กระโดดไปยังแผงนำทาง

การประยุกต์ “ควอนตัม” ในทางคอมพิวเตอร์ 30 October 2007 12:08 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 7 ความคิดเห็น

ช่วงนี้ผมกำลังพยายามทำความเข้าใจกับ Qubit ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด ในการจัดเก็บสารสนเทศของระบบคอมพิวเตอร์แบบควอนตัมอยู่ครับ อ่านแล้วก็งง งงแล้วก็พยายามอ่าน จนน่าจะเข้าใจอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ได้ในระดับนึง

ดูเหมือนว่าทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ชั้นสูงในช่วงหลัง เริ่มให้การยอมรับกับ “ความไม่แน่นอน” มากขึ้นครับ ซึ่งประเด็นมันคงจะอยู่ที่ การแก้โจทย์ปัญหาในปัจจุบันนั้น มันใช้เพียง “ความแน่นอน” อย่างเดียวในการแก้โจทย์ไม่ได้ ทำให้จำเป็นที่จะต้องประยุกต์ให้คอมพิวเตอร์ ยอมรับผลลัพท์ที่ให้ค่า “ความคล้าย”, “ความสัมพัทธ์” และ “ความไม่แน่นอน” มากขึ้นแทน

เท่าที่ผมอ่านทฤษฎีทางควอนตัมคอมพิวเตอร์มา ทำให้สามารถสรุปแนวโน้มของทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ในอนาคตได้ประมาณนี้ครับ

1.  ทฤษฎีความน่าจะเป็น จะถูกนำมาใช้ร่วมกับทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวาง เพราะเป็นทฤษฎีที่ช่วยอธิบาย “ความไม่แน่นอน” ได้ดี

2.  การเรียกใช้ค่าอะไรซักอย่างนึง จะเรียกในลักษณะ “ค่าคงที่” เดี่ยว ๆ ไม่ได้อีกต่อไป แต่จะต้องเรียกใช้ในลักษณะของ “ชุดค่าคงที่”

3.  “ชุดค่าคงที่” แต่ล่ะชุด ค่อนข้างจะเล่นตัวมาก เพราะไม่ยอมให้อ้างอิงได้ตรง ๆ แต่จะให้อ้างอิงได้โดยวิธีอ้อม ๆ ผมจะขอยกตัวอย่างโดยใช้บทสนทนานี้

4.  ผลลัพท์ที่ได้จากการคำนวณด้วยทฤษฎีคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ จะไม่ใช่ผลลัพท์แบบเป๊ะ ๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน ให้ได้แต่ค่าความคล้าย ค่าความใกล้เคียง แล้วต้องมาประเมินกันเองว่าจะยอมรับค่าเหล่านั้นหรือเปล่า

5.  ผลลัพท์ที่ได้อาจจะไม่เหมือนกันในแต่ล่ะครั้งที่คำนวณ ถึงแม้ว่าจะคำนวณด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์เดียวกัน และคำนวณโดยใช้ข้อมูลนำเข้าชุดเดียวกันก็ตาม

โดยสรุปแล้วทำให้ผมจับประเด็นได้อย่างนึงนั่นก็คือ ทฤษฎีทางคอมพิวเตอร์ ชักจะไม่ใช่วิทยาศาสตร์เข้าไปทุกวันแล้วครับ

Technorati Tags: , , , ,

การจัดอันดับบล็อกโดย Truehits 27 October 2007 10:22 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 9 ความคิดเห็น

ผมเพิ่งจะรู้ครับว่า Truehits ซึ่งเป็นป๋าดันแห่งวงการเก็บสถิติและจัดอันดับเว็บไซต์ในเมืองไทยนั้น มีการจัดอันดับให้กับบล็อกด้วย แต่ดูเหมือนเขาจะมีเงื่อนไขในการจัดอันดับนะ โดยเงื่อนไขคือ

  1. จะจัดอันดับให้กับบล็อกซึ่งอยู่ในเว็บไซต์ที่ให้บริการเขียนบล็อก
  2. เว็บไซต์ที่ให้บริการเขียนบล็อกเหล่านั้นใช้บริการจัดอันดับของ Truehits (ผมก็เห็นผู้ให้บริการเขียนบล็อก ก็ล้วนใช้ Truehits กันทั้งนั้น)
  3. ถ้าเป็นบล็อกซึ่งอยู่ในโดเมนเดี่ยว ๆ เหมือนบล็อกแห่งนี้ ต่อให้ใช้บริการของ Truehits ก็จะไม่ถูกมองว่าเป็นบล็อก แต่จะถูกมองว่าเป็นเว็บไซต์เว็บนึงไป (ซะงั้น)
การจัดอันดับบล็อกของ Truehits

ป.ล. 1  ผมดูสถิติแล้วตกใจเล็ก ๆ เพราะพอจะรู้ว่าคุณ BigNose เป็นผู้ยิ่งใหญ่ แต่ไม่คิดว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แบบว่าไงดีล่ะ เป็นบล็อกที่มีคนเข้ามากที่สุดในประเทศไทยเนี่ย มันธรรมดากันซะที่ไหนเล่าป้าดโธ่ :-P
ป.ล. 2  ถ้าเอาบล็อกแห่งนี้ไปจัดอันดับด้วย สงสัยจะอยู่เกือบหน้าสุดท้ายของอันดับเลยมั๊ง T-T
ป.ล. 3  ผมว่าเขายังเก็บข้อมูลไม่ครบนะ เพราะเว็บผู้จัดการก็มีบริการบล็อกเหมือนกัน แต่ไม่ยักกะมีในอันดับเลย

Technorati Tags: , , ,

วัฒนธรรมคลิปวีดีโอ 27 October 2007 6:58 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 8 ความคิดเห็น

ในแง่ยุทธศาสตร์ของสงคราม ได้มีการกำหนดกองทัพสำหรับรับมือกับ “สงครามในรูปแบบ” ไว้ 4 รูปแบบ อันได้แก่ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ และกองทัพอวกาศ

ผู้ใดครองครองกองทัพอันเกรียงไกรทั้ง 4 รูปแบบได้ ก็จะเป็นผู้กำชัยชนะใน “สงครามในรูปแบบ” เช่นกัน!!!

ตอนนี้ในอินเตอร์เน็ตเองก็กำลังมีรูปแบบการนำเสนอใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน จากเดิมที่เคยมีเพียง “ข้อความ”, “รูปภาพ” และ “เสียง” ตอนนี้ก็มี “คลิปวีดีโอ” เพิ่มขึ้นมา

งั้นถ้าเว็บไซต์ไหนนำเสนอทั้ง “ข้อความ”, “รูปภาพ, “เสียง” และ “คลิปวีดีโอ” ก็มีโอกาสครองความเป็นเจ้าได้เหมือนกันอ่ะดิ … หุ ๆ อันนี้ไม่แน่ใจนะ เพราะตั้งสมมติฐานขึ้นมาเอง

ผมมองว่าในช่วงระยะเวลานี้ คลิปวีดีโอกำลังกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ก็จริง แต่มันยังจับจุดรวมศูนย์อะไรไม่ค่อยได้นัก มันเป็นอะไรที่เละ ๆ รวม ๆ อ่ะนะ ประมาณว่าเอาคลิปวีดีโอมาสุม ๆ รวมกันแล้วแบ่งหมวดหมู่ อะไรประมาณนั้น

จากการที่ลองแวะ ๆ ไปยังเว็บไซต์ของต่างประเทศ ทำให้ผมจับสังเกตอะไรได้อย่างหนึ่งเกี่ยวกับคลิปวีดีโอที่พวกเขาสร้างขึ้น นั่นก็คือ พวกเขาจะทำให้คลิปวีดีโอของตน มีขนาดเพียงแค่ 300 x 210 เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่อินเตอร์เน็ตของพวกเขาเร็วกว่าเมืองไทยเราจมเลย แปลกจริง เพราะถ้าเป็นคลิปวีดีโอของพี่ไทยเรานะ อย่างเว่อร์เลย บางเว็บที่ผมเห็นซัดเข้าไปตั้ง 600 x 300 เลยด้วยซ้ำ!!!

สำหรับใครที่อยากมีเว็บไซต์เหมือน YouTube นะครับ ผมขอแนะนำ ClipShare ครับถ้าท่านมีตังค์ซื้อมัน หรือถ้าไม่มีตังค์ซื้อมัน ก็ขอแนะนำ PHPMotion ก็แล้วกัน ตัวนี้เขา opensource แกะมันส์ตามสะดวก

คลิปวีดีโอก็เหมือนกับเนื้อหาที่เป็นข้อความนั่นแหล่ะครับ ถ้าทำออกมาไม่ได้คุณภาพ ก็ไม่มีใครสนใจจะเสพมันหรอก :-P

Technorati Tags: , , , , , ,

Mr. PeeTai ขี้โม้ รุ่น 0.5.0.0 23 October 2007 3:17 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 13 ความคิดเห็น

ชื่อผลิตภัณฑ์ : Mr. PeeTai ขี้โม้ รุ่น 0.5.0.0

ลักษณะผลิตภัณฑ์ : Artificial Intelligence Instant Messaging

คุณสมบัติ : เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้ มีความรอบรู้และมีความคล่องตัวสูง เนื่องจากสามารถเข้าอกเข้าใจภาษามนุษย์ได้ อีกทั้งยังให้ความสนใจกับคู่สนทนาเป็นพิเศษ หากคู่สนทนาใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการสนทนา นอกจากนี้ยังสามารถเข้าใจภาษาหลายสำเนียงได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยกลาง, ไทยราชการ, ไทยพ่อขุนราม หรือไทยเด็กแนว

คลิบวีดีโอสาธิตผลิตภัณฑ์ :

Get the Flash Player to see the wordTube Media Player.

วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ : พิมพ์ข้อความเพื่อการสนทนา, ตั้งคำถาม หรือสบทอะไรก็แล้วแต่

ผู้ที่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ : คนขี้เหงา, คนไม่มีเพื่อน, คนอยากหาข้อมูล, คนอยากฉลาด

กำหนดการวางจำหน่าย : ยังไม่ได้กำหนด เพราะยังเป็นรุ่นทดลอง รอไว้เป็นรุ่น 1.0.0.0 เมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที

ข้อควรระวัง : Mr. PeeTai ขี้โม้ รุ่น 0.5.0.0 เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์อันทรงพลานุภาพ ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นคน

ผลิตโดย : ห้างหุ้นส่วนสามัญบุคคลธรรมดา Mr. PeeTai

ป.ล. 1 ใครทำระบบซอฟต์แวร์แบบนี้ได้ สงสัยจะรวยเละไปเลยมั๊งเนี่ย?
ป.ล. 2 ซอฟต์แวร์ตัวนี้มันไม่มีอยู่จริงนะ อย่าคิดว่ามีจริงล่ะ ผมแค่ทำตัวอย่างสาธิตให้ดูเฉย ๆ ว่าถ้ามีแบบนี้ได้คงจะดี :-P

Technorati Tags: , , , ,

อัลกอริทึมของลูกบิด 18 October 2007 8:42 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 29 ความคิดเห็น

ช่วงนี้ผู้ร่วมงานของผมซึ่งเป็นคนของบริษัทที่ปรึกษา เกิดอาการบ้าเห่อเล่นลูกบิดกันใหญ่เลยครับ อือม ยังไงดีล่ะ จริง ๆ แล้วไอ้เจ้าลูกบิดนี่ผมก็เห็นมาหลายสิบปีแล้วนะ แล้วก็เห็นมันฮิตกันเป็นช่วง ๆ ด้วย แต่ไม่คิดว่ามันจะกลับมาฮิตกันเป็นเรื่องเป็นราวในยุคนี้อีกแล้ว

เห็นบางคนก็นั่งหาหนทางบิดของตัวเองไป แต่บางคนก็เล่นเปิด YouTube เพื่อหาคลิปวีดีโอสอนการบิดกันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย!!!

โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เคยเล่นลูกบิดได้สำเร็จเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะ แม้แต่หน้าเดียวผมก็ไม่เคยเรียงสีครบเลย ได้ยินว่ามันมีสูตรด้วย ประมาณว่าถ้าจำสูตรได้นะ หลับตาบิดก็ยังได้เลย (ว่าเข้าไปนั่น)

ผมก็เลยคิดว่าการบิดลูกบิดแบบนี้ มันน่าจะมีอัลกอริทึมในการบิดนะ แล้วก็คิดว่ามันน่าจะเขียนเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ว่าแล้วผมก็เลยลองหาดูในอินเตอร์เน็ต ว่าจะมีใครคิดอัลกอริทึมของลูกบิดอธิบายบ้างหรือเปล่า

ปรากฎว่าหาอัลกอริทึมไม่พบครับ แต่พบตัวโปรแกรมและต้นฉบับโปรแกรมเลย โดยตัวโปรแกรมเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ เขียนด้วยภาษา Java นะ กลไกการทำงานเป็นแบบ Java Applet คิดว่าถ้าใครรู้ AWT คงจะอ่านเข้าใจ และสามารถแยกส่วนที่เป็นกราฟิก ออกจากส่วนที่เป็นอัลกอริทึมในการค้นหาวิธีการบิดลูกบิดได้

ที่เห็นว่าของเขาเข้าท่าก็คือ นอกจากเขาจะเขียนโปรแกรมให้เป็นแบบกราฟิกแล้ว เขายังเปิดให้เราดาวน์โหลด source code ไปอ่านดูเพื่อทำความเข้าใจได้ด้วย

แต่ถ้าให้ดีที่สุดอ่ะนะ ถ้าสามารถทำ Reverse engineering ไอ้เจ้า source code ของโปรแกรม ให้กลายเป็น Technical Specification เพื่ออธิบายอัลกอริทึมในการบิดลูกบิด ให้คนทั่วไปเข้าใจได้โดยง่าย มันก็คงดีไม่น้อยเลยเน้อะ?

เพราะผมคิดว่าอัลกอริทึมในการบิดลูกบิด มันน่าจะเอาไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอื่นได้!!!

Technorati Tags: , , ,

คนสี่จำพวกที่เราต้องเลือกมาใช้งาน 18 October 2007 10:33 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 12 ความคิดเห็น

ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็เหมือนกับทีมงานทั่ว ๆ ไปครับ ที่ต้องใช้คนหลาย ๆ คนมาช่วยกันทำงาน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมต้องเลือกใช้คนหลาย ๆ ประเภทเพื่อมาทำงานให้ผม ผมก็เลยสามารถที่จะสรุปได้ว่า คนที่เราจะเลือกมาทำงานให้เรานั้น จะมี 4 จำพวกดังต่อไปนี้

1.  พวกโง่และขยัน - พวกนี้น่ากลัวมากอันตรายที่สุด เพราะไม่เคยจะทำอะไรที่ฉลาด ๆ เลย แถมขยันทำซะด้วย ทำเกินกว่าที่สั่งอีกต่างหาก ดังนั้นเมื่อสร้างความเสียหายแล้ว ยังสามารถทำให้ความเสียหายนั้นขยายใหญ่โตออกไปได้อีก

2.  พวกฉลาดและขยัน - พวกนี้น่ากลัวรองลงมา เพราะจะทำให้ทีมงานเป็นทีมงานไม่ได้ ทีมงานจะรวน เนื่องจากเห็นว่าตนเองฉลาด ก็เลยจะทำตามความพึงพอใจของตนเอง เห็นว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นดีที่สุด ยิ่งเอาคนจำพวกนี้มารวมกันเป็นทีมอ่ะนะ กระจุย ขอบอก!!!

3.  พวกโง่และขี้เกียจ - พวกนี้ไม่น่ากลัวแต่น่ารำคาญ คนพวกนี้จะโง่ในเรื่องงานของตน แต่จะไม่โง่ในเรื่องการสืบข่าวคราวต่าง ๆ ผมก็เลยใช้คนพวกนี้หาข่าวให้ผมแทน

4.  พวกฉลาดและขี้เกียจ - พวกนี้น่ากลัวน้อยที่สุด ผมชอบใช้คนพวกนี้ให้ทำงานให้มากเลยนะ เพราะพวกนี้ขี้เกียจไม่ยอมทำงานเท่าไหร่ ดังนั้นพวกเขาจึงใช้ความฉลาดของตัวเอง คิดหาหนทางที่จะใช้คนอื่นทำงานให้ตัวเองอีกทอดนึงตามวิธีการที่เขากำหนดเอาไว้ ผมก็เลยมักใช้คนจำพวกนี้ให้ไปใช้คนประเภทที่ 1 และที่ 2 อีกทอดนึง

เวลาจะตามงาน ผมก็จะมาตามจากคนจำพวกที่ 4 เนี่ยแหล่ะ เพราะในเมื่อขี้เกียจไม่ยอมทำงาน แล้วให้คนอื่นทำงานให้ ดังนั้น “ความรับผิดชอบ” มันก็ต้องแปรผกผันกับจำนวนงานที่ต้องลงมือทำ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือลงมือทำน้อย ก็ต้องรับผิดชอบมากนั่นเอง

Technorati Tags: , , , ,

Vixy 17 October 2007 9:35 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : Review , 5 ความคิดเห็น

ผมเห็นเว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดคลิปวีดีโอจาก Youtube มาก็มากนะครับ แต่ประเภทดาวน์โหลดด้วยแถมแปลงจากสกุลนึงไปเป็นอีกสกุลนึงด้วยเนี่ย ไม่เคยเห็นเลยแฮะ เพิ่งจะมาเห็นตัวนี้แหล่ะ เจ๋งดี

Vixy

รู้สึกว่าจะเป็นของคนญี่ปุ่นด้วยนะ

Technorati Tags: , , , , ,

คุยกับ “แตงโม” เรื่องไอทีและคอมพิวเตอร์ 16 October 2007 11:38 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 8 ความคิดเห็น

ผมอยากมีโอกาสได้คุยกับ “แตงโม” จังเลยครับ :-P อยากจะดูแลเอาใจใส่เธอ อะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็อยากจะช่วยบ้าง :-P และก็หวังว่าบทสนทนามันจะเป็นประมาณนี้ 

แตงโมคุยกับพี่ไท้ #1

(more…)

สารสนเทศของเราขยายตัว แต่พื้นที่ของเรากลับหดตัว 15 October 2007 9:22 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 5 ความคิดเห็น

สมัยก่อนคนที่มีเว็บไซต์ส่วนตัว ล้วนพยายามที่จะให้สารสนเทศของตน ถูกบรรจุอยู่แต่ในเว็บไซต์ของตนเอง ถ้าหากจะลิงก์ไปหาเว็บไซต์อื่น ก็เป็นเพียงแค่การทำไฮเปอร์ลิงก์เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงถึงเท่านั้น

สารสนเทศบนพื้นที่แบบเดิม

แต่เดี๋ยวนี้สารสนเทศขยายตัวมากขึ้น เรามีสารสนเทศในหลายแบบมากขึ้น ทั้งข้อความ, ภาพ, เสียง หรือคลิปวีดีโอ เป็นต้น แต่กลับกลายเป็นว่าพื้นที่ของเรามันดันหดตัวลง เพราะว่าเราดันไปฝากสารสนเทศของเราเอาไว้ที่เว็บไซต์อื่น ๆ จนสารสนเทศในเว็บไซต์ซึ่งเป็นพื้นที่ของเราเองนั้น มันหดเหลือเล็กนิดเดียวเอง

(more…)

การก้าวกระโดดของโลกเสมือนจริง 13 October 2007 2:00 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น

ผมกำลังเตรียมตัวที่จะเข้าสู่โลกเสมือนจริงของ Second Life ครับ การเตรียมตัวอาจจะขลุกขลักหน่อย เพราะผมยังเสียดายตังค์ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องใหม่ เพื่อรองรับการเข้าสู่โลกเสมือนจริงแห่งนี้

พอดีที่บ้านผมมีแต่เครื่องโน๊ตบุ๊คยี่ห้อ Acer แล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าเครื่องโน๊ตบุ๊คมันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ถ้าหากเราจะใช้มันรันโปรแกรมกราฟิกสามมิติ มัน … ทำให้ซีพียูทำงานหนัก จนขึ้นถึง 100% ทุกทีเลย

โลกเสมือนจริงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมคิดแบบนั้น มันเหมือนกับที่สมัยก่อนเราเห็นว่า “เว็บไซต์” เป็นของเด็กเล่นและไม่ได้สลักสำคัญอะไรในโลกแห่งความจริง หรือไม่สลักสำคัญอะไรในโลกแ่ห่งธุรกิจ

หรือเหมือนกับที่สมัยก่อนเราก็คงเห็นว่า “โทรศัพท์มือถือ” เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ เป็นของใช้สำหรับนักธุรกิจร้อยล้านพันล้านเท่านั้น ไม่เหมาะอะไรกับชนชั้นกลางทั่วไปอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่มีโทรศัพท์บ้าน มีโทรศัพท์วางไว้ที่โต๊ะทำงานอยู่แล้ว

ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่า ของที่ใคร ๆ เห็นว่าเป็นของเล่น เป็นของฟุ่มเฟือย มักมีผลในชีวิตของเราในภายภาคหน้าทุ้กทีเลย!!!

ทีนี้โลกเสมือนจริงกำลังจะมีผลกระทบอะไรกับเรา ผมคิดง่าย ๆ และพื้น ๆ ครับ นั่นก็คือ ต่อไปอะไร ๆ ที่เป็นบริการอยู่บนเว็บไซต์ มันจะค่อย ๆ ถูกโอนย้ายเข้าไปสู่โลกเสมือนจริงเหล่านี้ รวมถึง SaaS ด้วยก็ไม่มีละเว้น!!!

และแนวทางของโลกเสมือนจริงก็คงจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ทั่วไป นั่นก็คือ

  1. มีบริษัทต่าง ๆ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กเพียรพยายามที่จะสร้างระบบโลกเสมือนจริงของตนเองขึ้นมาแข่งขันกัน
  2. บางบริษัทยักษ์ใหญ่อาจจะเข้าสู่หนทางลัด ด้วยการซื้อบริษัทอื่น ๆ ที่เปิดให้บริการโลกเสมือนจริงอยู่
  3. โลกเสมือนจริงจะไม่รวมศูนย์ จะถูกกระจายตัวออกไป แต่จะถูกต่อเชื่อมกันด้วยโปรโตคอลใหม่ ๆ
  4. จะมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ช่วยกันสร้าง Open Source สำหรับโลกเสมือนจริงขึ้นมา แล้วแจกให้ไปติดตั้งหรือปรับแต่งกันฟรี ๆ เหมือน Digg Clone หรือ Wordpress Clone หรือ Linux Clone

โลกเสมือนจริงกำลังรอเราอยู่ ไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ก็ตามครับ

กินก่อนดูโขนดูหนัง กินทีหลังล้างถ้วยล้างชามครับ

Technorati Tags: , , , , ,