กระโดดไปยังแผงนำทาง

ต้องเป็นกี่ภาษาถึงจะดี(พอ) 18 April 2007 9:08 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 7 ความคิดเห็น

ผมเขียนโปรแกรมได้ไม่กี่ภาษา ที่เขียนเป็นก็มี Delphi, Borland C++ Builder, Java Standard Edition และ PHP ที่เหลือไม่เคยคิดจะหัดเลย และตอนนี้ก็ไม่มีเวลาจะหัดซะแล้วด้วย

แต่ก็รู้สึกว่าแค่นี้ก็มากพอที่จะผลิตซอฟต์แวร์ดี ๆ ได้หลาย ๆ ตัวแล้วล่ะ

Technorati Tags: , , , , , ,

ยิ่งค้นได้ผลลัพท์น้อย ยิ่งไม่ปลอดภัย 17 April 2007 11:37 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น

ตอนที่ผมเรียนวิชา computer security ท่านอาจารย์เคยบอกอย่างนึงว่า …

ระบบสืบค้นที่ดีนั้น ไม่ควรอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นได้ผลลัพธ์ที่เจาะจงเกินไป เช่นสืบค้นแล้วได้ผลลัพธ์ออกมาเพียง 1 - 5 ผลลัพธ์ แต่ควรจะสืบค้นออกมาแล้วได้ผลลัพธ์เกินกว่า 10 ผลลัพธ์ขึ้นไป เพราะว่ายิ่งได้ผลลัพธ์ออกมาน้อยเท่าไหร่ แสดงว่าคีย์เวิรด์และเงื่อนไขในการค้นหานั้น ๆ มีความเป็น unique มากจนผิดสังเกต มันไม่ปลอดภัย

ผมเลยถามท่านอาจารย์กลับไปว่า แล้วถ้าค้นออกมาแล้วได้ผลลัพธ์เพียงแค่ 1 - 5 ผลลัพธ์ อย่างที่ท่านอาจารย์ว่า จะให้ระบบมันทำไง ซึ่งท่านอาจารย์ก็ตอบกลับมาว่า

ให้ระบบบอกออกมาเลยว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหานั้น มันดูท่าจะมีความเป็น unique มากเกินไป จึงไม่สามารถแสดงผลออกมาให้ดูได้ โปรดใช้คีย์เวิร์ดอื่น

อือม ถ้าเป็นการสืบค้นข้อมูลในองค์กรระดับชาติ ที่เก็บความลับระดับ 5 ขึ้นไป ก็ควรจะทำงี้จริง ๆ แต่ถ้า Google ทำงี้บ้าง คงโดนผู้ใช้ด่ากันให้ขรมเลยเน้อะ :-P

Technorati Tags: , , ,

ดิ้นรน 17 April 2007 10:49 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น

ผมเคยดิ้นรนไม่ยอมแพ้ บอกกับตัวเองตลอดว่า …

ไม่เป็นโปรแกรมเมอร์ไปตลอดหรอก จะต้องไต่ขึ้นไปเป็นนักวิเคราะห์ระบบให้ได้ เรื่องอะไรจะต้องมาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามคำสั่งของนักวิเคราะห์ระบบ?

ภายหลังผมได้เป็นนักวิเคราะห์ระบบ ผมพึมพำกับตัวเองต่อไปว่า …

ไม่เป็นนักวิเคราะห์ระบบไปตลอดหรอก จะต้องไต่ขึ้นไปเป็นระดับจัดการให้ได้ เรื่องอะไรจะต้องมานั่งวิเคราะห์ระบบ ทำ functional specification ตามคำสั่งของพวกระดับจัดการด้วยล่ะ?

ตอนนี้ผมกลายเป็นระดับจัดการชี้นำไปแล้ว ผมพึมพำกับตัวเองว่า …

เหนือเราขึ้นไป ยังมีระดับนโยบายอีก(ว่ะ) นี่ต้องไต่ไปถึงเมื่อไหร่(วะ)เนี่ย?

หันกลับมามองรอบ ๆ ตัวในที่ทำงาน ก็พบว่ามีนักวิเคราะห์ระบบและโปรแกรมเมอร์อีกหลายคน ที่คอยฟังการจัดการชี้นำจากเรา นี่เรากลายเป็นนายหัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่(ฟระ)เนี่ย?

ถามตัวเองว่าเราอยากเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ไปเพื่ออะไร ก็คิด ๆ ๆ ๆ ๆ อ้อ เราจำได้แล้ว ความทรงจำอันนี้ของเราหายไปหลายสิบปีแล้ว ….

เราอยากสร้างซอฟต์แวร์นั่นเอง จริง ๆ แล้วเราชอบสร้างซอฟต์แวร์ มันสนุก ท้าทาย ตื่นเต้น มีความสุข …

แต่ต้องเป็นซอฟต์แวร์ในแบบที่เราชอบ เราออกแบบเอง กำหนดจัดการด้วยตนเอง และชี้นำด้วยตัวเราเอง ไม่มีใครมาคอยจี้ ๆ ๆ สั่งให้เราทำ ไม่เกี่ยวกับงานประจำ มันเป็นงานอดิเรกของเรา

แล้วเราก็จะได้พบคนที่ชอบคล้าย ๆ เรา แล้วก็ร่วมสนุกไปด้วยกัน…

:-P มันเป็นเสียงในใจของผมครับ และคิดว่า geek คอมพิวเตอร์ในไทยอีกหลายคน มีเสียงแบบนี้ร่ำร้องระงมอยู่เช่นกัน :-P

Technorati Tags: , , ,

ความเข้าใจใน SaaS 17 April 2007 2:28 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 5 ความคิดเห็น

เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไป submit บล็อกแปลงค่ามาตราชั่งตวงวัด ไว้ที่เว็บ ThaiWare ครับ ตอนที่ submit ก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าทาง ThaiWare จะเอาเข้าระบบรายชื่อของเขาหรือเปล่า

แต่ให้หลังสองวันเขาก็เอาเข้าระบบรายชื่อนะ โดยมีการวงเล็บท้ายชื่อโปรแกรมว่า “Web App” แสดงว่าทางนั้นยอมรับว่า Web Application ก็ถือว่าเป็นซอฟต์แวร์ประเภทนึงเหมือนกัน

ทีนี้ผมก็ได้เข้าไปอ่านความเห็นของใคร ๆ ที่ได้ลองบล็อกแปลงค่ามาตราชั่งตวงวัด ว่ามีความคิดเห็นยังไงบ้าง ซึ่งมันมีประโยคประมาณนี้

#1 - โหลดตัวโปรแกรมไม่ได้ มีแต่การแปลงค่าหน้าเว็บ

#2 - ไม่ได้เรื่องเลย ดาวโหลด อะไรก็ไม่ได้ มีแต่ราคาคุย

เมื่อได้อ่านความคิดเห็นแล้วทำให้เกิดความเข้าใจดังต่อไปนี้

  1. ผู้ใช้ทั่วไปคุ้นเคยกับการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ มาติดตั้งบนเครื่องของตนเอง ไม่คุ้นเคยกับการส่งบริการซอฟต์แวร์ให้ผู้บริโภค ตามหลักการของ Software as a Service
  2. ผู้ใช้มองว่า Web Application กับ Desktop Application เป็นแฝดคนล่ะฝากัน
  3. ผู้ใช้ยังรู้สึกว่าการที่ซอฟต์แวร์อยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง มันสะดวกและเรียกใช้งานได้ง่ายกว่า

ผมมองว่า Software as a Service กำลังอยู่ในช่วงเติบโตนะ เพียงแต่กำลังเติบโตอย่างช้า ๆ คงต้องให้เวลากันอีกพักใหญ่ ๆ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกัน เหมือนกับที่คนไทยต้องผ่านเวลาไปถึง 10 ปี จึงสามารถยอมรับ e-Commerce กันจนได้

Technorati Tags: , , , , , ,

Virtual Democracy 16 April 2007 7:47 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 2 ความคิดเห็น

ผมชอบระบบประชาธิปไตยนะ จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบที่ดี แต่คนที่ใช้ต้องมีวินัยนะ และก็เข้มแข็งไม่ยอมอ่อนข้อต่อการออกนอกระบบหรือแหกระบบด้วย

ตอนนี้ที่สหรัฐอเมริกาเองก็มีปัญหาที่ตะขิดตะขวงใจเหมือนกัน เพราะเขาพบว่ากลุ่มทุนการเมืองที่เข้าไปควบคุมปกครองในรัฐบาลและรัฐสภานั้น มักออกกฎหมายเพื่อบ่อนทำลายกลไกรัฐ เพียงเพราะกลไกรัฐเหล่านั้น มันขัดขวางการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มทุนของตน

การเข้าไปกุมอำนาจรัฐเลยกลายเป็นการเข้าไปบอนไซกลไกรัฐไป ซึ่งเห็นแบบนี้แล้วเลยสบายใจ (ควรสบายใจมั้ยเนี่ย?) ว่าแม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีระบบประชาธิปไตยที่ค่อนข้างแน่น ยังโดนหนอนไชเละเลย แล้วประเทศอื่นจะเหลือเหรอเนี่ย?

ผมเคยเล่นเกม Civilization: Call To Power ชอบมาก มันเป็นเกมวางแผนสร้างอารยธรรม มีรายละเอียดเยอะ และมีจุดน่าสนใจตรงรูปแบบการปกครอง รูปแบบการปกครองแต่ล่ะแบบก็จะเอื้อประโยชน์ต่อการเมือง, เศรษฐกิจ, นวัตกรรม และการผลิต เอื้อประโยชน์มากบ้างน้อยบ้างลดหลั่นกันไป

มันมีให้เราเลือกรูปแบบการปกครองเป็นแบบ Virtual Democracy ด้วยนะน่าสนใจดี ในเกมไม่ได้ให้รายละเอียดนักว่า Virtual Democracy เป็นไง แต่เดาว่าคงหมายถึงการโอนรัฐบาล, รัฐสภา และศาล ขึ้นมาไว้บนระบบคอมพิวเตอร์ แล้วใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นตัวสื่อสารเชื่อมโยงกัน

ประชาชนทุกคนอาจจำเป็นต้องฝังชิป RFID ขนาดเล็กไว้ที่ต้นคอ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบ Virtual Democracy ได้ ทุกคนอาจต้องมี PDA เพื่อไว้ติดต่ออะไร ๆ หลายอย่างถึงกัน

หน่วยงานราชการซึ่งเคยใหญ่โตเทอะทะต้องถูกย่อส่วนลง การบริการนิติกรรมและธุรกรรมหลาย ๆ อย่างแก่ประชาชน ต้องถูกโอนเข้ามาเป็นระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะแทน

ทหารและตำรวจจะเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นหุ่นยนต์ เพื่อแก้ปัญหาความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

ถ้าประชาชนทุกคนเชื่อมถึงกันได้ขนาดนั้น คงน่าสะพรึงกลัวน่าดู!!!

ผมเคยอ่านงานเขียนของ Bernard Lietaer ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ออกแบบเงินยูโรนะ เขาทำนายอนาคตหลาย ๆ แบบเอาไว้ ซึ่งมีแบบนึงน่าสนใจ นั่นก็คือ ไม่ใช่หน่วยงานระดับกรมเท่านั้น ที่จะถูกแปรรูปเป็นเอกชน … แม้กระทั่งรัฐบาล, รัฐสภา และศาล ก็มีโอกาสจะถูกแปรรูปเป็นเอกชนเช่นกัน

จริง ๆ ทุกวันนี้ในระบอบประชาธิปไตย การที่กลุ่มทุนเข้ามาควบคุมอำนาจรัฐ กับการแปรรูปรัฐบาล, รัฐสภา และศาลให้กลายเป็นเอกชนนั้น ดูเหมือนจะไม่ต่างอะไรกันเลย มันเหมือนเป็นทิศทางเดียวกัน นั่นคือเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน

ถ้าสหรัฐอเมริกาแก้ปัญหาที่กลุ่มทุนเข้าไปกุมอำนาจรัฐ แล้วบอนไซกลไกรัฐหลาย ๆ อย่างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนของตัวเองได้

ประเทศไทยเราก็น่าจะมีโอกาสแก้ปัญหาประมาณนี้ได้เหมือนกัน

Technorati Tags: , , , , , , ,