เคยเจอมาแล้ว T-T เล่าแล้วเศร้าจิตขึ้นมาเลย
เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการ บุรุษนิรนามท่านนั้นจึงได้ขอเบอร์อีเมลผมไว้ ซึ่งผมก็ได้แจ้งว่าที่บล็อกของผมนั้นมีหน้า “ห้องติดต่อ” ท่านสามารถติดต่อผ่านหน้านั้นได้ และเมื่อผมได้รับการติดต่อแล้ว ผมจะตอบอีเมลกลับ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นท่านก็จะได้รับอีเมลของผมเอง
แต่ดูเหมือนบุรุษนิรนามยังคงยืนกรานอยากให้ผมบอกอีเมลอยู่ดี ผมเองหายใจไม่ค่อยทันเท่าไหร่ แบบว่าเหนื่อยอ่ะ รู้มั้ยว่ารำกระบองแบบดอกเตอร์สาทิสเนี่ย มันเหนื่อยน่าดูเลยนะ ก็เลยจำใจกัดฟันกำหนดลมหายใจ แล้วค่อย ๆ บอกเบอร์อีเมลไปอย่างช้า ๆ เกลี้ยงเกลา และเยือกเย็น
โดยสรุปแล้วผมไม่คิดว่าบุรุษนิรนามท่านนั้นจะมาลงโฆษณาบนบล็อกของผมหรอกนะ เพราะผมคิดว่าเขาอยากจะสอบถามมากว่า ว่าโดยเนื้อ ๆ แล้วเนี่ย บล็อกแต่ล่ะบล็อกเฉลี่ยแล้วคิดค่าโฆษณาอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งเขาอาจจะมีวัตถุประสงค์ได้ 3 อย่างอันได้แก่
- อยากจะลงโฆษณาบนบล็อกแห่งนี้จริง ๆ หรือ
- อยากจะรู้อัตราค่าโฆษณาบนบล็อก เพื่อนำข้อมูลไปย่อยแล้วเอาไปสร้างผลประโยชน์ต่อ หรือ
- อยากจะรู้อัตราค่าโฆษณาบนบล็อก เพื่อนำไปตั้งเป็นอัตราค่าโฆษณาบนบล็อกของตนเอง
นี่ถ้าผมคิดค่าโฆษณาบนบล็อกแห่งนี้ โดยคิดราคาสำหรับแบนเนอร์ด้านบนขนาด 720×150 ที่ราคา 500,000 บาทต่อเดือนเนี่ย จะมีใครสู้ราคาหรือเปล่าอ่ะ ^-^ อิอิ
Technorati Tags: คอมพิวเตอร์, อัตรา, ค่าโฆษณา, บล็อก, Mr. PeeTai
ปรากฎการณ์หอคอยแห่ง Exteen (Exteen Tower) 25 May 2008 4:40 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 9 ความคิดเห็นเมืองไทยเรายังไม่พร้อมรับกับ WEB 2.0 เท่าไหร่นัก เพราะโดยนิยามแล้ว WEB 2.0 คือการที่ทุก ๆ คนเข้ามาช่วยกันสร้างสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งสลัดบทบาทของการเป็นเพียงผู้เสพสารสนเทศเพียงฝ่ายเดียวทิ้งไป
ถึงแม้จะมี WEB 2.0 เกิดขึ้นในเมืองไทยมากมาย แต่ที่ทำได้ก็เพียงแค่ให้สาธยายเรื่องราว หรือไม่ก็เชื่อมลิงก์เข้าหากันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น!
เหมือนกับมีคนมาอยู่รวมกันเป็นชุมชน แต่ชุมชนนั้นกลับไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำร่วมกัน คนในชุมชนก็เลยทำได้แค่คุยกันจ๊อกแจ๊กจอแจเสียงดังงุงิไปหมด!!!
แต่ตอนนี้ผมกลับได้พบกับปรากฎการณ์ที่น่าสนใจ ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่โน่นแ่น่ะที่ Exteen แหล่งรวมคนเขียนบล็อกทั้งหลายที่จับกลุ่มรวมกันเป็นชุมชน …
โดยปรกติแล้วตลอดระยะเวลา 3 - 4 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมของ Exteen ล้วนเกิดขึ้นโดยเจ้าของเว็บ ประมาณว่าถ้าเจ้าของเว็บนั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไร ก็ไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำกัน แต่ถ้าเจ้าของเว็บเกิดจะขยันขึ้นมา ทำกิจกรรมขึ้นมาเพื่อให้เหล่าสมาชิกเล่นกัน เหล่าสมาชิกก็เฮไหนเฮนั่น มีอะไรให้เล่นก็ขอแจมหมด สนุกเป็นพัก ๆ แล้วก็เลิกกันไปเมื่อหมดเทศกาล
Exteen Tower Project เป็นกิจกรรมใหม่ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ exteen แต่มาคราวนี้เห็นว่าแปลกน่าสนใจ เพราะกิจกรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากเจ้าของเว็บ แต่เกิดจากคุณ catkun แห่ง jedineko คิดขึ้นมา เป็นการสร้างกิจกรรมขึ้นในฐานะที่ตนเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งในชุมชน เป็นเรื่องแหวกแนวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะเป็นการสร้างกิจกรรมขึ้น โดยที่ระบบกลไกภายในของเว็บไม่ได้เอื้ออำนวยให้ทำได้สะดวกซักเท่าไหร่ เพราะการจะทำกิจกรรมนี้ต้องใช้แรงมือของคุณ catkun ล้วน ๆ รวมทั้งแรงจินตนาการของสมาชิกที่เล่นด้วยล้วน ๆ อีกต่างหาก
ผมเชื่อว่าเมื่อมีคนเริ่มต้น จะต้องมีคนทำตาม แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกยินดี ที่คุณ catkun เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ และทำให้ผมรู้สึกว่า …
…จุดสำคัญของชุมชน คือการที่คนมาอยู่รวมกัน แล้วต้องมีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน โดยผลลัพท์ที่ได้จากกิจกรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนสูงสุดนั่นเอง
ป.ล. 1 รู้สึกคุณ catkun จะไม่ได้สงวนสิทธิ์พื้นที่หอคอยเอาไว้ สำหรับบล็อกเกอร์ในชุมชน exteen เท่านั้นกระมัง อิ อิ แต่ยังไงผมก็คงจะยังไม่เล่นด้วยอ่ะครับ รอถึงชั้นที่ 1,000 ก่อนค่อยว่ากัน ^o^
ป.ล. 2 หอคอย Exteen แหล่มจริง ๆ นะในสายตาผม ^o^ สงสัยคุณ catkun คงประกอบจนมือหงิกน่าดู ^o^
Technorati Tags: exteen, tower, project, ปรากฎการณ์, หอคอย, ชุมชน, เว็บ
ประกาศ : ขอถอนคำพูดเรื่อง qoolive 5 May 2008 10:21 am
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 19 ความคิดเห็นกราบเรียนผู้อ่านทุกท่าน
สืบเนื่องจากการที่ผมเขียนหัวข้อ Social Networking แบบ Clone ในเมืองไทย กำลังเติบโตเหมือนเห็ดรา เพื่ออธิบายและเล่าความถึงการพัฒนาของ Social Networking ในเมืองไทยนั้น ได้เกิดข้อถกเถียงขึ้น ผมจึงขออนุญาตชี้แจงดังต่อไปนี้
- การเอ่ยถึงข้อความ “เติบโตเหมือนเห็ดรา” ไม่ได้หมายความว่าเว็บของพวกท่าน “กระจอก”, “ต่ำต้อย” หรือ “ด้อยค่า” เยี่ยงสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น แต่ผมหมายถึงว่ามันแพร่ขยายอย่าง “รวดเร็ว” มาก
- เป็นความจริงที่มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์เพื่อการโฆษณาเว็บของตนเองในบล็อกนี้มากมาย แต่ qoolive ไม่เคยทำเช่นนั้น ทาง qoolive เพียงเข้ามาติดต่อผ่าน “ห้องติดต่อ” ด้วยประโยคที่สุภาพ อ่อนน้อม และถ่อมตน การติดต่อโดย qoolive เป็นมิตร ไม่ได้คุกคาม หรือสร้างความรำคาญแต่ประการใด
- ผมทราบดีว่าการพัฒนา web application ให้ดี ๆ นั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่าย ๆ ดังนั้นเมื่อผมเห็นว่ามันเข้าท่าดีกว่าใคร ๆ ผมจึงนำมาเสนอให้ผู้อ่านได้อ่านกัน
- เป็นความจริงอย่างที่ทาง qoolive แจ้งมา ผมไม่ได้สมัครเว็บของพวกท่านจริง ๆ ด้วย ดังนั้น โดยข้อความที่ทาง qoolive ติติงมา ซึ่งแปลได้ใจความว่า “ถ้าไม่ได้ลอง ก็อย่าเพิ่งวิจารณ์” นั้นเป็นความจริง ถ้าทาง qoolive จะบอกว่าผมทำไม่ถูก อันนี้ก็ถือว่าจริง
- ผู้ที่มาทีหลัง ย่อมถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้ clone เสมอ อันนี้ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องมาพิสูจน์กันในภายหลัง
จากการคอมเม้นท์ของทาง qoolive แสดงว่าทาง qoolive โกรธผมมาก … มันเป็นความผิดของผมเอง ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้น ผมจึงขอแถลงประกาศดังต่อไปนี้
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
เรื่อง การขออภัยและขอขมา
เรียน ผู้พัฒนาเว็บ qooliveข้าพเจ้า Mr. PeeTai ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของบล็อก http://www.peetai.com ขอประกาศขออภัยและขอขมาต่อทีมพัฒนาเว็บไซต์ www.qoolive.com ที่ได้ล่วงเกินเขียนข้อความอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด, ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และ ทำให้เสียภาพพจน์ มา ณ ที่นี้ด้วย
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางทีมพัฒนา qoolive จะให้อภัย, ผ่อนคลายจิตใจ, สลายความโกรธ และไม่ติดใจเอาความในครั้งนี้
ขอแสดงความนับถือ
Mr. PeeTai
ป.ล. เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะพูดหรือทำอะไรถูกเสมอไปครับ
Technorati Tags: ประกาศ, ถอนคำพูด, ขอขมา, qoolive, ข่าวสาร
เปิดตัว cup @ peetai.com 3 May 2008 1:24 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 9 ความคิดเห็นมนุษย์เราเป็นสัตว์ชั้นสูงครับ เพราะเราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และก็มีเพียงเพศหญิงซะด้วยสิที่จะมีอวัยวะสำหรับให้น้ำนมแก่ลูก ซึ่งอวัยวะดังกล่าวก็คือ “เต้านม”
พวกเราส่วนใหญ่ก็ล้วนสนใจขนาดของ “เต้านม” กันทั้งนั้นแหล่ะ ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็เหอะ (แล้วผู้ชายไปเกี่ยวอะไรด้วย???) และเราก็มักจะได้ยินผ่านหูกันบ่อย ๆ ถึงหน่วยสำหรับเรียกขนาดของ “เต้านม” ซึ่งหน่วยที่ว่าก็คือ “คัพ”
แต่เอาเข้าจริงแล้วจะมีซักกี่คนที่จะเข้าใจ “คัพ” อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งจะมีโอกาสได้เห็น “คัพ” ทุกเบอร์ได้!!!
ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ผมจึงได้สร้าง “ระบบคำนวณขนาดเต้านมผู้หญิง” ขึ้นมา เพื่อช่วยให้เป็นเครื่องมือในการคำนวณ และเป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจในขนาดของ “เต้านม” ได้ดียิ่งขึ้นในแง่ของมานุษยวิทยาครับ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเปิดตัว http://cup.peetai.com ณ บัดนี้ครับ
ป.ล. 1 ผมไม่ขอรับผิดชอบต่อความแม่นยำในการคำนวณครับ เนื่องจากว่าการคำนวณขนาดนั้นมีหลายมาตรฐาน ทั้งโซนยุโรป, โซนอเมริกา และโซนเอเชีย
ป.ล. 2 รูปภาพของนางแบบทุกคน ล้วนเป็นคนญี่ปุ่นครับ
ป.ล. 3 ถ้าไม่ใช่ติดขัดเพราะ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมก็คงเอา “คัพ” แบบเปลือย ๆ มาให้ดูทุกเบอร์เลยครับ เพราะเห็นแล้วจะเข้าใจถ่องแท้มากขึ้นเยอะเลย ![]()
Technorati Tags: cup, peetai, ข่าวสาร, เปิดตัว, เต้านม, คัพ, เบอร์, SaaS, Software as a Service

