บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 2 ความคิดเห็น
หลายวันก่อนผมคุยเอาไว้เรื่องเกี่ยวกับ Interactive Voice Response วันนี้เรามาต่อกันดีกว่าครับ
สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงของ CRM มักจะงง ๆ กับศัพท์หลาย ๆ ตัวของคนวงการนี้ และบางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าศัพท์บางตัวหมายถึงระบบอะไรบ้าง อันไหนใหญ่อันไหนเล็กกว่ากัน ดังนั้นผมจะมาจัดลำดับการบริการของ Customer Relationship Management System ให้อ่านกันครับ ว่าจริง ๆ แล้วมันมีระดับอะไรบ้าง
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , เพิ่มความคิดเห็น
ผมได้มีโอกาสไปหอสมุดมาหลายสถาบันการศึกษาครับ พบว่าสถาบันเหล่านั้นมักนำงานนิพนธ์ออกมาช้ากว่าที่ควร เช่นว่านักศึกษาทำงานนิพนธ์ปี 2549 กว่าจะเอาออกมาวางไว้ในหอสมุดกลาง ก็ปาเข้าไปอีกตั้งสองสามปีแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน ทำไมถึงดองเอาไว้นานอย่างนี้
ทำให้หัวข้องานนิพนธ์ดังกล่าวกลายเป็นสิ่งล้าสมัยไปครับ!!!
ผมเองเมื่อปี 2540 ก็ต้องส่งปริญญานิพนธ์ถึง 3 เล่มครับ โดยเล่มแรกเพื่อไว้ในหอสมุดภาคฯ, เล่มสองเพื่อไว้ในหอสมุดกลางของสถาบัน และเล่มสุดท้ายเพื่อส่งไปหอสมุดแห่งชาติ
แล้วมันก็ถูกดองเอาไว้ครับ ผมติดตามมาหลายปี กว่ามันจะออกมาตั้งในหอสมุดต่าง ๆ ได้ ก็ปาเข้าไป 5 ปีครับ
มันก็เลยทำให้ผมลังเลครับ ว่าควรนำงานนิพนธ์ดังกล่าวมาวิจารณ์ใน blog หรือเปล่า เพราะบางเรื่องมันล้าสมัยแล้วก็เชยไปแล้ว แต่ยังไงก็จะพยายามหาหัวข้องานนิพนธ์ที่ร่วมสมัย หรือล้ำสมัยในขณะนั้นมานำเสนอแล้วกันครับ
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : หนังสือเก่า , เพิ่มความคิดเห็น
เล่มนี้ซื้อมาเมื่อปี พ.ศ. 2537 ครับ ช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นยุคสุดท้ายของ MS-DOS รุ่น 6.00 แล้ว ไม่รู้คนยุคนี้จะรู้จักหรือเปล่าครับ เจ้า MS-DOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติแบบ Text Mode น่ะ?
ผมซื้อมาเพราะมันเป็นหนังสือแปล แล้วก็แปลได้ดีทีเดียวล่ะ เพราะปรกติสมัยนั้นผู้แปลมักแปลได้ไม่ดีซักเท่าไหร่
หนังสือเน้นเรื่องการ Interupt CPU มาก ๆ คือสมัยนั้นเนี่ย MS-DOS ทำงานแบบ Real Mode คือเป็นกลไกอ้างอิงหน่วยความจำโดยใช้ Segment และ Offset น่ะ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เป็นแบบ Protect Mode คือมีกลไกการเข้าถึงหน่วยความจำอันสลับซับซ้อน
อย่างทุกวันนี้ถ้าเราจะเขียนโปรแกรมบน .NET เราก็ใช้วิธีเขียนใส่ Event ใช่มั้ยล่ะ? แต่ถ้าเป็นบน MS-DOS นะ เราอยากจะให้โปรแกรมเล็ก ๆ ของเราฝังตัวในหน่วยความจำ แล้วให้โปรแกรมเราคอยอ่านการกดปุ่มของคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ เราก็ต้องให้โปรแกรมของเราทำ Software Interrupt น่ะ
นอกจากนี้ หนังสือยังสอนวิธีการสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ และวิธีตรวจหา signature ของไวรัสด้วย และสุดท้ายก็สอนเรื่องการต่อเชื่อมกับ Video RAM ซึ่งก็คือหน่วยความจำสำหรับแสดงผล เพราะถ้าเราเขียนโปรแกรมให้เข้าถึง Video RAM ได้ เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้คำสั่งมาตรฐานของคอมไพเลอร์อีกต่อไป เพราะคำสั่งมาตรฐานเหล่านั้น มันช้านั่นเอง
แต่หนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าเก่าไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีใครใช้ MS-DOS กันแล้ว