กระโดดไปยังแผงนำทาง

เมื่อ jQuery กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของ Firewall 21 July 2008 1:57 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น

ผมได้ทำการติดตั้ง Wordpress รุ่น 2.5.1 ไว้ยังโดเมนใหม่อีกโดเมนนึงของผมครับ แล้วก็รู้สึกชอบใจมากที่มันมีลูกเล่นเพิ่มขึ้น สามารถเปิดโน่นชะแว้บนี่ได้อย่างสวยงาม ซึ่งคงต้องขอขอบคุณความสามารถของ jQuery ที่สอดแทรกกลไกเจ๋ง ๆ มา ณ ที่นี้ด้วย

ผมเองรู้จัก jQuery เพียงผิวเผินมาก เนื่องจากไม่ค่อยให้ความสนใจกับมันเท่าไหร่ (มีเรื่องให้ต้องสนใจเยอะ) แต่เท่าที่รู้อย่างคร่าว ๆ ก็คือมันเป็น Javascript Framework ตัวนึง ที่ช่วยให้ Web Application มีความเป็น Rich Internet Application มากยิ่งขึ้น

หลังจากที่ผมได้ทดสอบ Wordpress รุ่นดังกล่าวมาได้พักนึง ผมก็พบข้อพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะในหน้า admin นั่นคือผมคิดว่าปุ่มบางปุ่มมันควรจะปรากฎขึ้นมา แต่มันกลับไม่ปรากฎ และพื้นที่บางพื้นที่มันไม่ควรจะแสดงออกมาทั้งหมด ควรจะถูกปิดบังเอาไว้บ้าง แต่มันกลับถูกแสดงออกมาทั้งหมด

ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแน่ จึงได้ตรวจสอบโดยใช้ Error Console ใน Firefox 3.0.1 แล้วก็พบการรายงานความผิดพลาดแบบนี้ …

(more…)

อะไรคือ Internationalization และ localization 16 July 2008 9:33 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์, Open Source , 9 ความคิดเห็น

เดี๋ยวนี้ Opensource ต่าง ๆ นอกจากจะสร้างขึ้นเป็นระบบเปิด ที่อนุญาตให้เหล่านักพัฒนาสามารถสร้าง plugins, extension หรือ add ons เข้ามาเพิ่มเติมได้แล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ “ภาษา”

พัฒนาการของ Opensource นั้นเร็วมาก เผลอไม่ทันข้ามสัปดาห์ก็ออกรุ่นใหม่ ๆ ออกมาแล้ว ดังนั้นเราจึงมั่นใจในระดับหนึ่งว่ากลไกภายในที่สร้างขึ้นมาใหม่ ย่อมมีความเป็นเลิศในหลาย ๆ ด้าน

แต่สิ่งที่จะช่วยเติมเต็มให้กับ Opensource นั้นกลับเป็นเรื่องของการเปิดกว้างให้แสดงผลได้หลายภาษา ตามแต่ล่ะท้องถิ่นที่นำมันไปใช้ มันจึงกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ หาก Opensource ตัวใดก็ตามมีความสามารถเป็นเลิศ เปิดให้ทำอะไรได้หลาย ๆ อย่าง แต่กลับขาดเพียงอย่างเดียว นั่นคือ “ไม่เปิดเรื่องการแปลภาษา”

ผมเคยแปล extension ของ MediaWiki ตัวนึงนะ มันเป็น Google Map Extension โดยการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย พอดีผมอยากจะใช้แล้วไม่มีใครแปล ผมเลยแปลเอง แต่เมื่อแปลแล้วผมก็เก็บไว้กับตัวเอง เพราะผมงงกับการลงทะเบียนสิ่งที่แปลแล้วใน Betawiki มาก (สงสัยว่าผมจะไม่ได้ตั้งใจทำความเข้าใจซะมากกว่า T-T)

จะเห็นว่านอกจากจะมีระบบที่เอื้อต่อการแปลภาษาแล้ว ทาง MediaWiki เองก็ยังมีชุมชนที่คอยบริหารจัดการเรื่องการแปลภาษาอีกด้วย ดังนั้นเราจะเห็นว่า ถ้าเปรียบ Opensource เหมือนธุรกิจรถยนต์, MediaWiki ก็เปรียบได้กับโรงงานผลิตรถยนต์และตัวแทนจำหน่าย ในขณะที่ BetaWiki ก็เปรียบได้กับศูนย์บริการหลังการขายนั่นเอง

ดูเหมือนว่าการแปลภาษาจะเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นว่ามีอะไร แต่เท่าที่ผมตรวจสอบแล้ว มันทำให้ผมพบกับอุปสรรคดังต่อไปนี้

(more…)

เคล็ดลับการสร้าง web crawler 23 June 2008 5:57 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 7 ความคิดเห็น

มีหลายท่านติดต่อผ่าน ห้องติดต่อ มาหาผม เพื่อถามผมว่าจะทำ web crawler ยังไงดี???

ดูเหมือนการไปล้วงข้อมูลจากเว็บของผู้อื่น โดยให้คอมพิวเตอร์ช่วยผ่อนแรงให้ ถือเป็นความต้องการลำดับต้น ๆ ของผู้ที่อยากจะได้เนื้อหาโดยไม่ต้องออกแรงมากจริง ๆ

ผมก็เลยคิดว่าผมควรจะรวบรวมมาบอกตรงนี้เลยดีกว่า ขี้เกียจมาตอบทีล่ะคนมันเยอะ แล้วถ้าผมตอบถูกหรือผิดยังไงก็ให้พวกเราที่แอบเข้ามาอ่านกันเงียบ ๆ ที่บล็อกแห่งนี้ช่วยขัดเกลาด้วยนะ ว่ามันถูกหรือเปล่า เพราะผมเนี่ยก็ขามั่วอันดับหนึ่งในแผ่นดินเหมือนกัน

อ่ะแฮ่ม … งั้นเริ่มเลยนะ …

หากว่าท่านต้องการจะสร้างซอฟต์แวร์ประเภท web crawler นั้น สิ่งที่ท่านควรจะมีก็คือ

  1. ความรู้ความเข้าใจใน regular expression ยิ่งเก่งอย่างเทพได้ยิ่งดี เพราะถ้าใครเขียนได้สั้น กระทัดรัด แต่สำแดงแสนยานุภาพได้มากมาย ก็ถือว่าคนนั้นเก่ง!!! (วัดงี้เลยเหรอ?)
  2. ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์ อาทิเช่น Haskell (ไม่รู้จักว้อย), .NET, Perl, PHP, Python, Ruby, Tcl 8.4 (ไม่รู้จักเหมือนกัน), D (มีด้วยหรือวะภาษานี้) หรือ Java ซึ่งตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านี้ สนับสนุน regular expression อย่างเต็มกำลัง (สำหรับสาวก Delphi ไม่ต้องเสียใจไป เพราะมี Component ที่สนับสนุน regular expression ให้ดาวน์โหลดมากมาย)
  3. ความรู้ความเข้าใจในการ GET หน้าเว็บผ่าน HTTP
  4. จินตนาการในการตัดคำหรือประโยค ว่าจะเอาเงื่อนไขเล่ห์กลใด ๆ มาใช้ในการตัดคำถอดประโยคจาก tag html ที่แสดงอยู่ในหน้าเว็บบ้าง
  5. คอมพิวเตอร์ซึ่งต่อเข้ากับเครือข่ายที่ออกอินเตอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะหรือหยุดชะงัก เพราะท่านต้องใช้คอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าว สำหรับสั่งให้ซอฟต์แวร์ที่ท่านเขียนขึ้น ทำงานเป็นวรรคเป็นเวรอย่างที่ท่านต้องการ

แต่ถ้าท่านขี้เกียจเขียนเอง ผมขอแนะนำให้ท่านดาวน์โหลด Heritrix: Internet Archive Web Crawler ซึ่งเป็น opensource ภาษา Java ไปลองใช้ครับ น่าจะสะดวกกว่าเยอะเลย

ป.ล. ผมกระจอกภาษา Java มากเลยครับ โดยเฉพาะถ้าต้องใช้ Java แสดงผลด้วย AWT หรือ Swing ด้วยนะ ยิ่งกลายเป็นไอ้โง่ไปเลย ดังนั้น ไม่สามารถแนะนำอะไรเกี่ยวกับ Java ได้เด้อ

Technorati Tags: , , , , , , ,

วิธีการปรับแต่ง OpenX 21 June 2008 10:54 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์, WorkFlow, Open Source , 3 ความคิดเห็น

หลังจากที่ผมแกะ ๆ OpenX มาพักนึงก็เริ่มเห็นว่า การจะคิดอะไรซักอย่างนึงเราต้องคิดกรอบใหญ่ก่อน ไม่ใช่มัวแต่คิดในกรอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นผมก็เลยแบ่งภาระงานของ OpenX ออกเป็น Multitier ดังรูป

OpenX ตามหลัก Multitier

เมื่อวาดออกมาเป็น Multitier เราก็จะเห็นว่าโดยภาพรวมแล้ว OpenX มีงานใหญ่ ๆ เพียงสองงาน คือ การ configure หรือก็คือการปรับแต่งค่าต่าง ๆ และการ display หรือก็คือการแสดงผลโฆษณา!!!

ปัญหาของเราก็คือกลไกการปรับแต่งค่า, ส่วนของการบันทึกค่า และส่วนของการแสดงผลลัพท์จากการปรับแต่งค่านั้น มันมีความซับซ้อนสูงมาก อีกทั้งก็ไม่ได้สนับสนุนภาษาไทยอีกต่างหาก ดังนั้นส่วนนี้เราต้องแก้ไขอย่างช่วยไม่ได้

สำหรับกลไกการแสดงผลโฆษณาไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขมัน ปล่อยมันไป!!!

ดังนั้นที่คิดออกมาได้ว่าจะต้องปรับแต่งยังไง ก็จะเป็นดังภาพข้างล่างนี้ …

(more…)

It’s Cake ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก 19 June 2008 10:32 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 8 ความคิดเห็น

เมืองไทยเรามีสำนวนเปรียบเทียบเรื่องง่าย ๆ ที่ต่อให้เด็กอมมือทำก็ทำได้ว่า “ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก” ฝรั่งเองเขาก็มีสำนวนของเขาเหมือนกัน ซึ่งเราฟังแล้วก็คงรู้สึกว่ามันขัดหู เพราะถ้ามันเป็นเรื่องที่ง่ายซะเหลือเกิน ฝรั่งจะบอกว่า “ง่ายเหมือนเค้ก”

ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ จึงไม่แน่ใจว่าที่ว่า “ง่ายเหมือนเค้ก” เนี่ย หมายความว่ามัน “ง่ายเหมือนกินเค้ก” หรือว่า “ง่ายเหมือนทำเค้ก” ถ้าเป็นอย่างหลังผมว่ามันไม่ง่ายนะเฟ้ย!!!

ปรกติถ้าผมเพียงแค่รู้ ผมก็จะโม้พอหอมปากหอมคอ แต่ถ้าผมได้รู้แล้วได้ลงมือปฏิบัติจริงจนเห็นแจ้ง ผมยิ่งโคตรโม้เลย!

ซึ่งที่ผ่านมาผมก็ได้ลองปฏิบัติจริงใน xAjax ซึ่งเป็น Ajax Framework แล้ว ผมจึงสามารถที่จะโคตรโม้เป็นคุ้งเป็นแควเรื่อง Ajax Framework ได้ … มาคราวนี้ผมก็อยากจะโคตรโม้ในเรื่อง CakePHP ซึ่งเป็น Web Application Framework บ้าง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผมต้องลงมือปฏิบัติจริงกับมัน

มีการเอ่ยอ้างกันอย่างเลื่อนลอยและไร้หลักฐานอยู่เสมอในโลกอินเตอร์เน็ตครับ และเรื่องที่ว่าการใช้ Web Application Framework ที่มีลักษณะของ Model-View-Controller ช่วยในการเขียน Web Application จะทำให้เราเขียน Web Application ได้เร็วขึ้นก็เช่นเดียวกัน … มันไม่มีข้อพิสูจน์ให้เห็นจริงในเชิง Benchmark เพราะมันคงจะทำ Benchmark ไม่ได้ง่าย ๆ เนื่องจาก Benchmark ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้วัดผลของฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ในขณะที่มันทำงานจนได้ผลลัพท์ออกมา … แต่ไม่ได้วัดผลของฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ในตอนที่เราลงมือสร้างมันจนแล้วเสร็จ!!!

การจะวัดแบบนั้นได้คงต้องใช้กระบวนการของ Project Management ในส่วนของ Work Breakdown Structure ซะมากกว่า เพื่อกำหนดว่าชิ้นส่วนของงานที่สร้างขึ้นมาแต่ล่ะชิ้นนั้น ต้องใช้เวลาไปเท่าไหร่บ้างและต้องใช้เม็ดเงินเป็นต้นทุนไปเท่าไหร่บ้าง

ก่อนหน้านี้ผมคิดว่า xAjax ยาก แต่สุดท้ายมันก็ไม่ยากเท่าไหร่ … คราวนี้ผมก็คิดว่า CakePHP ยาก ก็หวังว่ามันจะไม่ยากอย่างที่คิดก็แล้วกันครับ ^-^

Technorati Tags: , , , , ,

บางสิ่งที่หายไปกับ feed 12 June 2008 10:03 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 8 ความคิดเห็น

ผมไม่เคยรู้เลยว่ามีใครอ่านบล็อกแห่งนี้ผ่าน feed บ้าง เพราะผมไม่ได้สมัครใช้ feedburner … แย่หน่อย … ผมไม่ค่อยชอบมันซักเท่าไหร่ รู้สึกมันแปลกแยก รู้สึกว่า wordpress เองก็มีกลไก feed มาให้ใช้อยู่แล้ว จะไปใช้ feedburner ทำไมอีก!!!

ถึงผมจะติด Google Analytics และ Stats.in.th แล้วก็ตาม แต่ผมก็พบว่ามันไม่สามารถเก็บสถิติของผู้ที่เข้ามาอ่านบล็อกแห่งนี้ผ่าน feed ได้เลย … มันเป็นคนล่ะมิติกัน กลไกของ Google Analytics และ Stats.in.th มันเหมือนกัน มันจะถูกกระตุ้นให้ทำงานก็ต่อเมื่อผู้อ่าน อ่านบล็อกผ่าน web browser แล้ว web browser ก็จะทำงานตามกลไก javascript ของตัวชี้วัดเหล่านั้นตามเรื่องตามราวไป

แต่ถ้าผู้อ่านบล็อกอ่านเนื้อหาในบล็อกแห่งนี้ผ่าน feed เมื่อไหร่ ก็เป็นอันเจ๊งบ๊ง Google Analytics กับ Stats.in.th หมดปัญญาถูกกระตุ้นให้ทำงาน เป็นอะไรที่เซ็งเป็ดมาก ๆ T-T

ทีนี้ผมก็เลยลองมาคิดดูในแง่ของซอฟต์แวร์ซะหน่อย ว่าจะเป็นไปได้มั้ยที่ตัวชี้วัดอย่าง Google Analytics และ Stats.in.th จะมีปัญญาเพิ่มขีดความสามารถ ให้สามารถตรวจวัดได้ด้วยหากผู้อ่าน อ่านเนื้อหาของบล็อกผ่านกลไกของ feed !!!

อือม คิด ๆ ๆ จะทำยังไงดีน้อ งั้นลองตั้งแนวคิดเป็นหัวข้อ ๆ ดีกว่า จะได้ทำความเข้าใจง่ายดี …

  1. เพราะบล็อกแห่งนี้มีกลไกในการส่งผลลัพท์เป็นแบบ feed ให้กับผู้อ่าน ผู้อ่านจึงสามารถรับ feed ได้
  2. ผลลัพท์ของ feed จะเป็นโครงสร้างภาษาแบบ XML
  3. ซอฟต์แวร์ที่ใช้อ่าน feed อาจเป็น desktop application หรือ web browser ก็ได้
  4. ปัจจุบัน javascript ถูกออกแบบมาให้ใช้ควบคู่กับภาษา HTML และยังไม่เคยพบว่ามันถูกออกแบบมาให้ใช้ควบคู่กับภาษาแบบ XML แต่อย่างใด
  5. ตัวชี้วัดสถิติของเว็บจำพวกนี้ มักถูกแจกจ่ายให้ใช้งานด้วยโค้ด javascript เสมอ
  6. มีเพียง web browser เท่านั้น ที่สามารถกระตุ้นให้ javascript ทำงานได้

เมื่อตั้งแนวคิดออกมาได้เป็น 6 ข้อแล้ว เราก็จะได้คำตอบที่ติงต๊องว่า …

ถ้าทำให้ภาษา XML สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ javascript ได้ ก็หมดเรื่องอ่ะดิ

หุ ๆ ผมว่าถ้าทำออกมาแล้วคงแปลกพิลึกเน้อะ ไอ้การแทรกโค้ด javascript ในภาษา XML เนี่ย … อือม … ในเมื่อดูจากข้อเท็จจริงแล้ว มันคงยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ งั้นผมคงต้องหาเวลาเหมาะ ๆ มาแกะ wordpress รุ่นนี้ เพื่อจะแทรกโค้ดตรวจนับสถิติหากผู้อ่านมาดึง feed ก็แล้วกัน ไม่รู้จะว่างเมื่อไหร่

ป.ล. หรือว่าตอนนี้ wordpress รุ่นใหม่สามารถเก็บสถิติของผู้อ่าน ที่อ่านผ่าน feed ได้แล้ว แต่ผมไม่รู้เรื่องนี้หว่า??

Technorati Tags: , , , , ,

สรุปการใช้เทคโนโลยี Ajax 10 June 2008 7:26 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 9 ความคิดเห็น

หลังจากที่ได้ใช้ xAjax เพื่อสร้าง เกมส์อสุจิบุก แล้ว ก็เลยทำให้ผมได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเทคโนโลยี Ajax ดังต่อไปนี้ครับ

  1. ถ้าเว็บไซต์ของเรามีเพียงหน้าจอเดียวเพื่อใช้ติดต่อกับผู้ใช้ โดยไม่ต้องให้ web browser รับข้อมูลด้วยการ GET หรือ POST เพื่อให้จอกระพริบเลย ก็ไม่เลวเหมือนกัน
  2. ยังไงซะการรับส่งข้อมูลถึงแม้จะเป็นแบบหลังฉาก ก็ยังต้องมีการหน่วงเวลาอยู่ดี มันเลยทำให้รูปภาพประเภท Ajax loading กลายเป็นสิ่งจำเป็นไปโดยปริยาย
  3. ผมเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมใคร ๆ อยากให้ Ajax เปลี่ยนจากการรับส่งข้อมูลจาก XML เป็น JSON สงสัยทุกคนคงคิดว่าการรับส่งด้วย XML มันมี overhead สูงมั๊ง เลยทำให้ทุกอย่างมันดูช้าไปหมด ถ้าใช้ JSON ซึ่งกระชับกว่าคงจะทำให้เร็วขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า แม่งไม่น่าจะต่างกันเล้ย!!!
  4. ไม่ควรใช้ Ajax ให้ตอบสนองกับผู้ใช้แบบ realtime ตลอดเวลา แต่ควรใช้เมื่อผู้ใช้ต้องการให้ตอบสนองเป็นครั้ง ๆ เท่านั้น และก็ไม่ควรให้ Ajax กินเวลาในการตอบโต้ในแต่ล่ะครั้งนานนัก ประมาณว่าแป๊ป ๆ ก็เสร็จแล้ว เพราะไม่งั้น CPU จะขึ้น 100% กระฉูดแหง ๆ
  5. การเขียน web application แบบ Ajax มีวิธีคิดที่ค่อนข้างขัดแย้งกับการเขียนโดยใช้วิธี GET หรือ POST ดังนั้นผู้เขียนควรทำใจนิดนึง
  6. เทคโนโลยี Ajax ไม่ได้ช่วยทำให้อรรถประโยชน์ของเว็บดีขึ้น ถ้าแนวคิดของเว็บมันห่วย ยังไง Ajax ก็ช่วยอะไรไม่ได้ T-T
  7. การสร้างเว็บโดยใช้เทคโนโลยี Ajax ที่ดีที่สุด คือการใช้ให้คนอื่นเขียนให้ ยิ่งใช้หลาย ๆ คนได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้เราไม่ต้องเขียนเอง แล้วเอาสมองไปคิดเรื่องอื่น ๆ ได้ต่อไป

โดยสรุปแล้วถ้าทำเว็บให้เป็นแบบ Ajax ได้ก็ดีครับ แต่จะดีกว่าถ้าทำยังไงก็ได้ให้เว็บมีต้นทุนในการสร้างถูกที่สุด แล้วสร้างผลลัพท์ที่มีประโยชน์ออกมาได้มากที่สุดอ่ะ

Technorati Tags: , , , ,

กลเกมส์ Framework 18 May 2008 8:39 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 2 ความคิดเห็น

ช่วงหลัง ๆ มานี้ผมมักจะหา web application open source ใหม่ ๆ มาใช้งานครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่เอามาใช้ในงานประจำ เพราะหนักจะเป็นการใช้เพื่องานอดิเรกมากกว่า

แต่เืมื่อค้นหาเจอที่ถูกใจแล้วก็มักจะมีหงุดหงิดเล็ก ๆ ครับ เพราะ web application open source เหล่านั้น ไม่ได้มีกลไกหลักเป็นของตัวเอง หากแต่ยึดโยงขี่คร่อมอยู่บน web application framework อีกทีนึง!!! หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าอยากจะใช้ web application open source ตัวดังกล่าว ก็ต้องไปเสาะแสวงหา web application framework มาติดตั้งด้วย เพราะของมันต้องใช้ด้วยกัน

โดยแง่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้ว การเขียน web application โดยการใช้ web application framework มันก็ดีนะ เพราะมันมีฐานมาให้แล้ว แค่เราต่อยอดไปก็พอ อือม แต่ในแง่ของการประยุกต์ใช้งานเนี่ยอ่ะสิ คงปวดหัวน่าดู

สมมตินะว่าเราไปหา web application open source มาได้ตัวนึง แต่ผู้พัฒนาอ้างว่ามันจะทำงานไม่ได้เลย หากไม่ได้ web application framework ที่ชื่อว่า … ติดตั้งอยู่ด้วย เราก็ไปหา web application framework ตัวดังกล่าวมาติดตั้ง … แต่ทว่า ผู้พัฒนา web application framework ตัวดังกล่าว ก็ได้อ้างเอาไว้เช่นเดียวกันว่า web application framework ของเขาจะใช้ไม่ได้เลย หากเราไม่ได้ติดตั้ง web application framework อีกตัวนึงที่ชื่อว่า … เอาไว้

แล้วถ้าหาอีก แล้วก็อ้างอีกล่ะ จะทำไง???

มันเป็นเรื่องสมมตินะ เพราะผมเองก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ framework ซ้อนทับกันแบบนี้เหมือนกัน แค่ที่เจออยู่ตอนนี้ก็แค่ใช้ web application open source แล้วต้องติดตั้ง web application framework ร่วมด้วยเท่านั้นเอง!!!

ถ้ามันซ้อนกันซักห้าหกชั้น แล้วค่อยบ่นก็แล้วกัน อิ อิ :-P

Technorati Tags: , , , , , , ,

ระบบหาพิกัดโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ 12 May 2008 11:43 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 12 ความคิดเห็น

ถ้ามีปัญญาทำได้ ผมเองก็อยากจะทำ Software as a Service แบบนี้นะ เพราะมันทำแค่หน้าเดียว ไม่ต้องแสดงผลหลาย ๆ หน้าให้มันวุ่นวาย ไอ้เจ้า Google ก็จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาขุดคุ้ยหา keyword ที่หน้าเว็บไปทำ index บ้องแบ๊วอะไรของมันด้วย ไม่เปลือง bandwidth ที่เช่าเอาไว้อีกต่างหาก

ว่าแล้วเราก็มาดูตัว mock up ของระบบหาพิกัดโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ แบบที่ผมจะโม้กันดีกว่า!!!

ขั้นตอนแรก ก็แสดงผลที่หน้าแรกแบบภาพข้างล่างนี้ โฮ่ มีแผนที่ด้วย

ระบบหาพิกัดโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ

(more…)

YouTube APIs and Tools 21 April 2008 10:37 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 7 ความคิดเห็น

ผมเคยเขียนโปรแกรมประมาณ web crawler เพื่อเข้าไปดึงรายชื่อคลิบวีดีโอที่ผมต้องการจาก Youtube ตามเงื่อนไขคำค้นที่ผมกำหนดเอาไว้นะ จำได้ว่าเคยโม้ให้อ่านกันไปแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ในหัวข้อไหน

การทำ web crawler เพื่อเข้าไปล้วงเอาข้อมูลจากหน้าเว็บของชาวบ้าน ต้องบอกเลยว่ายุ่งยากมาก เพราะเราต้องมารับรู้ tag html ของเขา จากนั้นมาตัดเป็นท่อน ๆ เพื่อบอกให้ซอฟต์แวร์ของเรารู้อีกทอดนึง แถมถ้าเว็บไซต์ดังกล่าวต้องการการแสดงตนด้วย cookie อยู่ตลอดเวลา เราก็ต้องมาเสียเวลารับ ๆ ส่ง ๆ cookie กับเว็บไซต์ดังกล่าวอีก ยุ่งเข้าไปใหญ่!!!

อือม และถึงแม้ว่าเราจะตัดปัญหาเรื่องการตัดข้อความ โดยใช้การเขียน regular expression ขั้นเทพเข้ามาช่วย ก็ใช่ว่าจะตัดได้อย่างสะดวกโยธินซะเมื่อไหร่!!!

ความโง่ไม่เคยปราณีใครครับ เพราะผมเองก็เพิ่งจะรู้ว่า google เขามี YouTube APIs and Tools เพื่อให้เราเข้าไปล้วงควักอะไรที่เราต้องการจากใน Youtube ได้โดยผ่านเครื่องมือที่เขาเปิดไว้ให้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จะลงแรงทำอะไรต้องเบิ่งดูก่อนว่ามีใครทำไว้ก่อนหรือเปล่า เราจะได้ไม่ต้องออกแรงเยอะนั่นเอง

Technorati Tags: , , , , ,