บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น
ปรกติแล้วถ้าผมมีปัญหา ผมมักจะแก้ด้วยวิธีของตัวเอง ซึ่งบางครั้งก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องครับ
อย่างการใส่ plugins ให้ blog ก็เหมือนกัน ตอนแรกผมคิดว่าผมจะใช้ macromedia dreamweaver เป็น editor เพื่อเขียน plugins เองทั้งหมดครับ เพราะผมก็อยากให้ blog ผมนับคนออนไลน์ได้, นับคนกดคลิกได้, ทำโพลได้ มีปฏิทินด้วย ฯลฯ
ผมก็เลยนั่งแกะโค้ดของ wordpress ไปเรื่อย ๆ แกะทุกฟังค์ชันเลย อย่าง blog นี้ผมก็ต้องแก้ฟังค์ชัน function get_pagenum_link($pagenum = 1) ในไฟล์ \wp-includes\template-functions-links.php เอง เพราะว่า host ที่ผมเช่า มันเป็นแบบ unlimited domain ซึ่งผมต้องปรับแต่งไฟล์ .htaccess ด้วยตัวเอง เขียน rewrite mod ด้วยตัวเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงบิดเบือน host แบบนี้ มันทำให้ฟังค์ชันมาตรฐานที่ wordpress ให้มาใช้ไม่ได้ ผมก็เลยต้องเข้าไปแก้ให้เป็นแบบนี้
//Begin CH01
//$index = $_SERVER[’PHP_SELF’];
$index = wp_specialchars($_SERVER[’REQUEST_URI’]);
//End CH01
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : หนังสือเก่า , 1 ความคิดเห็น ยังอีกไกล!
คนยุคนี้ไม่น่าจะรู้จักกันแล้วนะ มันเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลที่นิยมมากเลยล่ะเมื่อตอนปี พ.ศ. 2534 เล่มนี้ผมไม่ได้ซื้อโดยตรงหรอกครับ แต่ได้มาเพราะไปลงเรียนที่สยามคอมพิวเตอร์ สาขาวงเวียนใหญ่
dBASE III Plus ถือเป็นพื้นฐานของไฟล์นามสกุล DBF ที่ทุกวันนี้ก็น่าจะยังมีอยู่
หลังจาก dBASE III Plus ก็มี Foxbase ครับ แล้วค่อยตามด้วย Foxpro ปัจจุบันผมก็ยังเห็น Visual Foxpro อยู่นะ ซึ่งมันก็สืบเชื้อสายมาจาก dBASE III Plus เนี่ยแหล่ะ
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : หนังสือเก่า , 1 ความคิดเห็น ยังอีกไกล!
ผมไม่รู้ว่าเด็กยุคนี้จะได้ลงเรียนวิชาคอมไพเลอร์หรือเปล่า แต่ยุคผมน่ะไม่ได้เรียนหรอก ถ้าอยากจะรู้ก็ต้องหาเรียนเอาเองตามสไตล์นักศึกษาที่ต้องหาความรู้ด้วยตัวเอง
หนังสือเล่มนี้น่าจะถือว่าเป็นหนังสือเล่มเดียวในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ที่สอนเรื่องการเขียนคอมไพเลอร์ หรือที่เรียกว่าตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีไวยากรณ์ที่มนุษย์อย่างเราพอจะเข้าใจ ไปเป็นภาษาเครื่องที่คอมพิวเตอร์รู้จัก
ผมซื้อมาเมื่อปี พ.ศ. 2534 ครับ ตอนนั้นเขียนภาษา BASIC เป็นแล้ว แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าไฟล์นามสกุล EXE ทั้งหลายเนี่ย มันทำมาได้ยังไง เลยซื้อเล่มนี้มาอ่าน พออ่านแล้วงงรับประทานไปเลย ไม่เข้าใจ โยนไว้ในตู้ กว่าจะกลับมาอ่านแล้วเข้าใจ ก็เหลืออีกปีนึงจะจบปริญญาตรีนั่นแหล่ะครับ สงสัยผ่านโลกมาเยอะ วุฒิภาวะมันเลยเยอะตามไปด้วย ก็เลยอ่านเข้าใจได้
Lobbyist
25 September 2006 11:17 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 4 ความคิดเห็น
จริง ๆ แล้วศัพท์ Lobbyist จะใช้ในกรณีที่เป็นการวิ่งเต้นประสานงานเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ยังไงวันนี้ผมก็ขอใช้หน่อยแล้วกันครับ
ช่วงนี้องค์กรที่ผมงานยุ่งมาก ๆ เลย เพราะเรากำลังจะขึ้นโครงการอย่างน้อย 3 โครงการ คือ โครงการระบบ Front Office เต็มรูปแบบเพื่อรองรับลูกค้า 8,000 คนต่อวัน, โครงการระบบ Data Warehouse เพื่อมาทำรายงาน 4 มิติให้กับผู้บริหาร และโครงการพัฒนาระบบ HelpDesk เพื่อรองรับ User ราว 5,000 คนในองค์กรที่ผมทำงานอยู่
สมัยก่อน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผมมักพบเสมอว่าองค์กรในประเทศไทยเราขาดบุคลากรที่มีความสามารถในการสร้างซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ คนเก่งมีน้อย คนเรียนจบเอาวุฒิมีเยอะ การจะเฟ้นหาคนเก่งมาทำงาน ยากเต็มที
แต่เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปครับ ผมกำลังประสบปัญหาแนวใหม่ นั่นคือ องค์กรที่ผมทำงาน เรามีบุคลากรที่มีหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์ถึง 50 กว่าคน และทุกคนก็ล้วนจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง อีกทั้งมีความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับดีด้วย
แล้วมีคนเก่ง คนมีความสามารถเต็มองค์กร แล้วจะมีปัญหาอะไร?
ปัญหาย่อมมีแน่ครับ ก็คนเหล่านี้เก่งไงครับ ดังนั้นการจะเลือกมาทำงานด้วยจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักเอาการเหมือนกัน
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , เพิ่มความคิดเห็น
ผมรู้สึกยินดีมากเลยครับ ที่ปัจจุบันประเทศไทยเรามีการเปิดสาขาที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น เพราะเมื่อสมัยก่อนนั้น สาขาทางคอมพิวเตอร์ก็มีเพียง วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ปัจจุบันมีมากมายขึ้น ทั้งระบบสารสนเทศ, เทคโนโลยีสารสนเทศ, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, ระบบจัดการสารสนเทศเพื่อการบริหาร, กราฟิกและมัลติมิเดีย ฯลฯ
การที่มีสาขามากขึ้นแบบนี้ ก็มีความหมายถึงการที่ไทยเราผลิตบัณฑิตทางด้านนี้ได้มากขึ้น ซึ่งผมก็หวังนั่นแหล่ะ ว่าคุณภาพจะมากขึ้นไปด้วย เพราะจบมาแล้วถ้ามาเข้าองค์กรที่ผมทำงานอยู่ ผมก็จะได้เลือกมาทำงานในทีมผมได้โดยผมไม่ต้องลังเลใจอะไร
ขอแจ้งให้ทราบอย่างนึงครับ ซึ่งสำคัญมาก นั่นก็คือ การออกมาทำงานในภายนอก สถาบันการศึกษาที่จบมา อาจจะช่วยเราได้ในตอนออกตัวครับ ตอนสตาร์ท แต่หลังจากนั้นก็เป็นประสบการณ์และทักษะของเราเองครับ ที่จะช่วยให้เราเจริญก้าวหน้าได้
ตัวผมเองจบจากสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่ต้องสอบเข้าด้วยอัตรา 1 ต่อ 15 ครับ แต่ผมเองก็ต้องซูฮกให้กับผู้ร่วมงานจากมหาวิทยาลัยเปิด ซึ่งมีความสามารถในการทำงานที่สูงกว่าผม ทั้งทางเทคนิค และทางระบบ
ถึงบอกอ่ะครับ ว่าสถาบันไม่เกี่ยว ตัวเราเองอย่างเดียวล้วน ๆ ครับ ดังนั้นสถาบันเก็บไว้ที่ใจ แสดงความสามารถกันดีกว่า
(more…)