กระโดดไปยังแผงนำทาง

วัฐจักรชีวิตของมนุษย์ปุถุชน 30 May 2008 8:17 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : WorkFlow , 4 ความคิดเห็น

ผังงานถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ดี่อย่างหนึ่ง สำหรับถ่ายทอดกระบวนการ, การติดสินใจ และทิศทางของอะไรซักอย่างนึง ตามแต่ผู้ที่นำไปใช้จะสื่อถึงเรื่องใด ซึ่งเรื่องที่จะสื่อส่วนใหญ่จะมีกระบวนการ หรือช่องทางในการตัดสินใจที่ตายตัว สมเหตุสมผล และพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์

มีการใช้งานผังงานกันอย่างกว้างขวางทั้งในงานทางวิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ และการจัดการ เพื่อใช้อธิบายความเข้าใจจากคำบอกเล่า ให้กลายเป็นรูปภาพที่สามารถเข้าใจร่วมกันได้โดยง่าย

ผังงานจึงถือเป็นเครื่องมืออันทรงพลัง แต่กลับไม่ค่อยมีคนใช้มันกันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะคนที่ทำงานทางด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ เหตุผลหนึ่งก็อาจจะเห็นว่ามันเสียเวลา สู้เอาเวลาที่จะเขียนผังงานไปลงมือเขียนโปรแกรม หรือทำเอกสารประกอบการทำงานแบบอื่นน่าจะดีกว่า

สำหรับผมแล้วผังงานไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ หากแต่เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งด้วย เพราะเมื่อเราวาดมันออกมาแล้ว มันไม่เพียงแต่สื่อความหมายถึงผู้ชมเท่านั้น หากแต่มันยังสามารถสื่อถึงอารมณ์ให้กับผู้ชมอีกด้วย

ดังนั้นผมจึงขอนำเสนอผังงานที่สามารถสื่อถึงความหมาย และเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชม ผ่านทางผังงานข้างล่างนี้ครับ

วัฐจักรชีวิตของมนุษย์ปุถุชน
(คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยาย)

เมื่อดูผังงานแล้วจะเข้าใจว่า มนุษย์ปุถุชนอย่างพวกเรานั้น มีพื้นฐานวัฐจักรชีวิตแค่เนี้ย จริง ๆ ^-^

Technorati Tags: , , , ,

ปรากฎการณ์หอคอยแห่ง Exteen (Exteen Tower) 25 May 2008 4:40 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 9 ความคิดเห็น

เมืองไทยเรายังไม่พร้อมรับกับ WEB 2.0 เท่าไหร่นัก เพราะโดยนิยามแล้ว WEB 2.0 คือการที่ทุก ๆ คนเข้ามาช่วยกันสร้างสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งสลัดบทบาทของการเป็นเพียงผู้เสพสารสนเทศเพียงฝ่ายเดียวทิ้งไป

ถึงแม้จะมี WEB 2.0 เกิดขึ้นในเมืองไทยมากมาย แต่ที่ทำได้ก็เพียงแค่ให้สาธยายเรื่องราว หรือไม่ก็เชื่อมลิงก์เข้าหากันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น!

เหมือนกับมีคนมาอยู่รวมกันเป็นชุมชน แต่ชุมชนนั้นกลับไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำร่วมกัน คนในชุมชนก็เลยทำได้แค่คุยกันจ๊อกแจ๊กจอแจเสียงดังงุงิไปหมด!!!

แต่ตอนนี้ผมกลับได้พบกับปรากฎการณ์ที่น่าสนใจ ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่โน่นแ่น่ะที่ Exteen แหล่งรวมคนเขียนบล็อกทั้งหลายที่จับกลุ่มรวมกันเป็นชุมชน …

โดยปรกติแล้วตลอดระยะเวลา 3 - 4 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมของ Exteen ล้วนเกิดขึ้นโดยเจ้าของเว็บ ประมาณว่าถ้าเจ้าของเว็บนั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไร ก็ไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำกัน แต่ถ้าเจ้าของเว็บเกิดจะขยันขึ้นมา ทำกิจกรรมขึ้นมาเพื่อให้เหล่าสมาชิกเล่นกัน เหล่าสมาชิกก็เฮไหนเฮนั่น มีอะไรให้เล่นก็ขอแจมหมด สนุกเป็นพัก ๆ แล้วก็เลิกกันไปเมื่อหมดเทศกาล

Exteen Tower Project เป็นกิจกรรมใหม่ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ exteen แต่มาคราวนี้เห็นว่าแปลกน่าสนใจ เพราะกิจกรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากเจ้าของเว็บ แต่เกิดจากคุณ catkun แห่ง jedineko คิดขึ้นมา เป็นการสร้างกิจกรรมขึ้นในฐานะที่ตนเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งในชุมชน เป็นเรื่องแหวกแนวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะเป็นการสร้างกิจกรรมขึ้น โดยที่ระบบกลไกภายในของเว็บไม่ได้เอื้ออำนวยให้ทำได้สะดวกซักเท่าไหร่ เพราะการจะทำกิจกรรมนี้ต้องใช้แรงมือของคุณ catkun ล้วน ๆ รวมทั้งแรงจินตนาการของสมาชิกที่เล่นด้วยล้วน ๆ อีกต่างหาก

ผมเชื่อว่าเมื่อมีคนเริ่มต้น จะต้องมีคนทำตาม แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกยินดี ที่คุณ catkun เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ และทำให้ผมรู้สึกว่า …

…จุดสำคัญของชุมชน คือการที่คนมาอยู่รวมกัน แล้วต้องมีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน โดยผลลัพท์ที่ได้จากกิจกรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนสูงสุดนั่นเอง

ป.ล. 1 รู้สึกคุณ catkun จะไม่ได้สงวนสิทธิ์พื้นที่หอคอยเอาไว้ สำหรับบล็อกเกอร์ในชุมชน exteen เท่านั้นกระมัง อิ อิ แต่ยังไงผมก็คงจะยังไม่เล่นด้วยอ่ะครับ รอถึงชั้นที่ 1,000 ก่อนค่อยว่ากัน ^o^
ป.ล. 2 หอคอย Exteen แหล่มจริง ๆ นะในสายตาผม ^o^ สงสัยคุณ catkun คงประกอบจนมือหงิกน่าดู ^o^

Technorati Tags: , , , , , ,

เรื่องจริงของอุตสาหกรรมเกมส์คอมพิวเตอร์ในเมืองไทย 22 May 2008 4:45 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น

เกมส์คอมพิวเตอร์ถือว่าเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งครับ มันเป็นความบันเทิงที่มีมูลค่ามหาศาลมาก เนื่องจากว่ามนุษย์เรานั้นนิยมเสพความบันเทิง อือม จะว่าไงดีล่ะ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ เพราะหากมนุษย์ว่างเมื่อไหร่ ก็ย่อมคิดจะหาความสุขสำราญใส่ตัว ซึ่งการเสพความบันเทิงก็ถือว่าเป็นการหาความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกัน

ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนชี้ชัดลงไปว่า การได้เสพเกมส์คอมพิวเตอร์จะทำให้หยักสมองเพิ่มขึ้น หรือทำให้สารสร้างความสุขหลั่งออกมามากขึ้นกว่าปรกติหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่ทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ล้วนนิยมชมชอบที่จะเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น

แต่ก็เหมือนกับสินค้าและบริการทุกชนิดในโลก ที่ผู้ผลิตมักจะมีจำนวนเพียงหยิบมือเดียว ในขณะที่ผู้บริโภคเองกลับมีจำนวนมหาศาล ดังนั้น เกมส์คอมพิวเตอร์เองก็หนีไม่พ้นวังวนแห่งความจริงนี้ ความจริงที่ว่ามีเพียงผู้ผลิตไม่กี่ร้อยรายเท่านั้น ที่มีศักยภาพพอที่จะทำเกมส์คอมพิวเตอร์ออกมาสู่สายตาผู้บริโภคได้

ผมเองมาเรียนคอมพิวเตอร์ก็ด้วยเหตุเพราะชอบเกมส์คอมพิวเตอร์ ใฝ่ฝันว่าจะสามารถสร้างเกมส์คอมพิวเตอร์ได้ แต่เมื่อเข้ามาเรียนรู้ในวิชาคอมพิวเตอร์มากขึ้น ๆ เรื่อย จึงทำให้เข้าใจว่าความสามารถทางเทคนิคอย่างเดียวไม่เพียงพอ การจะสร้างเกมส์คอมพิวเตอร์นั้นทำคนเดียวไม่ได้ ต้องทำกันเป็นทีมหลาย ๆ คน และหากต้องการให้มีความต่อเนื่องพัฒนาอย่างไม่ขาดตอน ก็ต้องทำเป็นอุตสาหกรรมกันเลยทีเดียว

เคยทราบกันมั้ยครับว่าคนไทยเราค้นคำโดดภาษาไทยคำใดบ้าง และที่ถูกค้นมากเป็น 4 อันดับแรกใน google คือคำโดดว่าอะไร? คำตอบเป็นดังภาพข้างล่างนี้ครับ

้http://trends.google.com

จะเห็นว่ามีถึง 3 คำโดดที่ระบุถึงความบันเทิง และมีถึง 2 คำโดดที่เกี่ยวกับเกมส์คอมพิวเตอร์!!! แสดงว่าคนไทยสนใจแต่จะเล่นเกมส์และฟังเพลงกันจริง ๆ !!!

(more…)

บริษัทเกมส์เอเชียซอฟท์จะเข้าตลาดหุ้นล่ะ 19 May 2008 8:09 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การลงทุน , 4 ความคิดเห็น

หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ อยู่เป็นนาน ผ่านมาเกือบจะครึ่งปีในที่สุดบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็จะเข้าตลาดหุ้นจนได้ โดยจะเข้าซื้อขายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ที่จะถึงนี้

ผมเองก็รอหุ้นตัวนี้มานานแล้วเหมือนกัน แบบว่าอยากจะได้ อยากจะมีส่วนร่วมด้วย แต่เมื่อประกาศราคาจองมาแล้วก็แทบจะหงายหลัง เพราะพี่เขาเล่นให้จองที่ราคา 12 บาทต่อหุ้น!!!

สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก สำหรับการลงทุนในบริษัทเกมส์ออนไลน์ด้วยราคาระดับนี้ เพราะผมเองก็วิเคราะห์หุ้นเป็นเหมือนกัน แล้วก็พบว่ามันแพงไป ถึงแม้จะบวกค่าพรีเมี่ยมตั้งมากมายให้กับบริษัทนี้แล้วก็เถอะ!!!

แต่ยังไงก็ยังอยากได้อยู่ ก็คิดว่าจะรอให้ราคามันค่อย ๆ ลงมาตามความเป็นจริงก็แล้วกัน …

สำหรับเมืองไทยแล้ว การลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ยังเป็นอะไรที่ใหม่มากเลยครับ คราวนี้ก็จะได้เห็นตัวอย่างกันซะที ว่าบริษัทเหล่านี้เมื่อเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วจะเป็นยังไง??

Technorati Tags: , , , , , ,

กลเกมส์ Framework 18 May 2008 8:39 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 2 ความคิดเห็น

ช่วงหลัง ๆ มานี้ผมมักจะหา web application open source ใหม่ ๆ มาใช้งานครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่เอามาใช้ในงานประจำ เพราะหนักจะเป็นการใช้เพื่องานอดิเรกมากกว่า

แต่เืมื่อค้นหาเจอที่ถูกใจแล้วก็มักจะมีหงุดหงิดเล็ก ๆ ครับ เพราะ web application open source เหล่านั้น ไม่ได้มีกลไกหลักเป็นของตัวเอง หากแต่ยึดโยงขี่คร่อมอยู่บน web application framework อีกทีนึง!!! หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าอยากจะใช้ web application open source ตัวดังกล่าว ก็ต้องไปเสาะแสวงหา web application framework มาติดตั้งด้วย เพราะของมันต้องใช้ด้วยกัน

โดยแง่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้ว การเขียน web application โดยการใช้ web application framework มันก็ดีนะ เพราะมันมีฐานมาให้แล้ว แค่เราต่อยอดไปก็พอ อือม แต่ในแง่ของการประยุกต์ใช้งานเนี่ยอ่ะสิ คงปวดหัวน่าดู

สมมตินะว่าเราไปหา web application open source มาได้ตัวนึง แต่ผู้พัฒนาอ้างว่ามันจะทำงานไม่ได้เลย หากไม่ได้ web application framework ที่ชื่อว่า … ติดตั้งอยู่ด้วย เราก็ไปหา web application framework ตัวดังกล่าวมาติดตั้ง … แต่ทว่า ผู้พัฒนา web application framework ตัวดังกล่าว ก็ได้อ้างเอาไว้เช่นเดียวกันว่า web application framework ของเขาจะใช้ไม่ได้เลย หากเราไม่ได้ติดตั้ง web application framework อีกตัวนึงที่ชื่อว่า … เอาไว้

แล้วถ้าหาอีก แล้วก็อ้างอีกล่ะ จะทำไง???

มันเป็นเรื่องสมมตินะ เพราะผมเองก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ framework ซ้อนทับกันแบบนี้เหมือนกัน แค่ที่เจออยู่ตอนนี้ก็แค่ใช้ web application open source แล้วต้องติดตั้ง web application framework ร่วมด้วยเท่านั้นเอง!!!

ถ้ามันซ้อนกันซักห้าหกชั้น แล้วค่อยบ่นก็แล้วกัน อิ อิ :-P

Technorati Tags: , , , , , , ,

จารกรรมข้อมูลของตนเอง 15 May 2008 12:11 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การจัดการ , 7 ความคิดเห็น

เราต้องมาทราบความหมายก่อนว่า “จารกรรม” นั้นมันหมายความว่ายังไง? และที่สำคัญเราต้องแยกมันออกจากคำว่า “โจรกรรม” ด้วย เพราะถึงวัตถุประสงค์ในการลงมือจะเหมือนกัน แต่นิยามอันสลับซับซ้อนซึ่งเป็นแก่นแท้ของมันนั้นมันไม่เหมือนกัน

การ “โจรกรรม” ทั้งหมดล้วนมุ่งหวังต่อการ “ขโมย” ทรัพย์สินเป็นสำคัญ และหวังผลเป็นเลิศว่าทรัพย์สินที่ “ขโมย” มาได้ จะสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด เพื่อนำไปใช้สอยตามความต้องการของตนเองได้ และส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะเรียกบุคคลากรที่ทำการ “โจรกรรม” ว่า “หัวขโมย”, “ขโมย” หรือ “โจร” เป็นต้น

ส่วนการ “จารกรรม” นั้นต่างกัน เพราะสิ่งมุ่งหวังของการ “จารกรรม” คือ การ “ขโมย” ข่าวสารและสารสนเทศที่ตนเองไม่รู้ อีกทั้งหวังผลเป็นเลิศว่าข่าวสารหรือสารสนเทศที่ได้รู้มานั้น จะสามารถนำไปใช้เพื่อตัดสินใจ “ทำ” หรือ “ไม่ทำ” ในบางสิ่งบางอย่าง เพื่อสร้างโอกาสอันเป็นเลิศของตนเองได้ในอนาคต และส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะเรียกบุคคลากรที่ทำการ “จารกรรม” ว่า “จารชน”

สำหรับเมืองไทยเรา ถ้าเป็นสมัยก่อนแล้วล่ะก็ การจารกรรมข้อมูลยังถือว่าเอาผิดไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยน เรามีกฎหมายที่ชี้ชัดโป้ง ๆ ลงไปเลยว่า การจารกรรมข้อมูลถือว่าเป็นความผิด แถมกฎหมายยังเขียนไว้กว้างมาก มากจนกระทั่งถ้าเราจารกรรมข้อมูลของตนเอง เราก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับความผิดเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น ผมไปเจาะเลือดเพื่อตรวจเลือด ห้องปฏิบัติการเมื่อได้เลือดไปแล้วก็ตรวจในทุก ๆ หัวข้อที่จะตรวจได้ แต่เนื่องจากผมเลือกที่จะรู้ผลเพียงบางหัวข้อ และได้ชำระเงินเพื่อที่จะรู้ผลเพียงบางหัวข้อดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้นทางห้องปฏิบัติการจึงเพียงแจ้งผลเฉพาะหัวข้อที่ผมเลือกเท่านั้น ซึ่งหากภายหลังผมต้องการรู้เพิ่ม และไม่อยากเสียตังค์เพิ่ม แล้วตัดสินใจง่าย ๆ ด้วยการแอบเข้าไปขโมยผลตรวจเลือดในทุก ๆ หัวข้อของตนเอง … ก็อาจเป็นความผิดได้

(more…)

ระบบหาพิกัดโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ 12 May 2008 11:43 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 12 ความคิดเห็น

ถ้ามีปัญญาทำได้ ผมเองก็อยากจะทำ Software as a Service แบบนี้นะ เพราะมันทำแค่หน้าเดียว ไม่ต้องแสดงผลหลาย ๆ หน้าให้มันวุ่นวาย ไอ้เจ้า Google ก็จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาขุดคุ้ยหา keyword ที่หน้าเว็บไปทำ index บ้องแบ๊วอะไรของมันด้วย ไม่เปลือง bandwidth ที่เช่าเอาไว้อีกต่างหาก

ว่าแล้วเราก็มาดูตัว mock up ของระบบหาพิกัดโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ แบบที่ผมจะโม้กันดีกว่า!!!

ขั้นตอนแรก ก็แสดงผลที่หน้าแรกแบบภาพข้างล่างนี้ โฮ่ มีแผนที่ด้วย

ระบบหาพิกัดโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ

(more…)

Favicon Generator 10 May 2008 11:26 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : Review , 4 ความคิดเห็น

ไอ้ตัวนี้เจ๋งดี แนวคิดง่าย ๆ ผลลัพท์ง่าย ๆ แต่ให้อรรถประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่

Favicon Generator

ขนาดของเล็ก ๆ แบบนี้เขายังคิดทำเป็น Software as a Service เลย เห็นแมะ?

Technorati Tags: , , , ,

วัฒนธรรม Unlimited 9 May 2008 8:48 pm

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 9 ความคิดเห็น

หน้าจอแรกของ HostMonsterพอดีวันนี้เป็นวันที่ผมต้องสำรองข้อมูลของเว็บไซต์ครับ การสำรองข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากนะ และสำหรับเว็บไซต์แล้ว การสำรองข้อมูลจะมีส่วนสำคัญใหญ่ ๆ อยู่สองส่วน คือการสำรองข้อมูลที่เป็น “ข้อมูล” ซึ่งบรรจุอยู่ในฐานข้อมูล และการสำรองข้อมูลที่เป็น “โค้ด” ซึ่งบรรจุอยู่ในพื้นที่ที่เราเช่าเอาไว้

ดังนั้นถ้าต้องสำรองข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูล ผมก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าไปยังหน้าจอควบคุม ผ่านหน้าเว็บไซต์หลักของผู้ให้บริการพื้นที่เว็บไซต์แก่ผมครับ

บังเอิญว่าผู้ให้บริการพื้นที่เว็บไซต์แก่ผมคือ HostMonster ครับ แล้วบังเอิญว่าลูกกะตาผมมันก็ดันเหลือบไปเห็นโปรโมชันใหม่ล่าสุดของเขาซะด้วย เห็นแล้วก็ต๊ก-กา-จายว่าโอ้โฮเว้ยเฮ้ย เดี๋ยวนี้พี่แกเล่นกันงี้เลยเหรอวะเนี่ย

อือม การแข่งขันมันสูงมากเลยเน้อะ แล้วผมก็คิดว่าต่อไปใครก็ตามที่คิดสร้าง Software as a Service เพื่อนำเสนอแก่ผู้บริโภคแล้ว ก็คงต้องเอาเงื่อนไข Unlimited เข้ามาคิดร่วมด้วยแล้วกระมังเนี่ย ซึ่งอาจจะยกตัวอย่างเช่น พื้นที่อีเมลล์ไม่จำกัด, พื้นที่ฝากไฟล์ไม่จำกัด, พื้นที่แปะรูปภาพ แปะคลิบวีดีโอ แปะคลิบเพลง แบบไม่จำกัด, พื้นที่เขียนบล็อกไม่จำกัด หรือ แม้กระทั่งพื้นที่ spam แบบไม่จำกัด เป็นต้น

การที่เราถูกลากเข้าสู่วัฒนธรรม Unlimited กำลังเป็นสัญญาณเตือนถึงทุนนิยมแบบสุดโต่งหรือเปล่าล่ะเนี่ย อือม  ไม่แน่ใจแฮะ อันนี้ไม่รู้สิ!!!

Technorati Tags: , , , , , ,

ประกาศ : ขอถอนคำพูดเรื่อง qoolive 5 May 2008 10:21 am

บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : ข่าวสาร , 19 ความคิดเห็น

กราบเรียนผู้อ่านทุกท่าน

สืบเนื่องจากการที่ผมเขียนหัวข้อ Social Networking แบบ Clone ในเมืองไทย กำลังเติบโตเหมือนเห็ดรา เพื่ออธิบายและเล่าความถึงการพัฒนาของ Social Networking ในเมืองไทยนั้น ได้เกิดข้อถกเถียงขึ้น ผมจึงขออนุญาตชี้แจงดังต่อไปนี้

  1. การเอ่ยถึงข้อความ “เติบโตเหมือนเห็ดรา” ไม่ได้หมายความว่าเว็บของพวกท่าน “กระจอก”, “ต่ำต้อย” หรือ “ด้อยค่า” เยี่ยงสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น แต่ผมหมายถึงว่ามันแพร่ขยายอย่าง “รวดเร็ว” มาก
  2. เป็นความจริงที่มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์เพื่อการโฆษณาเว็บของตนเองในบล็อกนี้มากมาย แต่ qoolive ไม่เคยทำเช่นนั้น ทาง qoolive เพียงเข้ามาติดต่อผ่าน “ห้องติดต่อ” ด้วยประโยคที่สุภาพ อ่อนน้อม และถ่อมตน การติดต่อโดย qoolive เป็นมิตร ไม่ได้คุกคาม หรือสร้างความรำคาญแต่ประการใด
  3. ผมทราบดีว่าการพัฒนา web application ให้ดี ๆ นั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่าย ๆ ดังนั้นเมื่อผมเห็นว่ามันเข้าท่าดีกว่าใคร ๆ ผมจึงนำมาเสนอให้ผู้อ่านได้อ่านกัน
  4. เป็นความจริงอย่างที่ทาง qoolive แจ้งมา ผมไม่ได้สมัครเว็บของพวกท่านจริง ๆ ด้วย ดังนั้น โดยข้อความที่ทาง qoolive ติติงมา ซึ่งแปลได้ใจความว่า “ถ้าไม่ได้ลอง ก็อย่าเพิ่งวิจารณ์” นั้นเป็นความจริง ถ้าทาง qoolive จะบอกว่าผมทำไม่ถูก อันนี้ก็ถือว่าจริง
  5. ผู้ที่มาทีหลัง ย่อมถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้ clone เสมอ อันนี้ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องมาพิสูจน์กันในภายหลัง

จากการคอมเม้นท์ของทาง qoolive แสดงว่าทาง qoolive โกรธผมมาก … มันเป็นความผิดของผมเอง ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้น ผมจึงขอแถลงประกาศดังต่อไปนี้

วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
เรื่อง  การขออภัยและขอขมา
เรียน  ผู้พัฒนาเว็บ qoolive

ข้าพเจ้า Mr. PeeTai ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของบล็อก http://www.peetai.com ขอประกาศขออภัยและขอขมาต่อทีมพัฒนาเว็บไซต์ www.qoolive.com ที่ได้ล่วงเกินเขียนข้อความอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด, ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และ ทำให้เสียภาพพจน์ มา ณ ที่นี้ด้วย

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางทีมพัฒนา qoolive จะให้อภัย, ผ่อนคลายจิตใจ, สลายความโกรธ และไม่ติดใจเอาความในครั้งนี้

ขอแสดงความนับถือ

Mr. PeeTai

ป.ล. เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะพูดหรือทำอะไรถูกเสมอไปครับ

Technorati Tags: , , , ,