ศึกสามเส้า เคล้าน้ำตา 30 April 2007 7:30 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 9 ความคิดเห็นเคยอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ มีการทำนายกันโดย geek ที่ไหนก็ไม่รู้ว่า ในอนาคตจะเกิดศึกจากกลุ่ม 3 กลุ่ม
- กลุ่มแรก คือเหล่าบรรดาแฮกเกอร์
- กลุ่มสอง คือระบบซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ และ
- กลุ่มสาม คือ Mega Corporation
สองอย่างแรกผมรู้จักแล้ว แต่อย่างที่สามผมเพิ่งจะรู้จัก เพราะไปอ่านจากในวิกีพิเดียมา เขาก็อธิบายสรุป ๆ ว่าเป็นบริษัทที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- ผลิตสินค้าหรือส่งบริการให้กับประเทศมากกว่าสองประเทศขึ้นไป
- ครองส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าและบริการหลาย ๆ ประเภท ครอบคลุมทั้งแนวกว้างและแนวลึก
- สามารถปฏิเสธที่จะทำตามกฎหมายท้องถิ่น, กฎหมายประเทศ หรือกฎหมายระหว่างประเทศได้
- มีกองทัพของตัวเองได้ด้วย
- สามารถมีอธิปไตยเหนือดินแดน และ
- มีอำนาจต่อรองกับรัฐบาลอีกต่างหาก
บริษัทที่มีอำนาจมหาศาลแบบนี้ผมรู้จักอยู่แค่บริษัทเดียวเอง Umbrella Corporation แห่ง Resident Evil

ถ้าเป็นอย่างที่มีการทำนายจริง ก็หมายความว่านับวันบริษัทไฮเทคจะมีอำนาจมากขึ้นทุกที ทุกทีแล้วอ่ะสิ
Technorati Tags: ซอฟต์แวร์, คอมพิวเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์, Mega Corporation
มาจากที่แปลก ๆ 29 April 2007 11:43 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 5 ความคิดเห็นผมมักจะตรวจสถิติของบล็อกนี้อยู่บ่อย ๆ ครับ โดยตรวจผ่าน Google Analytics เพราะเห็นว่ามันเท่ห์ดี ใคร ๆ เขาก็ใช้กัน
ปรกติผมไม่ค่อยจะตรวจ Unique IP ซักเท่าไหร่ เห็นแล้วอนาถใจ เพราะวัน ๆ นึงมีคนเข้ามาอ่านบล็อกผมไม่มากนัก ราว ๆ ไม่เกิน 20 Unique IP ต่อวัน น้อยซะไม่มีอ่ะ
สิ่งที่ผมสนใจจึงเป็นแหล่งที่มามากกว่า ว่าส่วนใหญ่แล้วเข้าบล็อกผมมาทางไหน เพราะรักจะเป็นบล็อกเกอร์ก็ต้องขยันไปเยี่ยมชาวบ้านบ้าง ยิ่งอยู่ดี ๆ มีแหล่งที่มาใหม่ ๆ ที่ชี้มายังบล็อกของเรา เราก็ต้องรีบไปดูทันที ว่าเขาเขียนอะไรถึงเราหว่า ถึงได้มีการชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้ใคร ๆ เข้ามาในบล็อกของเราแบบนี้

ข้างบนเป็นสถิติของเดือนนี้ โดยเลือกแสดงผลจากแหล่งที่มา ซึ่งจะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วคนที่มาเยี่ยมบล็อกนี้ จะเข้ามาตรง ๆ ไม่ได้อ้างอิงมาจากแหล่งใด แต่ไอ้ลูกศรชี้นั้นอ่ะ มันอะไรกันอ่ะเนี่ย ถ้าแหล่งที่มาบล็อกนี้ มันมาจาก localhost ผมก็ไม่มีปัญญาตามไปเยี่ยมหรอกนะ ว่าแต่มันมาได้ไงเนี่ย?
Technorati Tags: SaaS, Software as a Service, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, แหล่งที่มา
โมเดลใหม่ (2) 29 April 2007 1:24 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 3 ความคิดเห็นเมื่อวานเล่าค้างไว้เรื่องโมเดลใหม่ วันนี้เลยว่าจะมาต่อในส่วนที่เหลือ เพราะเมื่อวานโม้เอาไว้เรื่องอำนาจ วันนี้เลยจะมาต่อให้จบเรื่องของผลประโยชน์
อย่างที่ทราบกันดีว่าการสร้างเว๊ปไซต์ขึ้นมาซักหนึ่งเว๊ปนั้นมันมีต้นทุนของมัน เราอย่าเพิ่งไปพูดกันถึงว่าเราสร้างมันขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไรนะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน มาคุยกันเรื่องต้นทุนก่อน ซึ่งต้นทุนมันควรจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างล่ะ?
- ค่าจดทะเบียนโดเมน
- ค่าเช่าพื้นที่โฮสติ้ง หรือบางทีก็เช่าเครื่อง Server เป็นเครื่องกันไปเลย
- ต้นทุนของการเสียโอกาส ในการที่จะต้องมานั่งเขียนโปรแกรม หรือการติดตั้งโปรแกรม เพื่อให้เว๊ปมันทำงานได้
- ต้นทุนของการเสียโอกาส ในการที่จะต้องมาดูแล เอาใจใส่ บรรจุเนื้อหาดี ๆ เข้าไป
ของพวกนี้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม ซึ่งสามารถตีค่าออกมาเป็นเงินตราได้ทั้งนั้น
โมเดลใหม่ 28 April 2007 11:46 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 5 ความคิดเห็นดูเหมือนการทำให้เว๊ปของตัวเองโด่งดัง โดยการหยิบยืมปัญญาสาธารณะมาใช้ ชักจะไม่ค่อยเวิร์กซะแล้วครับ คือผมก็เข้าใจนะว่าโดยแนวคิดปัจจุบันตอนนี้เนี่ย การจะทำให้เว๊ปโด่งดังได้ มันต้องเป็นอะไรที่เป็นชุมชน แบบว่าต้องให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมกันได้มาก ๆ
แต่ทีนี้มองในมุมกลับแล้วเราก็จะพบว่า มันเป็นการผูกขาดกลาย ๆ เหมือนกัน เพราะมันจะกลายเป็นว่าผู้ก่อตั้งเว๊ปไซต์ คือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด จากการที่มีคนในชุมชนสละปัญญาคนล่ะเล็กคนล่ะน้อย มาช่วยกันสร้างสรรค์เนื้อหาให้กับเว๊ปไซต์
ผมเองเคยเขียนเรื่องระบบเปิดเอาไว้ แต่ผมเขียนขาดไปแค่ส่วนเดียว ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก แล้วผมก็ลืมที่จะเขียนมันไป เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐศาสตร์ ไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผมเลยไม่สนใจ นั่นก็คือ …
ตอบสนองประสาทสัมผัส 28 April 2007 3:18 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 6 ความคิดเห็นทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตสามารถพ่น ข้อความ, ภาพนิ่ง, เสียง, ภาพเคลื่อนไหว, ภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง ให้เราได้แล้ว เรายังต้องการให้มันพ่นอะไรออกมาให้เราอีก?
มนุษย์เรามีประสาทสัมผัสอยู่ 5 อย่าง คือ การมองเห็น, การได้ยินเสียง, การได้กลิ่น, การรู้รส และกายสัมผัส
กายสัมผัสเองก็สามารถแยกออกเป็น 5 อย่าง คือ ความรู้สึก กดทับ, ร้อน, เย็น, เจ็บปวด และสัมผัส
งั้นจากย่อหน้าแรกเราก็ตีความได้ว่า อินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ตอบสนองมนุษย์เราได้เพียงแค่ 2 ประสาทสัมผัสเท่านั้น คือ การมองเห็น และการได้ยินเสียง
ถ้าเป็นแบบนี้ บริการ SaaS ก็คงต้องติดอยู่กับความจำกัดของอุปกรณ์น่ะสิ!!!
น่าเสียดายเน้อะ นี่ถ้าผมให้บริการ SaaS ที่สามารถส่งกลิ่นน้ำหอมแต่ล่ะยี่ห้อ ไปให้ผู้บริโภคลองดมได้ถึงบ้าน ก็คงดีไม่น้อย หรือถ้าสามารถส่งรสชาติของอาหาร ไปให้กับผู้บริโภคลองชิมรสได้ถึงบ้าน นี่ก็ยิ่งเจ๋งไปใหญ่
ยิ่งกว่านั้น ถ้าผมสามารถ save กลิ่นหรือรสชาติ ให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์คอมพิวเตอร์ เพื่อเอาไว้ใช้ในครั้งต่อ ๆ ไปได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีสุด ๆ ไปเลย
มนุษย์เราก็อย่างนี้แหล่ะครับ มีความต้องการไม่สิ้นสุด เพื่อตอบสนองต่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเรา แล้วก็เพราะแบบนี้นี่เอง ทำให้มนุษย์กระเสือกกระสนดิ้นรน ที่จะประดิษฐ์คิดค้น วิจัยพัฒนา เพื่อให้ก่อเกิดนวัตกรรมที่จะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ให้จงได้
ผมว่านะไม่ว่าจะเป็นข้อความ, รูปภาพ, เสียง, ภาพเคลื่อนไหว และภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง มนุษย์เรายังสามารถแปรความอนาลอกของสิ่งเหล่านี้ ให้กลายเป็นดิจิตอลแล้วเก็บลงคอมพิวเตอร์ได้เลย กลิ่นกับรสก็น่าจะทำได้บ้างเหมือนกัน
Technorati Tags: คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, SaaS, Software as a Service, ประสาทสัมผัส
ใต้หนึ่งคน เหนือหมื่นคน 27 April 2007 1:22 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 9 ความคิดเห็นในอาณาจักรจีนรัชสมัยจักรพรรดิ์หย่งเจิ้นแห่งราชวงศ์ชิง มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นเหตุการณ์หนึ่ง มันเป็นเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยคู่ควรจะจารึกไว้ในประวัติศาสตร์มากนัก แต่มันเป็นกรณีศึกษาอย่างดีสำหรับการปกครอง
เรื่องมันมีอยู่ว่าหย่งเจิ้น มีความประสงค์ที่จะขยายดินแดนไปทางทิศตะวันตกเพื่อจรดซินเจียงอุยเกอร์ จึงมอบหมายให้แม่ทัพคนนึง (ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ว่าชื่ออะไร) ให้เป็นผู้จัดการเรื่องนี้ พร้อมกันนี้ก็ได้มอบกำลังพลหนึ่งหมื่นนาย เพื่อให้แม่ทัพคนนี้ฝึกฝน สำหรับไปทำศึกฝั่งตะวันตก
แม่ทัพคนนี้ฝึกฝนกำลังพลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระเบียบวินัยสูง อีกทั้งเชื่อฟังแม่ทัพคนนี้อย่างเคร่งครัด จนเมื่อฝึกฝนจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว จึงได้พากำลังพลทั้งหนึ่งหมื่นนายไปเข้าเฝ้าหย่งเจิ้น เพื่อให้หย่งเจิ้นได้ตรวจกองทหารทั้งหนึ่งหมื่นนายนี้
เมื่อหย่งเจิ้นปรากฎตัวและขึ้นยืนบนแท่นประทับ กำลังพลทั้งหนึ่งหมื่นนายก็ได้ยืนถวายพระพรหย่งเจิ้น หย่งเจิ้นจึงสั่งให้ทุกคนนั่งลง แต่กำลังพลทั้งหนึ่งหมื่นนายนิ่งเฉย ไม่ยอมนั่งลงแต่อย่างใด
โครงไก่ 25 April 2007 12:55 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 7 ความคิดเห็นผมเคยได้ดูละครชุดเรื่องนึงครับ สร้างโดยทีมงานฮ่องกง เป็นละครที่ถ่ายทำเกี่ยวกับโจโฉเพียงด้านเดียว จะว่าละครชื่อสามก๊กก็ไม่น่าจะใช่ เพราะโดยตัวของละครแล้ว เน้นเรื่องการเมืองภายในของรัฐที่โจโฉยึดกุมอยู่มากกว่า เอาเป็นว่ามันจะชื่ออะไรก็ช่าง มาเข้าเรื่องกันต่อ
มีอยู่ฉากนึงโจโฉได้ฟังขุนนางรายงานเกี่ยวกับรัฐของ “หม่าเชา” รัฐเล็ก ๆ ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของ “รัฐวุ่ย” ซึ่งโจโฉยึดครองพื้นที่อยู่
ในเกมส์ Romance of Three Kindom II จำได้ว่า “หม่าเชา” (สะกดว่า “Ma Chao” ในเกมส์) มีพลังในการรบเท่ากับ 98 ซึ่งเก่งมาก จะแพ้ก็แต่ Lubu(ลิโป้) = 100, Guan Yu(กวนอู) = 99, Zhang Fei(เตียวหุย) = 99 และ Zhao Yue(จูล่ง) = 99 เท่านั้น
โจโฉเมื่อได้ฟังการรายงานจากขุนนางก็สบถออกมาคำนึงว่า “เฮ้อ โครงไก่” … มันหมายความว่ายังไง?
Loop 24 April 2007 7:42 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น คนเขียนซอฟต์แวร์ไม่รู้จัก Loop ล่ะก็เชยแย่เลย หวังว่าคงจะไม่เชยกันนะครับ
ไอ้เจ้า Loop นี่ถือเป็นเสน่ห์ของการสร้างซอฟต์แวร์เลยนะ เพราะมันทำให้เราสั่งคอมพิวเตอร์ให้ทำงานซ้ำ ๆ ได้ แถมแต่ล่ะรอบที่มันทำงานมันก็สามารถทำงานที่แตกต่างกันได้ด้วย
ในสมัยที่ผมยังเป็นนักวิเคราะห์ระบบอยู่นั้น เวลาผมต้องตรวจต้นฉบับซอฟต์แวร์ของใคร ผมจะดูที่การวน Loop ของเขาก่อนเลย ว่าเขาได้เค้นสมรรถนะของคอมพิวเตอร์ได้อย่างสูงสุดหรือยัง ไม่เคยสังเกตุกันอ่ะดิ ใช่ม้า การวน Loop มันสำคัญนะ
บางคนใช้ Array ประกอบการวน Loop ด้วย เก่งมาก ๆ เลยล่ะ มันทำให้ต้นฉบับโปรแกรมมีขนาดเล็ก การลงมือเขียนโปรแกรมก็ไม่ต้องมาก ได้จำนวนบรรทัดที่น้อย แต่สามารถทำงานได้ผลลัพท์ที่มหาศาล
ถ้าเราสังเกตุกันดี ๆ เราจะพบว่าการวน Loop นั้น มันเหมือนกับการหมุนของ Stepping Motor ที่ไว้ใช้ขับดันฟันเฟืองให้ทำงาน ดังนั้นถ้าเราออกแบบการวน Loop ให้ดี มันจะได้ผลลัพท์ที่มหาศาลมาก
โดยเฉพาะการเข้ารหัสถอดรหัสนั้น จะมีการใช้กลไกการวน Loop ที่ซับซ้อนมาก บางทีก็วนซ้อนกันหลายสิบชั้น แต่ล่ะชั้นก็อาจจะมีการวน Loop รอบเล็ก หรือรอบใหญ่ที่แตกต่างกัน
ประเด็นสำคัญที่เรามักพบในการวน Loop ซึ่งไม่รู้มีใครสนใจหรือเปล่า แต่ผมสนใจ และก็ไม่เคยแก้ตกเลย ก็เลยปล่อยเลยตามเลยไป นั่นก็คือ … เมื่อเราสร้างซอฟต์แวร์โดยบรรจุคำสั่งให้มันวน Loop แล้วเราสั่งให้มันทำงาน มันมักจะทำให้ CPU ของคอมพิวเตอร์เราขึ้นสูงถึง 100% เสมอ
มันทำให้เกิดปัญหานะ เพราะมันทำให้ซอฟต์แวร์ตัวอื่น ๆ ซึ่งก็ทำงานอยู่เหมือนกัน ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่นัก เพราะโดนซอฟต์แวร์ของเรากินเวลาของ CPU ไป
การใส่คำสั่งเพื่อ Yield CPU ลงไปในซอฟต์แวร์ของเรา มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะถึงแม้ว่าเราจะ “แบ่ง” เวลาของ CPU เพื่อให้ซอฟต์แวร์ตัวอื่นแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ทำให้การใช้งาน CPU ลดลงจาก 100% เลย
ผมว่าพวกฝรั่งเขาคงมีวิธีนะ ถึงได้สามารถเขียนซอฟต์แวร์ให้วน Loop แล้วไม่กินกำลังของ CPU ถึง 100%
Technorati Tags: Loop, SaaS, Software as a Service, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, การสร้างซอฟต์แวร์
UPS ระเบิด 23 April 2007 3:37 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 4 ความคิดเห็นได้ข่าวมาว่าวันนี้หรือวานนี้ไม่แน่ใจ UPS ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของบริษัทผลิตปูนซีเมนต์อันดับหนึ่งของไทยระเบิด งานนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ที่แน่ ๆ ระบบ SAP ของที่นั่นถึงกับ down ไปเลย
ขอเอาใจช่วยทีมงานให้กู้ระบบได้โดยไวครับ เพราะไม่งั้นคงแย่ เพราะระบบ SAP มันไว้จัดการเรื่องการผลิตกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ซะด้วยสิ
ป.ล. ระบบคอมพิวเตอร์มันกลายเป็นกระดูกสันหลังขององค์กรไปซะแล้ว เหอ ๆ
Technorati Tags: ups, คอมพิวเตอร์, ซอฟต์แวร์, ระเบิด, ปูนซีเมนต์
ตัวคั่นระหว่าง SaaS และผู้บริโภค 23 April 2007 3:00 pm
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , เพิ่มความคิดเห็นหลายปีที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมศูนย์คอมพิวเตอร์ และศูนย์ Call Center อยู่บ่อยครั้งครับ การไปเยี่ยมชมว่าชาวบ้านเขาเจริญก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วเป็นเรื่องดีมาก เพราะของบางอย่างคนอื่นมีแต่เราไม่มี ไปรู้ไปเห็นก็จะได้เอามาปรับปรุงแก้ไขของเราเองได้
ถ้าเป็นศูนย์คอมพิวเตอร์หรือศูนย์ Call Center ของบริษัทเล็ก ๆ ก็ไม่เอามาเล่าให้อ่านครับเพราะพื้น ๆ ที่จะเล่านี่ก็เลือกแต่องค์กรใหญ่ ๆ ก็แล้วกัน
เมื่อราวปี พ.ศ. 2545 ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมศูนย์คอมพิวเตอร์และศูนย์ Call Center ของหน่วยงานรัฐแห่งนึงครับ หน่วยงานนี้มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ถ้ามีเหตุด่วนเหตุร้ายให้โทรเบอร์สามหลักหาหน่วยงานนี้ได้ทันที แล้วไม่เกิน 15 นาทีคนของหน่วยงานนี้ก็จะไปปรากฎตัวในที่เกิดเหตุโดยพลัน
ระบบเครือข่ายการสื่อสารของหน่วยงานนี้คงกว้างขวางมาก ผมวาดภาพเอาไว้ว่าต้องเป็นศูนย์คอมพิวเตอร์ และศูนย์ Call Center ที่ใหญ่มาก ประกอบไปด้วยคนมากมายแน่ ๆ
