Fusion 28 February 2007 8:15 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 11 ความคิดเห็นเมืองไทยเรามีนักพัฒนาซอฟต์แวร์อยู่น้อยครับ ที่คิดค้นภาษาคอมพิวเตอร์ แล้วทำ Compiler เพื่อ Compile ภาษาดังกล่าว อย่าว่าแต่ Compiler เพื่อใช้ Compile ภาษาคอมพิวเตอร์ซึ่งออกแบบเป็นภาษาไทยเลย ขนาด Compiler เพื่อใช้ Compile ภาษาคอมพิวเตอร์ซึ่งออกแบบเป็นภาษาอังกฤษยังแทบไม่มีเลยครับ
ก็คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะทำออกมาแล้วคงไม่มีใครสนใจ เพราะปัจจุบันก็มีภาษาคอมพิวเตอร์เจ๋ง ๆ เต็มไปหมดอยู่แล้วเน้อะ อย่าง C, C++, Python, Ruby, Java, PHP เป็นต้น
ภาษาคอมพิวเตอร์พวกนี้นอกจากจะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะมีโครงสร้างภาษาที่ดีแล้ว ก็ยังมีใครต่อใครตั้งมากมายคอยสนับสนุน ด้วยการออก Compiler และ IDE เจ๋ง ๆ เพื่อใช้ Compile & Build ภาษาพวกนี้อีก
ภาษาคอมพิวเตอร์ควรเขียนเป็นภาษาอังกฤษ อันนี้ผมคิดเองนะ เพราะภาษาอังกฤษมันมีแค่ระดับเดียว แถมโปรแกรมเมอร์ทั้งโลกต่างก็สามารถเข้าใจได้ ไม่ต้องมาแปลให้ยุ่งยากเสียเวลา
สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนคอมพิวเตอร์มา โปรดทราบว่าการสั่งงานคอมพิวเตอร์มันยาก เพราะถ้าจะสั่งกันจริง ๆ เราต้องรู้คำสั่งดิบ ๆ ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเลขฐาน 2 เราจึงจำเป็นต้องคิดภาษาคอมพิวเตอร์ ที่เป็นภาษาง่าย ๆ ที่มนุษย์สามารถจะเข้าใจได้ และพอเขียนเสร็จแล้ว ก็โยนภาระให้ซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Compiler เป็นตัว Compile หรือแปลจากภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูง ให้กลายเป็นคำสั่งคอมพิวเตอร์ดิบ ๆ ที่คอมพิวเตอร์จะเข้าใจได้ และทำตามที่เราสั่งต่อไป
ผมเคยพบ Compiler น่าสนุกอยู่ตัวนึงครับ คงไม่มีใครเคยเจอหรอก เพราะผมพบมันในห้องสมุดภาควิชา ไอ้เจ้า Compiler ดังกล่าว เป็นโปรเจคจบของรุ่นพี่ครับ (ผมไม่รู้จักเขาหรอก) มันเป็นอย่างนี้ …

การประยุกต์ใช้งานภาษาซี 27 February 2007 5:34 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : หนังสือเก่า , 5 ความคิดเห็น หนังสือเล่มนี้เพื่อนร่วมชั้นแนะนำให้กับผมครับ (พ.ศ. 2536) ตอนนั้นเขาบอกว่าเขาได้พบหนังสือเล่มหนึ่ง ก็คือเล่มนี้แหล่ะ ที่มันพิเศษก็เพราะว่าสมัยก่อนนั้น การเขียนโปรแกรมส่วนใหญ่แล้ว จะเน้นไปยังคำสั่งมาตรฐานเป็นหลัก คือรับข้อมูลผ่านแป้นพิมพ์, ประมวลผลคณิตศาสตร์ แล้วก็แสดงผลออกหน้าจอ หรือไม่ก็พิมพ์ออกเครื่องพิมพ์ ก็มีเท่านี้แหล่ะ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
เพื่อนผมบอกว่าหนังสือเล่มนี้แตกต่าง เพราะมันสอนเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมติดต่อกับ Video Ram เพื่อยิงจุดสีออกที่จอภาพแบบทันทีทันใด, สอนการเขียนโปรแกรมติดต่อกับพอร์ตขนาด 8 บิตและ 16 บิต, สอนเกี่ยวกับ Software Interrupt ด้วยภาษาซี, สอนการแทรกคำสั่งแอสเซมบลี้ไว้ในโค้ดภาษาซี เป็นต้น
ผมบ้าเขียนโปรแกรมครับตอนนั้น ถ้ามีตำราเล่มไหนสอนวิธีการเขียนโปรแกรมแบบซับซ้อนนะ ผมก็จะไปเสาะหามาเก็บสะสมไว้ แล้วก็ฝึกฝนตามเพื่อให้เกิดความชำนาญ คือรู้สึกนะตอนนั้นอ่ะ ว่าการที่เราสามารถเขียนซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมคอมพิวเตอร์ได้ช่ำชองกว่าคนรุ่นเดียวกัน เป็นอะไรที่ภาคภูมิใจซะไม่มีเลย
หนังสือเล่มนี้มีลักษณะเด่นอยู่อย่างนึง ตรงที่เป็นหนังสือแปล ที่ว่าเด่นก็เพราะก่อนหน้านั้นสำนักพิมพ์ของไทย มักให้คนไทยเป็นผู้แต่งหนังสือคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง ยังไม่นิยมแปลมาทั้งดุ้น แต่พักหลังเข้าใจว่าคอมพิวเตอร์มันเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แถมตำราคอมพิวเตอร์ของฝรั่งก็ดีกว่าด้วย แล้วเรื่องลิขสิทธิ์ก็ยังเป็นอะไรที่คลุมเคลือกันอยู่ ก็เลยเกิดการแปลหนังสือของฝรั่งมาเป็นภาษาไทย เพื่อขายให้คนไทยอีกทีนึง
ตอนนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ตครับ การจะได้รับความรู้ของพวกฝรั่ง ก็เลยต้องหวังพึ่งการแปลหนังสือของสำนักพิมพ์ไปโดยปริยาย อีกอย่าง ผมเพิ่งมารู้ภายหลังครับว่า ความรู้ในหนังสือเล่มนี้นั้น เป็นความรู้ซึ่งคนคอมพิวเตอร์ของฝรั่งรู้มาก่อนผมแล้วถึง 2 - 3 ปี
เขารู้กันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ถึงได้ส่งต่อความรู้มาให้เรา!!!
การเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ตคงช่วยให้ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ของเรา ไม่ล้าหลังพวกฝรั่งถึง 2 - 3 ปีแบบสมัยก่อนอีกต่อไปแล้วเน้อะ ดีจัง
Technorati Tags: หนังสือเก่า, คอมพิวเตอร์, หนังสือคอมพิวเตอร์, ความรู้, อินเตอร์เน็ต
หลอกใช้ 26 February 2007 9:57 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 9 ความคิดเห็นโดยอุปนิสัยแล้วผมเป็นคนขี้เกียจมาก โคตรขี้เกียจเลยล่ะ ผมไม่ชอบทำงานให้ใคร, ไม่ชอบทำงานให้กับตัวเอง, ไม่ชอบใช้ให้ใครทำงานให้ แต่ผมชอบใช้ให้ทรัพย์สินของผมทำงานให้กับผมมาก ๆ
แต่มันช่วยไม่ได้ ในเมื่อยังทำงานเป็นพนักงาน ซึ่งต้องทำงานให้ระบบของคนอื่น เพื่อให้ระบบมันวิ่งไปยังจุดหมายที่มันควรจะวิ่งได้ ก็เลยจำเป็นที่ต้องเลือกระหว่าง ทำงานให้ใคร กับ ใช้ให้ใครทำงานให้
แล้วผมก็เลือกใช้ให้ใครทำงานให้ครับ เพราะผมขี้เกียจอ่ะ!!!
การใช้ให้ใครทำงานให้ ด้วยเหตุผลเพราะเราอยู่ในฐานะที่จะใช้ได้ กับการหลอกใช้มันไม่เหมือนกันนะ เพราะการหลอกใช้มันมีความหมายว่า คนที่ถูกใช้ไม่มีเหตุผล, ธุระ หรือได้ประโยชน์อะไรเลย จากการทำงานให้เรา แต่เราก็ออกอุบายชักจูงให้เขาทำงานให้เราจนสำเร็จจนได้
ปัจจัยที่ทำให้ต้องพิจารณาหลอกใช้ใครซักคน อยู่ที่ต้นทุนในการที่เราต้องลงมือทำเอง ซึ่งต้นทุนดังกล่าวอาจได้แก่ เวลา, โอกาส, แรงกาย, แรงสมอง, ทรัพย์สินเงินทอง, เกียรติยศชื่อเสียง และบทกำหนดโทษหากเกิดความผิดพลาด หรือความเสียหายจากการลงมือทำ
สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนที่ผู้หลอกใช้ต้องขบคิด และเมื่อคำนวณได้แล้ว จึงวางแผนที่จะหลอกใช้เป็นกรณี ๆ ไป
มองจีน 26 February 2007 4:45 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 3 ความคิดเห็นผมจะสรุปตัวเลขสำคัญให้ดูกันครับ โดยตัวเลขนี้ได้มาจาก http://www.internetworldstats.com
ถ้าเราไม่สนใจว่าประชากรอินเตอร์เน็ตแต่ล่ะคนเป็นคนสัญชาติไหน หรือเป็นพลเมืองของชาติใด แต่สนใจเฉพาะภาษาหลักที่เขาใช้ เราก็จะได้สิ่งที่น่าสนใจมาดังนี้
ภาษาอังกฤษใช้เยอะสุด 327,084,785 คน คิดเป็น 29.9% ของประชากรอินเตอร์เน็ตทั้งโลก และคิดเป็น 28.6% ของประชากรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักทั่วโลก
เห็นได้ชัดว่าภาษาอังกฤษยิ่งใหญ่มาก งั้นมาดูภาษาที่ยิ่งใหญ่รองมากันดีกว่า
ภาษาจีนใช้รองลงมา 153,301,513 คน คิดเป็น 14.0% ของประชากรอินเตอร์เน็ตทั้งโลก และคิดเป็น 11.3% ของประชากรที่ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาหลักทั่วโลก
ทีนี้มาดูของพี่ไทยบ้างดีกว่า ว่าเรายิ่งใหญ่แค่ไหน
ภาษาไทยใช้เป็นที่เท่าไหร่ของโลกก็ไม่รู้ รู้แต่ใช้อยู่ที่ 8,420,000 คน คิดเป็น 0.77% ของประชากรอินเตอร์เน็ตทั้งหมด และคิดเป็น 12.5% ของประชากรที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักทั่วโลก
เห็นตัวเลขนี้แล้วก็พอจะมองออกแล้วครับว่า กระแสของ Software as a Service นั้นจะมุ่งไปยังทิศทางใด แล้วทิศทางใดล่ะ? เอ้อ มุ่งไปยังสองทิศทางครับโดย
ไวรัสคอมพิวเตอร์ 25 February 2007 11:07 am
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 6 ความคิดเห็นเคยดูหนังเรื่อง Independence Day หรือ ID4 หรือเปล่าครับ? ที่มนุษย์ต่างดาวมาบุกโลก ทำลายโลกซะป่นปี้เลย แต่สุดท้ายมนุษย์ต่างดาวก็แพ้พระเอก เพราะพระเอกขับยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวเข้าไปในยานแม่ แล้วปล่อยไวรัสเข้าไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ จนระบบคอมพิวเตอร์ของมนุษย์ต่างดาวเป็นอัมพาต ไม่สามารถสั่งการ, สื่อสาร และควบคุมระบบการสร้างม่านพลังที่ใช้ปกป้องยานบินทุกลำได้อีกต่อไป

หนังมันสนุกดีนะผมชอบ แต่คนที่เคยเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ทุกคนย่อมรู้ ว่าสิ่งที่พระเอกทำนั้นมันเป็นไปได้ยากมาก เพราะการที่เราจะสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ได้นั้น เราต้องมีความรู้ในหลายเรื่องมาก ซึ่งได้แก่
- ความรู้ในสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์
- ความรู้ในกลไกระบบปฏิบัติการ และ
- ความรู้ในการจัดการหน่วยความจำและโครงสร้างไฟล์ข้อมูล
เห็นแมะว่าต้องรู้เยอะ แล้วมันก็ลำบากมากเลยนะ ถ้าจะสามารถรู้รายละเอียดของเรื่องพวกนี้ในระยะเวลาอันสั้นแค่ชั่วข้ามคืน ถึงพระเอกจะเป็นอัจฉริยะก็ไม่ใช่ว่าจะง่าย ๆ
ปัจจุบันเราจะพบว่ามีไวรัสคอมพิวเตอร์อยู่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ประมาณคร่าว ๆ ก็น่าจะมีเป็นหมื่น ๆ ตัวเลยล่ะ แต่เราสังเกตุกันมั้ยว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ มันจะติดงอมแงมและอาละวาดอยู่บน Platform ใด Platform นึง หรือระบาดเฉพาะในระบบปฏิบัติการใดระบบปฏิบัติการนึงเท่านั้น
ก็เพราะว่าไวรัสคอมพิวเตอร์มันก็คือซอฟต์แวร์เล็ก ๆ ตัวนึง ซึ่งเหมาะสมที่จะระบาดอยู่ในระบบใดระบบนึงนั่นเอง
ผมโม้เรื่องไวรัสคอมพิวเตอร์ขึ้นมาก็เพราะว่า ปัจจุบันนี้การส่งบริการซอฟต์แวร์ให้กับผู้บริโภค ตามหลักการของ Software as a Service นั้นมีการขยายตัวมากขึ้น จากการสังเกตุและตรวจสอบโดยตัวผมเองพบว่า ยังไม่มีมือดีสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ก่อกวนบริการแบบ Software as a Service แต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุหนึ่งนั้นอาจจะมาจากการที่ระบบซอฟต์แวร์มีความซับซ้อนมากขึ้น เหมือนกับตุ๊กตาไม้รัสเซียที่ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ
เชื่อว่าอีกไม่นาน คงจะมีคนทำไวรัสคอมพิวเตอร์ ออกมาก่อกวนบริการแบบ Softwarse as a Service แหงม ๆ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นผู้ให้บริการ Softwares as a Service หรือเป็นผู้บริโภค SaaS ก็ตาม เราก็คงจะต้องเตรียมรับมือต่อภัยคุกคามนี้ด้วยความไม่ประมาทครับ
Technorati Tags: ไวรัสคอมพิวเตอร์, คอมพิวเตอร์, Software as a Service, SaaS, ภัยคุกคาม
Secure Communicating Systems Design Analysis and Implementation. 24 February 2007 11:13 am
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : E-Book , 10 ความคิดเห็น วันนี้แจก e-book ครับ
พอดีว่าผมโม้เรื่องการเข้ารหัสมาสองทีแล้ว มันคงจะเป็นการดีขึ้นไปอีก ถ้าผมแจก e-book ที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ โดยเน้นไปที่การออกแบบ, วิเคราะห์ และลงมือเข้ารหัส, ถอดรหัสข้อมูล
ดังนั้น กดดาวน์โหลดโลดครับ
e-book ของมหาวิทยาลัยดังระดับโลกด้วยนะ อิ อิ
Technorati Tags: e-book, ebook, คอมพิวเตอร์, เข้ารหัส, ถอดรหัส, อีบุ๊ก, อีบุ๊คส์
Pipes 22 February 2007 9:53 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : Review , 6 ความคิดเห็นผมไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์การให้บริการของเว๊ปไซต์ ซึ่งสร้างขึ้นตามหลักการของ Software as a Service นานแล้วครับ วันนี้เลยโม้ซะหน่อยดีกว่าเน้อะ
พอดีที่ผ่านมาผมได้โม้ไว้เรื่องระบบเปิดและตุ๊กตาไม้รัสเซีย ซึ่งผมกำลังจะพยายามอธิบายว่าเดี๋ยวนี้นั้น ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านเว๊ปจะเริ่มเน้นไปที่การเปิดระบบ เพื่อให้สมาชิกสามารถที่จะสร้าง Base และ Data ได้ด้วยตัวเอง
ทีนี้ก็ได้รับการแนะนำจากคุณ catkun, คุณ nat3 และคุณ pittaya ว่าทาง Yahoo มีบริการแบบระบบเปิดเหมือนกัน ซึ่งก็คือ Pipes ซึ่งเป็นบริการที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ในปีนี้
โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เล่าเรื่องทางเทคนิค เพราะเรื่องพวกนี้ผู้อ่านสามารถหาอ่านเองได้โดยง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นผมคงไม่เล่าว่ามันใช้งานยังไงบ้าง แต่ถ้าให้บอกสั้น ๆ ก็คงต้องบอกว่ามันเป็นระบบเปิด ที่ช่วยให้คนที่เขียนซอฟต์แวร์ไม่เป็น สามารถสั่งงานให้เว๊ปไซต์ทำอะไร ๆ ให้กับเรา ได้อย่างที่เราต้องการ
เฟรนไชส์ 20 February 2007 10:09 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 10 ความคิดเห็นรู้จักเฟรนไชส์มั้ยครับ ถ้าเขียนด้วยภาษาอังกฤษก็จะเป็น Franchise ครับ ทีนี้หากใครไม่รู้ว่าเฟรนไชส์คืออะไร กรุณาอ่านจากลิงค์ Franchising เองนะ เพราะผมขี้เกียจเล่าอ่ะเรื่องมันยาว
โอ๊ะ ไม่เล่าก็ไม่ได้แฮะเดี๋ยวจะไม่รู้เรื่อง งั้นเอาสั้น ๆ ก็แล้วกันนะ
เฟรนไชส์คือเราทำมาค้าขายอะไรซักอย่างนึง แล้วการทำมาค้าขายของเรามีการวางระบบที่ดี สร้างกระแสเงินสดได้คล่องมือ แถมแบรนด์ของเราก็ดังด้วย เราก็เลยมีกระแสเงินสดเป็นบวก
คนอื่นเขาก็อยากมีกระแสเงินสดเป็นบวก ก็เลยมาขอซื้อ “ระบบ” และ “แบรนด์” จากเรา โดยมีข้อตกลงว่าเราซึ่งเป็นผู้ขายจะสอน “ระบบ” และมอบ “แบรนด์” ให้ไปใช้ทำมาหากิน ในขณะที่ผู้ซื้อจะจ่าย “ค่าธรรมเนียมแรกเข้า” และ “ค่าธรรมเนียมรายงวด” ให้กับเรา
กฎสำคัญของเฟรนไชส์ก็คือ ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติตาม “ระบบ” ของผู้ขายอย่างเคร่งครัด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่ปฏิบัติกันซักเท่าไหร่ เพราะพอผู้ซื้อได้ซื้อ “ระบบ” ไปแล้ว ก็มักจะสวมวิญญาณผู้ประกอบการ เปลี่ยนโน่นนิด เปลี่ยนนี่หน่อย จนสุดท้าย “ระบบ” ที่ซื้อมาก็ไม่เหมือนต้นแบบซะแล้ว
มีอยู่พักนึงเมื่อสามปีก่อน เฟรนไชส์ดังมาก ตอนนั้นใคร ๆ ก็อยากจะสร้างระบบเฟรนไชส์ของตัวเอง แล้วขาย “ระบบ” และ “แบรนด์” ของเฟรนไชส์ของตัวเองไปให้กับผู้อื่น เพราะหวังว่าจะได้ “ค่าธรรมเนียมแรกเข้า” และ “ค่าธรรมเนียมรายงวด”
อยากเป็นเสือนอนกินว่างั้น!!!
ตอนนี้แวดวงเฟรนไชส์ของเมืองไทยก็ยังทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่นะ ไม่ค่อยโตเท่าไหร่ เพราะอย่างว่าแหล่ะ จุดสำคัญของเฟรนไชส์มันอยู่ที่ความแข็งแกร่งของ “ระบบ” และความมีชื่อเสียงของ “แบรนด์” ถ้าตีโจทย์นี้ไม่แตก ก็จบเห่กันไป
ผมกำลังคิดว่าถ้ามีใคร สามารถประยุกต์ระบบเฟรนไชส์ เข้ากับการส่งบริการให้ผู้บริโภค ตามหลักการของ Software as a Service ได้ คงจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ ๆ ให้กับวงการ SaaS เป็นแน่แท้เลยครับ
Technorati Tags: Software as a Service, SaaS, เฟรนไชส์, Franchise
เข้ารหัสก็เหมือนไม่เข้ารหัส 19 February 2007 2:02 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 20 ความคิดเห็นหลายวันก่อนผมโม้เอาไว้เรื่องอวสานรหัสผ่านครับ วันนี้มาโม้ต่อดีกว่า เรื่องรหัสผ่านนี่แหล่ะน่าสนุก อะไรที่มันเป็นความลับนะ ใคร ๆ ก็อยากรู้อยากเห็นทั้งนั้นแหล่ะ เน้อะ
การเข้ารหัสเนี่ยมีมันเป็นพันปีแล้วนะ เรียกว่าเมื่อเริ่มก่อกำเนิดอารยธรรมของมวลหมู่มนุษยชาติ มีการสื่อสารกันด้วยภาษากาย, ภาษาวาจา และภาษาเขียนแล้ว การเข้ารหัสก็ก่อกำเนิดขึ้นมาด้วยเวลาที่ไล่เลี่ยกัน
เราต้องมาดูจุดประสงค์ของการเข้ารหัสก่อน ว่าจริง ๆ แล้วมูลเหตุทำเพื่ออะไร ซึ่งเมื่อเราทำความเข้าใจได้แล้ว เราก็จะแบ่งจุดประสงค์ของการเข้ารหัสได้เป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ
- การเข้ารหัสนั้น ทำเพื่อกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงกิจกรรมที่สำคัญต่อไป ตัวอย่างเช่น รหัสผ่าน เป็นต้น และ
- การเข้ารหัสนั้น ทำเพื่อให้ใครก็ตามที่ได้ข้อมูลของเราไป ไม่สามารถนำข้อมูลนั้นไปใช้งานต่อได้ เพราะอ่านไม่รู้เรื่อง, ดูไม่ใคร่ออก และตีความบ่ได้
การใช้ทฤษฎี Pattern Recognition เพื่อมาประยุกต์ใช้ในการรักษาความปลอดภัยนั้น ใช้แทนที่ได้เฉพาะในข้อแรกเท่านั้น แต่มันใช้แทนที่ในข้อ 2 ไม่ได้ มันเป็นคนล่ะเรื่องกัน
ผมเคยอ่านเรื่องการเข้ารหัสเนื้อความของข้อมูลมาเยอะนะ และก็พบว่าก่อนที่จะมีการคิดค้นวิธีการแปลง PlainText ให้กลายเป็น CipherText ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในแบบสมัยใหม่อย่างทุกวันนี้นั้น ก่อนหน้านี้รูปแบบการเข้ารหัสของพวกฝรั่ง กับพวกผิวเหลืองอย่างเรานั้นแตกต่างกัน ซึ่งอันนี้น่าสนใจมาก จะค่อย ๆ อธิบายให้เข้าใจ
อย่างของพวกฝรั่งนั้น ส่วนใหญ่เขาจะนิยมใช้วิธีการสลับตัวอักษรภายในข้อความ หรือใช้วิธีแทนที่ตัวอักษรในข้อความด้วยตัวอักษรอื่น ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ข้างล่างนี้เป็นการสลับตัวอักษรแบบง่าย ๆ

ดูก็คงรู้นะครับว่าผมสลับยังไง ดูเหมือนมันง่ายเน้อะ คิดว่าช่วงแรก ๆ พวกฝรั่งก็คิดพื้น ๆ แบบนี้ไปก่อนแหล่ะ แล้วจึงค่อยพัฒนาให้มันซับซ้อนขึ้นภายหลัง
สรุปผลการซาวเสียง 17 February 2007 2:36 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 10 ความคิดเห็นหลาย ๆ วันก่อนผมได้ขอซาวเสียงผู้อ่านบล็อกผม ว่าสนใจให้ผมเขียนบล็อกเกี่ยวกับ Software as a Service อิงกับเรื่องใดมากที่สุด ซึ่งต้องขอขอบคุณหลาย ๆ ท่านที่ได้โหวตให้ และก็ขอขอบคุณหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้โหวต แต่ก็ยังเข้ามาอ่านอยู่เนือง ๆ
แต่น…แตน…แต๊น ผลการโหวตเป็นดังรูปข้างล่างครับ

ปรากฏว่าส่วนใหญ่แล้วอยากให้เขียนบล็อกเกี่ยวกับ Software as a Service อิงกับ Information Technology มากที่สุดครับ รองลงมาก็ให้อิงกับ MBA ครับ
ผลโหวตมันสะท้อนนะ ว่าคนที่อ่านบล็อกผมเป็นคนแนวใด
นี่ก็จะขึ้นปีใหม่จีนแล้ว ผมก็จะพยายามรังสรรค์บล็อกนี้ให้ดี ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ
ก๊งสี่ ก๊งสี่ ฟ้าไฉ ซินเจิ้งหยูยี่ ซินเหนียนฟ้าไฉ ซินเหนียนไคว่เล่อ วั่นซรื่อหยูยี่
Technorati Tags: SaaS, Software as a Service, คอมพิวเตอร์, โหวต, ผลโหวต


