กระโดดไปยังแผงนำทาง

เรียบร้อย 31 March 2007 8:53 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 11 ความคิดเห็น

หลังจากผ่านไปสามวัน ผมก็พาบล็อกนี้ลัดฟ้าจากรัฐแมสซาชูเซต สหรัฐอเมริกา มาร่อนลงที่ประเทศไทยจนได้

นี่ขนาดผมทำแผนเพื่อย้ายบล็อกอย่างละเอียดยิบแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงก็ลำบากนิดหน่อยเหมือนกัน เพราะมันมีอะไรหลาย ๆ อย่างนอกแผนด้วย แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกอย่างนึงว่า ทำแผนเอาไว้ดีกว่าเยอะ ไม่ต้องลกลนลานอ่ะ

จากการตรวจสอบก็พบว่า จากที่ผมเคย traceroute หาบล็อกตัวเอง ต้องกระโดดผ่านถึง 21 - 23 hops มาตอนนี้เหลือเพียง 7 hops แล้ว ต่อไปก็หวังว่าจะเข้าบล็อกนี้ได้เร็วขึ้นนะครับ

Technorati Tags: , , ,

ย้ายบ้าน 28 March 2007 1:15 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 3 ความคิดเห็น

ผมกำลังทำแผนเพื่อย้ายบล็อกกลับมาไว้ที่เมืองไทยอยู่ครับ ตอนนี้บล็อกผมอยู่ที่รัฐแมซซาชูเซต สหรัฐอเมริกา ฟากแอตแลนติกโน่น

ผมลองตรวจสอบดูบล็อกของเพื่อน ๆ ซึ่งอยู่ใน BlogRoll ด้วยการ traceroute แล้วพบว่า บล็อกของเพื่อน ๆ กระโดดผ่านแค่ 6-7 hops เท่านั้นก็ถึงแล้ว ในขณะที่บล็อกของผมต้องกระโดดผ่านถึง 21 hops กว่าจะถึงได้

เท่าที่รู้มา ไม่รู้ใครเก็บผลสำรวจเอาไว้ บอกเอาไว้ว่าชาวออนไลน์อย่างพวกเรา จะไม่ทนรอหน้าเว๊ปเกินกว่า 5 วินาที ถ้าเกินกว่านี้ก็เผ่นไปแล้ว

ทีนี้ถ้าผมคิดจะทำบล็อกซึ่งมี SaaS เสียบอยู่ข้างใน ผมก็คงต้องมาดูก่อนว่าผมจะทำเพื่อใคร ซึ่งก็แน่นอนทำเพื่อคนไทย และเป็นภาษาไทย งั้นก็คงต้องย้ายกลับมาแล้วล่ะ เพราะถ้าโหลดหน้าบล็อกช้ายังพอทน แต่ถ้า SaaS ช้าก็คงจะทนกันบ่ได้แล้วแฮะ

โม้มาทั้งหมดก็แค่จะแก้ตัวว่า จะเขียนบล็อกน้อยลงหน่อย เพื่อทำแผนย้ายบล็อก แล้วก็ย้ายบล็อกอ่ะครับ พออะไร ๆ เสร็จแล้ว ก็จะกลับมาโซโล่ใหม่

ถึงตอนนั้นบล็อกผมจะได้เร็ว ๆ ซะที เพราะผมเองยังรู้สึกเซ็งกับความช้าของมันเลย

Technorati Tags: , , ,

Bluetooth Application Developer’s Guild 26 March 2007 9:47 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : E-Book , 1 ความคิดเห็น ยังอีกไกล!

เล่มนี้ก็เกี่ยวกับความไร้สายครับ เพียงแต่เป็นเครือข่ายไร้สายที่เป็นส่วนตัวเอามาก ๆ เพราะมันมีพื้นที่จำกัดแค่ไม่กี่เมตรเอง

ผมคิดว่าคงมีหลายคนที่อยากจะเขียนซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมอุปกรณ์ Bluetooth นะ ว่าแล้วก็เอาหนังสือไปอ่านกันดีกว่า

Bluetooth Developer's Guild

Technorati Tags: , , , , ,

ภาษากลาง 25 March 2007 10:12 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 5 ความคิดเห็น

ถ้าเป็นภาษาที่มนุษย์เราใช้สื่อสารกัน ก็เป็นที่ยอมรับกันไปทั่วซะแล้ว ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของโลกใบนี้ ตอนแรกผมก็รู้สึกว่าภาษาอังกฤษยาก แต่ตอนนี้นะรู้สึกเลยว่าภาษาไทยเรานั้น ยากนรกโลกันต์กว่าเยอะ

ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ ที่ได้เกิดเป็นคนไทย เพราะถ้าผมเกิดเป็นคนชาติอื่นแล้ว ผมก็คงไม่มีปัญญาศึกษาภาษาไทยให้เข้าใจได้แล้ว เพราะเอาเข้าจริงแล้วภาษาไทยมันยาก จริง ๆ

ทีนี้มาดูกันบ้างซิว่าในโลกคอมพิวเตอร์นั้น ภาษาอะไรควรจะเป็นภาษากลางดี อือม ๆ เดี๋ยวนี้เราใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างกว้างขวางแล้วเน้อะ รูปแบบไฟล์ข้อมูลก็มีตั้งเยอะแยะ แล้วจะเอาตัวไหนเป็นภาษากลางดี

ผมเลือกไม่ได้หรอก เพราะเขาเลือกกันไปแล้ว (เขาไหนวะ?) เขาเลือก XML เป็นภาษากลางของข้อมูลครับ!!!

ที่ผ่านมาเราอาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ใช้ XML กันเต็มที่นัก เท่าที่เห็นมีใช้ก็คงจะเป็นพวก RSS Feed อ่ะครับ

ซึ่งสาเหตุคงเป็นเพราะบรรดาคนที่เกี่ยวข้องทั้งหลายทั้งปวง คงเพิ่งจะตกลงกันได้ ว่าจะใช้ XML เป็นภาษากลางในการสื่อสารรูปแบบข้อมูลกัน เอ หรือเขาตกลงกันมาตั้งนานแล้วหว่า แต่ผมไม่รู้!!!

ทีนี้การจะทำให้ข้อมูลในรูปแบบไฟล์ของเรา กลายเป็น XML ได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันนะ มันต้องออกแรงกันน่าดู ซึ่งการมีเครื่องมือมาช่วยแปลงไปแปลงมา ระหว่างรูปแบบไฟล์ต้นฉบับกับ XML แล้วก็จาก XML เป็นรูปแบบข้อมูลปลายทาง คงจะดีไม่น้อย

ทีนี้ที่ทำงานผมเขาจ้างผู้เชี่ยวชาญจากฮ่องกงมาสอนเรื่อง SAP XI ครับ ซึ่งมันเป็นเครื่องมือในการแปลงข้อมูลให้กลายเป็น XML และแปลงจาก XML ให้กลายเป็นโครงสร้างข้อมูลอีกแบบนึง

SAP XI

จริง ๆ แล้ว SAP XI ก็เป็นเครื่องมือตัวนึงนั่นแหล่ะครับ เพราะในนั้นมันจะมีเครื่องมือเพื่อช่วยให้เรากำหนดจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของข้อมูลแต่ล่ะตัวที่เราต้องการให้แปลงเป็น XML โดยขึ้นกับ XML Scheme ที่เรากำหนดเอาไว้

เท่าที่ลองก็ใช้ยากเหมือนกันในช่วงแรก เพราะเราต้องสร้าง XML Scheme ผ่าน GUI ที่เขามีไว้ให้ เพื่อกำหนดว่าข้อมูลที่เราต้องการอยู่ตรงไหนบ้าง อือม อนุญาติให้เขียน built-in function ได้ด้วยนะยืดหยุ่นซะไม่มีเลย

ผมไม่รู้ว่า SAP XI จะมีราคาเท่าไหร่ เพราะไม่ได้เป็นคนซื้อ แต่คิดว่าคงแพงไม่ใช่น้อย ดังนั้นเครื่องมือแบบนี้คงไม่เหมาะกับปัจเจกบุคคลอย่างเราเท่าไหร่

ถ้าหากว่าการแปลงรูปแบบข้อมูลต่าง ๆ ให้กลายเป็น XML ได้ มันมีประโยชน์จริง ๆ ล่ะก็ ก็น่าจะลองทำเป็น SaaS ดูบ้างก็คงดีเหมือนกันเน้อะ

Technorati Tags: , , , , ,

ประเภทของชาวออนไลน์ 25 March 2007 9:18 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , เพิ่มความคิดเห็น

ชาวออนไลน์มีหลายประเภทครับ ซึ่งสัดส่วนของกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนมีผลต่อบริการแบบ SaaS ก็เลยว่าจะเรียบเรียงไว้ซะหน่อย กลัวว่าจะลืม ว่าแล้วก็โซโล่เลยดีกว่า

  1. นักอ่าน แบบว่าอ่าน อ่าน และก็อ่านอย่างเดียว ไม่เคยจะอะไรเลย ซ่อนตัวมิดชิด
  2. นักลงทะเบียน เห็นที่ไหนมีบริการไม่ได้ เป็นต้องลงทะเบียนขอแจมด้วย แต่ก็ใช้บริการอย่างเดียว ไม่ข้องเกี่ยวกับใคร
  3. นักวิจารณ์ พวกนี้จะเริ่มแสดงตัวตนในชุมชน มีล็อกอินที่เป็นนามปากกา มีการวาดลวดลายต่าง ๆ เอาไว้ให้เป็นที่ประจักษ์ ส่วนใหญ่จะปรากฎตัวอยู่ตามเว๊ปบอร์ด หรือไม่ก็มีฟรีบล็อกของตัวเอง
  4. นักสร้างเว๊ป คนเหล่านี้จะมีโดเมนของตนเอง เพื่อสร้างเว๊ปในรูปแบบต่าง ๆ แต่ก็ยังเช่าใช้พื้นที่ของโฮสติ้งต่าง ๆ อยู่
  5. ผู้ประกอบการเว๊ป สุดยอดแห่งชาวออนไลน์ทั้งปวง เพราะนอกจากจะมีโดเมนของตัวเองแล้ว ยังมีโฮสติ้งเป็นของตัวเอง ไม่ต้องเช่าของใครใช้อีกด้วย

ชาวออนไลน์มันก็มีอยู่เพียง 5 ประเภทนี้แหล่ะครับ และเท่าที่เห็นก็คงจะมีเพียงแค่ประเภทที่ 1 เท่านั้น ที่ดูท่าจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ SaaS เลย

นี่ถ้าชาวออนไลน์ทุกคน เฮกันเข้ามาเป็นนักสร้างเว๊ปกันหมด แล้วใครจะเป็นนักอ่านกับนักลงทะเบียนล่ะเนี่ย?

Technorati Tags: , , , , , , ,

ขุมกำลัง 24 March 2007 12:03 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น

ผมมักนึกขอบคุณผู้คิดค้นสมการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และผู้สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอยู่เสมอ พวกเขาเป็นผู้วางรากฐานให้เกิดอินเตอร์เน็ตจนถึงทุกวันนี้

มองไปรอบ ๆ ตัวเราสิ เครื่องมือเครื่องใช้อันทันสมัยส่วนใหญ่ ล้วนถูกหล่อเลี้ยงด้วยระบบไฟฟ้าทั้งนั้น

ที่ทุกวันนี้ประเทศมหาอำนาจทะเลาะเบาะแว้งกัน เพื่อจะแย่งแหล่งพลังงานต่าง ๆ ก็ล้วนเพื่อนำพลังงานเหล่านั้น มาสร้างกระแสไฟฟ้า, กำลังไฟฟ้า และสัญญาณไฟฟ้า เพื่อใช้หล่อเลี้ยงเครื่องมือเครื่องใช้อันทันสมัย ให้เครื่องมือเหล่านั้นช่วยส่งเสริมอำนาจทางทหาร, เศรษฐกิจ และการเมืองอีกทอดนึง

เคยทราบกันมั้ยครับว่า ในยุคคอมพิวเตอร์ตั้งต้นนั้น ก็มีการ hack ระบบคอมพิวเตอร์กันแล้ว เพียงแต่จุดประสงค์ในการ hack นั้น มันช่างต่างจากปัจจุบันนี้มากเหลือเกิน

ปัจจุบันนี้การ hack ระบบคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อการจารกรรมข้อมูล และการทำอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เป็นหลัก

แล้วสมัยก่อนล่ะ เขา hack ระบบคอมพิวเตอร์เพื่ออะไร? อ่านแล้วอาจจะงง เขา hack เพื่อแอบเข้าไป run โปรแกรมของตนเองครับ!!! (เหตุการณ์แบบนี้เมืองไทยไม่มีครับ มีแต่เมืองนอก)

สมัยนั้นสมรรถนะของเครื่องระดับ MainFrame กับเครื่อง PC ทิ้งห่างกันมาก ดังนั้นใครก็ตามที่ต้องการจะ run โปรแกรมที่มีความซับซ้อนสูงมาก ๆ จึงไม่สามารถทำที่ PC ได้

ดังนั้นจึงต้องแอบขโมย CPU Time, Memory Usage และ CPU Usage ของ MainFrame ของบริษัทใหญ่ ๆ ครับ

ผมเจอโจทย์คำถามนี้ในข้อสอบปลายภาคของวิชา Computer Security เมื่อสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ โดยโจทย์ต้องการคำตอบว่า เราจะตรวจรู้ได้ยังไงว่ามี hacker เข้ามาขโมย run โปรแกรมใน MainFrame ของเรา ถ้าเราไม่มีซอฟต์แวร์อะไรเลย ที่จะใช้ Monitor ไอ้เจ้า MainFrame เครื่องดังกล่าวของเรา

ท่านอาจารย์จั่วหัวไว้ในข้อสอบเลยว่า ถ้าใครทำข้อนี้ได้ถูกต้อง ท่านจะให้เกรด A เลย โดยไม่ต้องตอบข้ออื่น ๆ อีก 7 ข้อก็ได้ แหมะ สู้ตายสิงานนี้!!!

ผมตอบทุกข้อแล้วก็ตอบข้อนี้ด้วย ผมตอบว่า …

ให้ตรวจสอบจากค่าไฟฟ้าที่ใช้จ่ายเข้าห้อง MainFrame แต่ล่ะเดือน ว่ามีการกระโดดเกินค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็นหรือไม่ ด้วยเหตุผลเพราะว่า ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์จะเป็นวงจรอิเลกทรอนิกส์ที่กินประจุไฟฟ้าก็ตาม แต่หากมันทำงานเพิ่มขึ้น, หนักขึ้น มันก็ย่อมต้องเร่งการอมประจุไฟฟ้าและคายประจุไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งนำมาซึ่งการกินกระแสไฟฟ้าที่เยอะขึ้นนั่นเอง

คิดว่าเดี๋ยวนี้คงไม่มีใครเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง เพื่อจะเข้าไปขโมยใช้ CPU Time ของ Server เพื่อใช้ run โปรแกรมที่ซับซ้อนของตัวเองแล้วเน้อะ :-P

Technorati Tags: , , , , , , ,

ชุมชนออนไลน์ 21 March 2007 11:09 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 10 ความคิดเห็น

ตอนนี้ค่าเงินบาทแข็งโป๊ก บางคนไม่ได้เรียนทางด้านเงินตรามาอาจจะไม่เข้าใจ ว่าเงินตราสกุลต่าง ๆ ในโลกนี้ นอกจากจะเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการแล้ว ตัวมันเองก็เป็นสินค้าชนิดนึงเหมือนกัน

กติกาง่าย ๆ … ยิ่งมีคนอยากจะได้มันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น จากที่เคยแลกมันได้ด้วยจำนวนที่มาก ๆ ก็กลับแลกมันได้ด้วยจำนวนที่น้อยลง

มันเป็นความผันผวนของระบบการเงิน!!! ซึ่งไม่ว่าหน้าไหนก็ยังแก้กันไม่ตก เพราะคงมีกลุ่มทุนอีกหลายกลุ่ม ที่ไม่ยอมให้แยกบทบาทของเงินตราที่เป็น “สิ่งแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ” ออกจากการเป็น “สินค้าชนิดหนึ่ง” ไปได้

เราอาจจะหนีจากความผันผวนของระบบการเงินได้บ้าง โดยการมีชุมชนออนไลน์ ซึ่งมีเงินตราเสริมของตนเอง!!!

ผมจำได้ว่านานหลายเดือนก่อน ผมเคยโม้เอาไว้เรื่องชุมชนออนไลน์ ซึ่งมีเงินตราเสริมของตนเอง ภายหลังผมจึงได้รู้จักกับ SecondLife ซึ่งก็น่าจะสอดคล้องกับสิ่งที่ผมโม้เอาไว้ส่วนหนึ่ง เพราะมันเป็นชุมชนออนไลน์แนวกราฟิกสามมิติ อีกทั้งก็มีเงินตราเสริมของตนเอง และสามารถแลกเปลี่ยนกับเงินตราในโลกแห่งความจริงได้ด้วย

ผมมองว่า SecondLife ไม่เหมาะกับคนไทย เพราะมันเป็นแนวทุนนิยมสุดขั้ว ผมว่าคนไทยเราเหมาะกับแนวสหกรณ์มากกว่า คือ เน้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแบ่งผลประโยชน์ตามสัดส่วนของการลงมือลงแรง ใครทำมากได้มาก ใครทำน้อยได้น้อย

อีกอย่าง SecondLife มันเป็นเกมส์ มันก็เลยเน้นความบันเทิงเป็นหลัก!!!

ดังนั้นจุดสำคัญของชุมชนออนไลน์แนวสหกรณ์ก็คือ ในชุมชนนั้นต้องมีงานให้ทำ และก็เป็นงานที่ทำให้ได้มาซึ่งเงินตราเสริม อันเป็นเงินตราที่เป็นที่ยอมรับในชุมชนออนไลน์นั้น ๆ

โจทย์ใหญ่ของชุมชนแบบนี้ก็คือ

แค่โจทย์เท่านี้ก็คิดลำบากแล้ว แต่ผมก็มองว่าการสร้างชุมชนออนไลน์ ซึ่งมีเงินตราเสริมใช้อยู่ภายในแบบนี้ ถ้าสามารถสร้างให้สำเร็จขึ้นมาได้ เราก็จะพบกับ “งาน”, “ความมั่งคั่ง” และ “ความมั่นคง” รูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนครับ

ป.ล. มนุษย์เราต้องมีผลประโยชน์ใช้ขับเคลื่อนครับ ถึงจะสามารถสร้างงานออกมาได้คุณภาพดี และเงินก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะใช้จูงใจมนุษย์เรา

Technorati Tags: , , , ,

แนวคิด vs ลูกเล่น 20 March 2007 11:07 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 5 ความคิดเห็น

เดี๋ยวนี้ลูกเล่นในการสร้างเว๊ปไซต์มีเยอะขึ้นครับ ต่างจากสมัยก่อนลิบลับเลย และผมก็พบว่าหากผมต้องทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกฝนลูกเล่นเหล่านี้ ผมคงจะหลังแอ่นน่าดู

เวลาหลังงานประจำ คือเวลาสำหรับงานอดิเรก บางทีก็คงต้องจัดสัดส่วนให้ดี ระหว่างการปรับปรุงแนวคิด กับการฝึกฝนลูกเล่น

ถ้าด้านใดด้านนึงเสียสมดุลไป ระบบความคิดและทักษะก็จะรวนไปหมด

ผมเห็นเว๊ปไซต์ส่วนใหญ่ เริ่มมีการใส่ลูกเล่นของ AJAX เข้าไปมากขึ้น ซึ่งก็เชื่อว่าอีกไม่นานเว๊ปไซต์ต่าง ๆ ซึ่งเปิดดำเนินการมานานแล้ว หรือเพิ่งจะเปิดดำเนินการ ก็คงจะทยอยใส่คุณสมบัติของ AJAX เข้าไป

โดยส่วนตัวมองว่า AJAX คือต้นทุนในการสร้างเว๊ปไซต์อย่างนึงนะ ถ้าเว๊ปไซต์ไม่มีแนวคิดที่ดี ถึงใส่ AJAX เข้าไป มันก็คงจะช่วยให้อะไรดีขึ้นมาไม่ได้ นอกจากลำบากตอนทำแล้ว ผลที่ได้ยังทำให้เซ็งบ่อนอีก

ผมรู้จักแต่ PHP ก็เลยสนใจแต่ XAJAX ซึ่งเป็น AJAX Framework ตัวนึงจากหลาย ๆ ตัว แล้วผมก็พบว่าการจะทำความเข้าใจและทดลองใช้ XAJAX นั้น ไม่ใช่ง่าย ๆ เลยเหมือนกัน เพราะต้องเปลี่ยนระบบความคิดพอสมควร (ผมมีพื้นฐานมาทาง Win32)

XAJAX ไม่ใช่ XANAX นะครับอย่าสับสน อันนั้นเป็นยาบรรเทาโรค panic disorder ซึ่งเป็นยาที่มีชื่อสามัญว่า alprazolam มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งไอ้เด็กเลวส่วนใหญ่ชอบเอาไปหลอกให้สาว ๆ กิน กินปุ๊ปสลบเหมือดเลย

กลับมาเรื่องคอมพิวเตอร์ต่อ…

จะบอกว่าแนวคิดก็สำคัญนะ ผมยังจำของเล่นทามาก๊อตจิได้อยู่เลย เป็นของเล่นที่แสดงภาพกราฟิกได้หยาบมาก ความไฮเทคของมันแทบจะสู้เกมส์บอยไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่มันก็ดังระเบิดระเบ้อเลย … มันดังเพราะแนวคิดของมัน แนวคิดมันดี

มันจึงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ดูเหมือนไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ ที่คนที่ฝึกฝนลูกเล่นจนชำนาญ มักถูกกรอบกำหนดให้กลายเป็นกำลังให้กับผู้ที่มีแนวคิดที่ดีอยู่เสมอ

บางครั้งผมก็ยอมรับใช้ผู้อื่นนะ เพราะผมอยากจะรู้แนวคิดของคนที่ผมรับใช้ ผมอยากรู้ว่าแนวคิดของเขาเป็นยังไง แล้วผมจะประยุกต์ใช้กับตนเองได้อย่างไร

ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะถึงแม้เราจะมีแนวคิดพื้นฐานของเราอยู่แล้ว แต่การยอมโอนอ่อนรับใช้ผู้อื่น ก็จะทำให้เราได้ฝึกฝนลูกเล่น อีกทั้งได้ลักจำแนวคิดของผู้อื่นมาด้วย … ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ

Technorati Tags: , , , , ,

คำย่อ 20 March 2007 4:52 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น

คิดจะทำ BI กัน ก็เลยจะเอาข้อมูลมาใส่ให้ BI เพื่อจะให้ BI มันทำงานต่อได้ งั้นก็ต้องใช้กลไก XI เพื่อส่งข้อมูลให้ BI อีกทอดนึง แต่พอดีข้อมูลที่วิ่งไปมา มันวิ่งไปมาด้วย HL7 ก็เลยต้องแปลง HL7 ให้กลายเป็น XML ก่อน โดยใช้กลไก XI เป็นตัวแปลง ถึงจะส่งเข้า BI ได้

คำย่อเยอะเน้อะ ไม่รู้ย่ออะไรกันนักหนา!!!

นับวัน geek ทางคอมพิวเตอร์ จะเริ่มคุยกับชาวบ้านไม่รู้เรื่องเข้าไปทุกวันแล้ว

Technorati Tags: , , , ,

สารละลาย 18 March 2007 3:31 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 10 ความคิดเห็น

คนเก่งทางคอมพิวเตอร์ควรได้รับการต่อยอด แต่เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องจึงต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงตัว ออกมาเป็นคนทำงานให้กับระบบคนอื่น

น้อยคนนักที่จะได้จบออกมาแล้วทำงานให้ระบบของตนเอง หรือน้อยคนนักที่จะได้สวมเข้ากับระบบที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นระบบที่มีคนมากมายทำงานให้กับระบบนั้น ๆ อยู่ก่อนแล้ว

การที่ต้องทำงานหาเลี้ยงตัว จึงเป็นตัวทำละลายความสามารถของคน ๆ นั้นอย่างดี เพราะงานกับความสามารถที่มีอาจจะขัดแย้งกัน ไม่ได้เกื้อหนุนกัน สุดท้ายความสามารถที่มีจึงโดนงานที่ต้องทำ ละลายหายไป

บางคนอาจจะใช้เวลาที่เหลือจากการทำงาน เพื่อฝึกฝนความสามารถตั้งต้นที่ตนเองถนัด แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะพบว่างานประจำ ได้พรากเอาเวลาซึ่งใช้เพื่อฝึกฝนความสามารถตั้งต้น ทีล่ะเล็ก ทีล่ะน้อย

เราจะพบว่ามีแรงงานคอมพิวเตอร์หลายคนประสบปัญหา เพราะงานที่รับสมัครนั้น น้อยนักจะสอดคล้องกับความสามารถที่ตนเองมี

งานซึ่งทีมงานผมทำงานอยู่เป็นงาน ERP ซึ่งเน้นเกี่ยวกับระบบการเงิน, ระบบบัญชี, ระบบพัสดุ และระบบทรัพยากรบุคคลเป็นหลัก แต่ผมกลับพบว่าคนในทีมกลับแข็งแกร่งในด้านอื่นมาก่อน การจะหักดิบให้มาเก่งด้าน ERP ในเวลาอันรวดเร็วจึงเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก

ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกัน ผมเองก็บ่น บ่นว่าไม่รู้เรื่อง ERP เลยว่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองโง๊โง่ ไม่รู้อะไรเลย

เหมือนฝึกเพลงกระบี่มาแทบเป็นแทบตาย จนได้เคล็ดวิชาเพลงกระบี่ขั้นสุดยอดมา แต่พอสมัครเข้ากองทัพเพื่อไปรบ ดันเอาปืน HK33 มายัดให้ แล้วก็ส่งเข้าสนามรบทันที โอย แล้วจะใช้ถนัดในเร็ววันได้ไงเนี่ย?

ทีนี้วิธีแก้ มาดูวิธีแก้ปัญหานี้ดีกว่า มีอยู่สามวิธีเท่านั้น

  1. ตั้งกิจการของตัวเองเลย ระบบของตัวเอง แล้วก็ทำอย่างที่ตัวเองถนัด เหอ ๆ สายป่านต้องยาวหน่อยนะ
  2. หางานที่ตรงกับทักษะของตัวเองเท่านั้น อย่างอื่นไม่เอาเด็ดขาด แล้วก็ต่อยอดความสามารถเฉพาะด้านไปเรื่อย ๆ หรือ
  3. ปลงซะ แล้วคิดซะว่ามันเป็นงานคอมพิวเตอร์เหมือนกัน ทำแล้วได้เงิน จะได้เอามาซื้ออาหาร, ส่งบ้าน, ส่งรถ, ผ่อนบัตรเครดิต, เลี้ยงสาว, ไปเที่ยวสนุกสนาน ฯลฯ

พออายุค่อย ๆ มากขึ้น ความคิดมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนครับ เชื่อผมดิ อิ อิ :-P

Technorati Tags: , ,