บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 3 ความคิดเห็น
อยู่ดี ๆ คอมพิวเตอร์มันคงจะทำงานเองไม่ได้หรอกเน้อะ ถ้าไม่มีผู้เชี่ยวชาญไปสั่งให้มันทำงาน แล้วการจะสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานก็ยังไม่ทันสมัยพอที่จะใช้วิธีอื่นได้ นอกจากการบัญญัติภาษาคอมพิวเตอร์ขึ้นมา เพื่อทำความตกลงระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ ว่าจะสื่อสารกันด้วยรูปแบบไหนถึงจะเข้าอกเข้าใจกันได้
คิดว่าคงมีคนหลายชาติเพียรพยายามที่จะสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ด้วยภาษาท้องถิ่นขึ้นมา แม้กระทั่งเมืองไทยก็มีนะ ผมจำได้ว่าอาจารย์อาจหาญ สัตยารักษ์ก็เคยสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีไวยากรณ์เป็นภาษาไทยขึ้นมา ซึ่งก็ได้รับความนิยมอยู่ในวงจำกัดพักนึงแหล่ะ แล้วสุดท้ายก็สูญพันธ์ไป
มันก็เลยกลายเป็นสากลนัย ๆ ว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดต้องเป็นภาษาอังกฤษ!!!
ผู้คนที่ต้องมนต์เสน่ห์ของภาษาคอมพิวเตอร์ก็มักจะอยู่ในวงจำกัด ส่วนใหญ่ก็เป็น geek คอมพิวเตอร์ทั้งหลายที่ฝักใฝ่ในการสร้างซอฟต์แวร์ คนภายนอกไม่ได้มาเข้าใจความรู้สึกหรอก ว่าการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์แบบโครงสร้าง หรือการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์แบบเชิงวัตถุ เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั้น มันเท่ มันเจ๋ง หรือมันดียังไง คนนอกไม่รู้
ตอนนี้ภาษาคอมพิวเตอร์ก็มีมากเหลือเกิน แตกหน่อกลายพันธุ์ไปไม่รู้ตั้งกี่สาย บางภาษาก็เขียนง่ายจนเรารู้สึกอยากจะให้มันซับซ้อนขึ้นกว่านี้ ในขณะที่บางภาษาคอมพิวเตอร์ก็ยากซะเหลือเกิน ขนาดพยายามทำความเข้าใจตั้งหลายรอบก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจมันเท่าไหร่ ซ้ำร้ายในขณะที่เรายังไม่เข้าใจดี แต่คนอื่นกลับรู้แจ้งเห็นจริง ใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้น สร้างสรรค์ซอฟต์แวร์ออกมาได้เจ๋งเป้งกว่าเราเป็นไหน ๆ (คนอื่นที่ว่าคือพวกฝรั่ง)
ตอนเรียนอยู่ผมเคยคิดสร้างภาษาคอมพิวเตอร์นะ แต่ก็ได้เรียนรู้สัจธรรมว่าถ้าภาษาคอมพิวเตอร์ที่เราสร้างใหม่ขึ้นมา มันสู้ของที่คนอื่นสร้างไว้แล้วมันดีอยู่แล้วไม่ได้ หรือสร้างออกมาแล้วมันไม่ได้ niche เลยล่ะก็ ไปเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้ว แล้วเอามาสร้างซอฟต์แวร์ดีกว่า
เพราะคิดแบบนี้เปล่าเนี่ย คนไทยเลยไม่เคยสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ออกไปอวดชาวโลกเลย??? สงสัยจะงั้น!!!
ดูเหมือนว่าหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียนกันในสถาบันการศึกษา เพื่อจะทำให้เราเรียนรู้การสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ท่าจะน้อยไปแฮะ เพราะถ้าเป็นในระดับปริญญาตรี ก็เห็นมีอยู่แค่วิชาเดียวคือ “Compiler” ส่วนในระดับปริญญาโทก็มีแค่ตัวเดียวเหมือนกันคือ “Advance Compiler”
ผมมองว่าความรู้ในการสร้างภาษาคอมพิวเตอร์เป็นความรู้สำคัญนะ เพราะมันจะทำให้อารยธรรมของเรามีพื้นฐานสำหรับการสร้างซอฟต์แวร์ชั้นสูงในวันข้างหน้าน่ะ
Technorati Tags: ภาษาคอมพิวเตอร์, คอมพิวเตอร์, ภาษา, ซอฟต์แวร์, การสร้างซอฟต์แวร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 4 ความคิดเห็น
เดี๋ยวนี้การทำ outsourcing ซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นการ outsourcing เพื่อการสร้างซอฟต์แวร์ หรือการ outsourcing เพื่อการดูแลรักษาซอฟต์แวร์นั้น ชักจะเป็นปัญหาที่ถูกถกเถียงกันในวงระดับนโยบาย อย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว
ด้วยเหตุเพราะว่าในตอนแรกนั้น ทฤษฎีการ outsourcing อธิบายเราไว้อย่างสวยหรูว่ามันจะช่วยทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง อันเนื่องจากความคิดที่ว่าให้คนที่เขาทำเป็น มารับไปทำดีกว่า เราจะได้เอาเวลาที่เหลือไปทำอย่างอื่นที่เราถนัด
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เหมือนกันหมด นั่นก็คือบริษัทที่รับงาน outsourcing ย่อมพึงพอใจมากกว่า หากสามารถรับ outsourcing แบบเต็ม solution ไปได้ ไม่ใช่รับเฉพาะส่วนครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะความจริงก็คือหากรับมาครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วจะคิดกำไรได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่คุ้มทุน หรืออาจจะขาดทุน
องค์กรหรือบริษัทก็ไว้วางใจ ทำการ outsourcing การสร้างหรือดูแลรักษาซอฟต์แวร์ในส่วนที่เราไม่ถนัดไปให้ แต่ปรากฎว่าสิ่งที่ทฤษฎีทาง outsourcing ไม่ได้บอกเอาไว้ แต่ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์บอกเอาไว้นั่นก็คือ เมื่อใดก็ตามที่ไม่มีการแข่งขัน มีการผูกขาดเกิดขึ้น ก็ย่อมสามารถที่จะกำหนดราคาได้ตามใจชอบ
ปีแรกคิดราคา outsourcing สามล้านบาท, ปีถัดมาก็คิดราคาเท่าเดิม พอมาปีที่สามคิดราคาใหม่เป็นยี่สิบล้านบาท … ทำไมกล้าคิดราคาแพงขนาดนี้???
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 3 ความคิดเห็น
มนุษย์เรามีลักษณะพิเศษอย่างนึงที่พิเศษมาก นั่นก็คือเราชอบคิดค้นประดิษฐ์นวัตกรรมต่าง ๆ ออกมา แล้วสุดท้ายไอ้เจ้านวัตกรรมเหล่านั้นก็ควบคุมเราเอาไว้ จนแม้กระทั่งเราไม่สามารถจะเอาชนะหรือท้าทายอะไรกับมันได้
- มนุษย์เราประดิษฐ์ปืนขึ้นมา แต่เรากลับสู้ปืนไม่ได้ถ้ามีคนใช้ปืนนั้นกับเรา
- มนุษย์เราประดิษฐ์เครื่องคิดเลขขึ้นมา แต่เรากลับคิดเลขได้ไม่เร็วกว่ามัน
- มนุษย์เราประดิษฐ์รถยนต์ขึ้นมา แต่เรากลับวิ่งเร็วสู้รถยนต์ไม่ได้
- มนุษย์เราประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ขึ้นมา แต่เรากลับประมวลผลสู้คอมพิวเตอร์ไม่ได้ และ
- มนุษย์เราประดิษฐ์ระบบเงินตราขึ้นมา แต่เรากลับถูกมันสยบศิโรราบเอาไว้ ไม่กล้าหือกับมัน!!!
เมืองไทยเราก็มีลักษณะเหมือนประเทศทุนนิยมทั่วไป นั่นก็คือ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นกลางหรือชนชั้นล่างก็ล้วนร้อนเงินเหมือนกัน แปลกมั้ย? คงไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะเขาเหล่านั้นมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ ถึงแม้จะพยายามที่จะไม่จับจ่ายมากกว่ารายได้ที่ตัวเองมีก็ตาม
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจอะไร ถ้าเราได้ยินเรื่องราวของการที่คนโน้นกู้เงินจากคนนี้ คนนี้ติดหนี้คนนั้น คนนั้นมีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นต้น
เสียดายที่พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยรู้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวสองอย่างเกี่ยวกับระบบเงินตรา นั่นก็คือ …
- เงินตราต้องถูกออกใช้ให้น้อยกว่าความต้องการ นั่นหมายความว่าทุกวันนี้จริง ๆ แล้วเงินมีไม่พอให้ใช้กันนั่นแหล่ะ ดังนั้นทุกคนจึงต้องขวนขวายดิ้นรน ไม่งั้นก็ไม่มีเงินใช้ ซึ่งมันเป็นอุบายของรัฐบาลที่จะให้คนในประเทศสร้างผลผลิตนั่นเอง
- เมื่อเงินไม่พอใช้ก็ต้องหยิบยืม กู้หนี้ยืมสินมา แล้วก็บังเอิญว่าสิ่งที่ทำให้เราต้องดิ้นรนโหยหวนหนักกว่าเดิมก็คือ “ดอกเบี้ยทบต้น” ซึ่งเป็นสารหนูที่เร่งให้เราต้องสร้างผลผลิตมากขึ้น เพราะนอกจากต้องคืนเงินต้นซึ่งก็ไม่ใช่จะทำง่าย ๆ แล้ว ก็ยังจะต้องคืนดอกเบี้ยทบต้นอีกด้วย
ดอกเบี้ยทบต้นจึงถือได้ว่าเป็นอาหารอันโอชะของเจ้าหนี้ ในขณะที่เป็นอนุมูลอิสระที่จะก่อมะเร็งให้กับลูกหนี้ได้เลย!!!
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : E-Book , 17 ความคิดเห็น
ถ้าเราทำงานเป็นลูกจ้าง เราก็ควรจะรู้ว่าฐานเงินเดือนที่เราควรได้ ควรเป็นเท่าไหร่ อันนี้น่าจะเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง ในขณะที่ถ้าเราเป็นนายจ้าง เราก็ควรจะรู้ว่าถ้าเราต้องจ่ายเงินเพื่อจ้างลูกจ้างให้มาทำงานให้ อัตราเงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมที่สุดที่เราจะจ่ายได้ หรือ ถ้าให้ดีกดค่าแรงได้ยิ่งดีใหญ่ (อันนี้คิดเลว)
ผมได้ e-book Thailand Salary Guide 2007 ฉบับนี้จากเพื่อนมาครับ มันเป็นเอกสารการวิจัย อือม คงหมายถึงการทำสำรวจค่าเฉลี่ยมากกว่า โดยเป็นการเฉลี่ยประเมินให้ดูว่าปีที่ผ่านมานั้น อัตราเงินเดือนของคนที่ทำงานในแขนงงานที่เป็นที่นิยมนั้น มีฐานเงินเดือนเป็นเท่าไหร่กันบ้าง
โดย e-book ฉบับนี้เป็นเอกสารเผยแพร่ เข้าใจว่าไม่ได้กำหนดลิขสิทธิ์อะไรเป็นพิเศษ ผมเลยคิดว่าผมน่าจะเอามาเผยแพร่ได้ เพราะภายในเอกสารนี้บอก url ของเจ้าของเอาไว้ นัยว่าเป็นการชักชวนให้เข้าไปดูข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้จากเว็บไซต์ของเขา (แต่ผมยังไม่เข้าไปดู)
ผมเห็นมีอัตราเงินเดือนของหลาย ๆ แขนงงาน โดยเฉพาะแขนงงาน Information Technology และ Engineering นั้นมีการระบุฐานเงินเดือนของตำแหน่งงานละเอียดเป็นพิเศษ!!!
แต่ผมดูแล้วก็น่าแปลกใจนะ เพราะรู้สึกว่าฐานเงินเดือนของไทยเราต่ำจังแฮะ สงสัยคงเป็นเพราะมีการกดค่าแรงกันเยอะ หรือไม่ก็เป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อก็สูงกระมัง ถึงทำให้ฐานเงินเดือนของไทยเราต่ำแบบนี้
เมื่อปี พ.ศ. 2540 ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ในบริษัทเอกชน เงินเดือนของผมเริ่มต้นที่ 15,000 บาท แต่เดี๋ยวนี้เท่าที่เห็น พ.ศ. 2551 โปรแกรมเมอร์ของบริษัทเอกชนเงินเดือนเริ่มต้นที่ 22,000 บาท งั้นคิดง่าย ๆ ว่าผ่านมา 10 ปี ฐานเงินเดือนขึ้นมา 7,000 บาท แสดงว่าฐานเงินเดือนขยับปีล่ะ 700 บาทอ่ะดิ!!!
ฐานเงินเดือนนี่เหมือนเต่าเลยแฮะ วิ่งไม่เคยทันอัตราเงินเฟ้อซึ่งเหมือนกับกระต่ายได้ซะที!!!
Technorati Tags: ฐานเงินเดือน, thailand, salary, guide, it, information technology, คอมพิวเตอร์
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : E-Book , เพิ่มความคิดเห็น
สำหรับคนที่เรียนมาทางคอมพิวเตอร์ และยังทำงานเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงเส้นทางในอาชีพการงาน ไม่นอกลู่นอกทางหันเหไปทำกิจการส่วนตัว หรือหันเหไปทำอาชีพกินเงินเดือนอื่นแต่อย่างใด
เมื่อถึงสุดท้ายเขาหรือเธอคนนั้นก็จะได้เป็น CIO หรือ Cheif Information Officier ตำแหน่งยอดสุดของพีระมิดในสายงานคอมพิวเตอร์ ตำแหน่งของผู้กุมชะตากรรมของสารสนเทศทั้งหมดขององค์กร ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจขององค์กรเอาไว้
การนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ต้องมีการลงมือปฏิบัติในหลาย ๆ อย่าง ในทางการจัดการนั้นมีนิยามอยู่คำนึงเรียกว่า “best practices” อันหมายถึงการปฏิบัติอันเป็นเลิศ การปฏิบัติซึ่งดีที่สุดแล้วไม่มีดีกว่านี้อีกแล้ว และหากเราปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติดังกล่าว เราก็จะได้ผลลัพธ์ซึ่งดีเลิศที่สุด … ว่าอย่างนั้น
ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าการจะเป็น CIO นั้น จะต้องมีการปฏิบัติที่เป็นเลิศยังไงบ้าง เพื่อทำให้องค์กรเกิดประโยชน์จากสารสนเทศสูงสุดโดยการ … เอา e-book เล่มนี้ไปอ่านกันครับ
ป.ล. มีไม่กี่บริษัทหรอกนะที่จะมีตำแหน่ง CIO น่ะ และถ้ามีได้ก็แสดงว่าบริษัทนั้นมันใหญ่เป้งจริง ๆ
Technorati Tags: CIO, cheif information officier, best, practices