กระโดดไปยังแผงนำทาง

Log File กล่องดำแห่งระบบซอฟต์แวร์ 22 September 2006 10:20 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , เพิ่มความคิดเห็น

ซอฟต์แวร์ก็เหมือนเครื่องบินนั่นแหล่ะครับ ที่มีโอกาสจะเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเราจำเป็นที่ต้องให้ซอฟต์แวร์ที่เราสร้างขึ้นเก็บประวัติการทำงานของตนเองครับ หรือภาษาทางคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Log File

เจ้า Log File ถือว่าสำคัญมาก หากซอฟต์แวร์ดังกล่าว เราพัฒนามันขึ้นมาเพื่อให้มันทำงานแบบอัตโนมัติและทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืนโดยที่ไม่มีใครเฝ้า เราจำเป็นอย่างยิ่งครับที่ต้องมี Log File เพราะไม่รู้วันดีคืนดีซอฟต์แวร์ดังกล่าว จะเดี้ยงขึ้นมาเมื่อไหร่

แต่ถ้าซอฟต์แวร์ที่เราสร้างขึ้น ถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่ระบบ Front Office หรือว่า Back Office ความจำเป็นในการมี Log File ก็จะน้อยลงไปมาก เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านั้น ส่วนใหญ่จะทำงานตามวันเวลาปรกติ ดังนั้นหากซอฟต์แวร์เกิดปัญหาขึ้น ก็ย่อมสามารถตามทีม support เข้าไปดูแลได้โดยง่ายอยู่แล้ว

ปรกติผมจะกำหนดให้ทีมงานพัฒนาซอฟต์แวร์ซึ่งร่วมงานกับผม สร้างซอฟต์แวร์แล้วใส่คุณสมบัติการเขียน Log File เข้าไปด้วย เพราะระบบที่ทีมงานผมสร้างส่วนใหญ่เป็นระบบอัตโนมัติ โดย Log File ที่ดีควรจะมีองค์ประกอบดังนี้ครับ

  1. Log File ควรถูกเก็บไว้ใน Folder ภายใต้ Folder ของโปรแกรมนั้น ๆ
  2. ชื่อของ Log File ควรสื่อถึงระบบ, วันที่ เช่น AR25490922.LOG หมายถึง Log File ของซอฟต์แวร์ระบบ Account Receivable วันที่ 22 กันยายน 2549
  3. บางครั้ง Log File เมื่อถูกเขียนไปเรื่อย ๆ ในแต่ล่ะวันอาจะมีขนาดใหญ่มาก หลายเมกะไบต์ จึงควรกำหนดให้ Log File แยกออกเป็นชุด ๆ ได้เช่น AR254909220001.LOG หมายถึง Log File ในข้อ 2 แต่ว่าเป็นไฟล์ลำดับที่ 1 เป็นต้น แล้วก็นับเพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดวัน แล้วก็นับใหม่
  4. ภายใน Log File ควรมีวันที่และเวลากำกับแต่ล่ะเหตุการณ์ เช่น 22/09/2549 22:16:15 - ทำไอ้นั่น ไอ้โน่น ไอ้นี่
  5. ควรแยก Log File ออกเป็นหลายประเภท ไม่ใช่ให้ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเก็บไว้ใน Log File เดียว อย่างผมจะให้แยกเป็น 3 File ประกอบด้วย Log File เก็บเหตุการณ์แบบสรุป, Log File เก็บการต่อเชื่อม TCP/IP Socket และ Log File เก็บคำสั่ง SQL ทั้งหมดที่ใช้กับฐานข้อมูล เป็นต้น

รู้อย่างนี้แล้ว ก็พัฒนาซอฟต์แวร์ของคุณให้มี Log File นะครับ เพราะไม่แน่ว่า Log File ซึ่งเก็บรายละเอียดไว้มากมายเหล่านี้ อาจจะช่วยคุณไม่วันใดวันนึงก็ได้ :-)

ERP และ CRM 22 September 2006 10:01 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 2 ความคิดเห็น

ปัจจุบันไม่ว่าเราจะเข้าไปทำงานที่องค์กรไหน ไม่ว่าเล็กหรือว่าใหญ่ ก็ล้วนจะต้องใช้คอมพิวเตอร์กันแล้วนะครับ เหมือนกับว่าคอมพิวเตอร์มันได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำงานไปแล้ว

ทีนี้คอมพิวเตอร์มันคงจะทำงานไม่ได้หรอก ถ้ามันไม่มีซอฟต์แวร์บรรจุอยู่ข้างใน จริงมั้ยครับ?

ในคราวที่แล้วผมได้เขียนไว้ว่า องค์กรใหญ่ ๆ ส่วนใหญ่ มักจะจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์ตัวใหญ่ ๆ มาไว้ในองค์กร แต่มักไม่เคยจัดสรรงบประมาณในการเชื่อมโยงระบบเหล่านั้นให้ทำงานได้อย่างไหลลื่น (อ่านจากการเชื่อมโยงข้อมูลกันในระบบ Enterprise)

มาวันนี้ผมจะพลิกลิ้น พูดอีกอย่างนึง คงไม่ว่ากัน :-) จริง ๆ ก็ไม่เรียกว่าพลิกลิ้นหรอกครับ เพราะว่าในขณะที่บางองค์กรชอบที่จะซื้อซอฟต์แวร์ตัวใหญ่ ๆ แยกชิ้นกันมา แต่บางองค์กรก็ชอบซื้อซอฟต์แวร์ชิ้นใหญ่ ๆ ทุกชิ้นมาใช้งาน เพื่อประหยัดเวลา ไม่ต้องมานั่งเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างซอฟต์แวร์ให้เสียเวลาและงบประมาณ

(more…)

License Key ของ Software 22 September 2006 9:01 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , เพิ่มความคิดเห็น

ไม่รู้ว่าผมเชยหรือเปล่านะที่เพิ่งรู้ แต่จะเล่าให้ฟังครับว่าเดี๋ยวนี้การจะได้ License Key เพื่อมาติดตั้งซอฟต์แวร์มันเปลี่ยนไปแล้ว

สมัยก่อนผมจะซื้อแผ่นก๊อปครับ (นิสัยไม่ดี) แล้วปรกติด้านหลังของกล่องจะมีเลข License Key ใช่แมะ ก็เอาเลขนั่นแหล่ะ กรอกเข้าไปเลย ก็ได้เลย หรือบางทีเลข License Key ก็จะอยู่ในกล่อง เราก็เอาแผ่น License Key มากรอกเข้าไป ก็จบ

เดี๋ยวนี้ต้องงี้ครับ พอดีหลายเดือนก่อนผมจะให้ผู้ร่วมงานในทีมติดตั้ง Visual Studio 2005 บน Source Code Server ทีนี้ผมได้ซอฟต์แวร์มาแล้ว คือได้แผ่นมาแล้วครับจากผู้ร่วมงาน ซึ่งก็เป็นเพื่อนผมเองนั่นแหล่ะ แต่มันก็ไม่บอกอะไรผมนะ พอจะติดตั้งก็ถามหา License Key ผมก็ดูที่แผ่นแล้วก็ที่ซอง ก็พลิกหน้าพลิกหลัง ก็ไม่มีแฮะ เอาไงดี ก็เลยกลับไปถามครับ ว่าจะติดตั้งแต่ไม่มี License Key จะได้จากไหน

เพื่อนผมก็ทำงี้ครับ เอาแผ่นมาพลิก ๆ ดูว่าซอฟต์แวร์ชื่ออะไร จากนั้นก็เอารายชื่อซอฟต์แวร์ที่สั่งซื้อออกมาดู (คือองค์กรผมซื้อซอฟต์แวร์จากไมโครซอฟท์มาชุดใหญ่เลย) ในนั้นจะบอกครับว่า Visual Studio 2005 เป็นหมายเลขอะไรซักอย่างนึง

ทีนี้เพื่อนผมก็เปิดเว็บของไมโครซอฟต์แล้วก็กรอก username กับรหัสผ่าน จากนั้นจึงค่อยเอาหมายเลขอะไรซักอย่างนึงที่ว่าน่ะครับมาสืบค้น …. แล้ว License Key ก็แสดงออกมาครับ ผมก็เลยจด License Key ไปให้ผู้ร่วมงานผมติดตั้ง Visual Studio 2005 ได้ซะที

ดูเหมือนว่านี่คงเป็นการทิ้งทวนของ Software as a Product ยุคสุดท้ายนะผมว่า เพราะต่อให้มีกลไกการสืบค้น License Key สลับซับซ้อนยังไง มนุษย์ก็คงขโมยมันเอาไปแจกจ่ายได้อยู่ดี