<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress/2.0.4" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Mr. PeeTai</title>
	<link>http://www.peetai.com</link>
	<description>เว็บบล็อกที่โม้แต่เรื่อง Software as a Service.</description>
	<lastBuildDate>Thu, 24 Jul 2008 04:22:12 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>The Internet of Things</title>
		<description> หนังสือเล่มนี้เขาเน้นเรื่อง RFID นะ โดยพยายามจะอธิบายว่าสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งอยู่รอบ ๆ ตัวเรานั้น มีอะไรบ้างที่สามารถจะต่อเชื่อมเข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ เพื่อให้เกิดอรรถประโยชน์สูงสุดแก่เรา

[tags]internet,things,หนังสือ,e-book,ebook[/tags]  </description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/905</link>
			</item>
	<item>
		<title>อาวุธประจำกายแห่งอนาคต</title>
		<description> พลเรือนส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าใช้อาวุธครับ เพราะใช้แล้วมันมีปัญหาตามมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นยั้งมือไม่อยู่ แทนที่จะแค่หยุดคนร้าย กลับกลายเป็นทำให้คนร้ายตาย จนต้องเดือดร้อนขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะถูกฟ้องคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา

หรือไม่ก็กลัวแม่นไม่พอ นอกจากไม่สามารถจู่โจมให้เข้าเป้า จนไม่สามารถหยุดคนร้ายได้แล้ว ยังทำให้คนร้ายโมโหแล้วทำร้ายเราหนักกว่าเดิมอีก

ไม่ว่าจะเป็น มีด, ดาบ, ดิ้ว หรือ ปืน ก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียในการใช้ทั้งนั้น!!

แต่ที่สหรัฐอเมริกาเขามีอาวุธประจำกายแบบใหม่ครับ ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมใช้มาก เนื่องจากมันอุดข้อเสียหลาย ๆ อย่างของอาวุธที่กล่าวในข้างต้น และที่สำคัญมันถูกกฎหมายด้วยในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา!!!

อาวุธดังกล่าวคือ Taser C2 ในภาพด้านซ้ายครับ หรือถ้าให้เรียกเป็นภาษาไทยก็คือ "เครื่องยิงลูกดอกช็อตไฟฟ้าแรงดันสูง"

มันมีคุณสมบัติิเหมือนกับเครื่องช็อตไฟฟ้าทั่วไปทุกประการ แต่สิ่งที่เหนือกว่าก็คือมันมีระยะยิงอยู่ที่ 4 เมตร แถมยิงแม่นอีกต่างหาก อีกทั้งยังสามารถปล่อยแรงดันไฟฟ้าได้ที่ 400,000 โวลต์ กระแสไฟฟ้าที่ 1/8 แอมแปร์

ด้วยแรงดันไฟฟ้าที่สูง แต่กระแสไฟฟ้าที่ต่ำ จึงทำให้ผู้ที่ถูกยิงใส่กลายเป็นอัมพาตล้มลงในทันที เนื่องจากแรงดันไฟฟ้าเข้าไปก่อกวนการทำงานของกล้ามเนื้อ จนกล้ามเนื้อหยุดการทำงานไปพักใหญ่ ๆ

ผู้ที่ถูกยิงจะไม่บาดเจ็บ, พิการ หรือเสียชีวิต เพียงแต่ถูกหยุดให้กองอยู่กับพื้นเท่านั้น ทำให้พลเรือนสามารถป้องกันตัวเองได้โดยไม่เป็นการทำเกินกว่าเหตุ อีกทั้งยังมีเวลาเพียงพอที่จะแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ตำรวจมาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที



 บริษัท Taser ...</description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/903</link>
			</item>
	<item>
		<title>วิธีการแก้ปัญหาสำหรับ kapook</title>
		<description> หลังจากผมได้อ่านไตรภาค "เมื่อผมบุก kapook.com" ของคุณแอนจบลง (ภาคหนึ่ง, ภาคสอง และ ภาคสาม) ผมก็ได้ข้อสรุปในทันทีว่า ...

ทีมงานของ kapook ไม่มีปัญหาในเรื่องของระดับปฏิบัติการเลย หากแต่มีปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการมากกว่า

ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ...

ให้ทาง kapook เจียดงบประมาณส่วนหนึ่ง ส่งคนระดับบริหารจัดการไปเรียน ITIL ซะ(ครับ) ... ถึงจะแพงหน่อย แต่ผมก็ว่าคุ้มนะ เพราะเมื่อเรียนกลับมาแล้ว ก็จะได้มาสร้างกระบวนการอันเป็นเลิศให้แก่ทีมงานระดับปฏิบัติการของ kapook ต่อไป

แล้วปัญหาการนำเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ขึ้นบน Production โดยคนภายในก็จะยุติลง เพราะ ITIL มีกระบวนการหลายอย่างที่ช่วยได้ ยกตัวอย่างเช่น Change Management ซึ่งช่วยในการนำงานขึ้น Production

โดยขั้นตอนการนำขึ้น Production ใน Change Management ถือว่าเป็นการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ เพราะไม่ใช่ว่าจะนำงานขึ้น Production ได้โดยง่าย เนื่องจากต้องผ่านการเปิด case ก่อน, ผ่านการ AT ...</description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/902</link>
			</item>
	<item>
		<title>เมื่อ jQuery กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของ Firewall</title>
		<description> ผมได้ทำการติดตั้ง Wordpress รุ่น 2.5.1 ไว้ยังโดเมนใหม่อีกโดเมนนึงของผมครับ แล้วก็รู้สึกชอบใจมากที่มันมีลูกเล่นเพิ่มขึ้น สามารถเปิดโน่นชะแว้บนี่ได้อย่างสวยงาม ซึ่งคงต้องขอขอบคุณความสามารถของ jQuery ที่สอดแทรกกลไกเจ๋ง ๆ มา ณ ที่นี้ด้วย

ผมเองรู้จัก jQuery เพียงผิวเผินมาก เนื่องจากไม่ค่อยให้ความสนใจกับมันเท่าไหร่ (มีเรื่องให้ต้องสนใจเยอะ) แต่เท่าที่รู้อย่างคร่าว ๆ ก็คือมันเป็น Javascript Framework ตัวนึง ที่ช่วยให้ Web Application มีความเป็น Rich Internet Application มากยิ่งขึ้น

หลังจากที่ผมได้ทดสอบ Wordpress รุ่นดังกล่าวมาได้พักนึง ผมก็พบข้อพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะในหน้า admin นั่นคือผมคิดว่าปุ่มบางปุ่มมันควรจะปรากฎขึ้นมา แต่มันกลับไม่ปรากฎ และพื้นที่บางพื้นที่มันไม่ควรจะแสดงออกมาทั้งหมด ควรจะถูกปิดบังเอาไว้บ้าง แต่มันกลับถูกแสดงออกมาทั้งหมด

ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแน่ จึงได้ตรวจสอบโดยใช้ Error Console ใน Firefox 3.0.1 แล้วก็พบการรายงานความผิดพลาดแบบนี้ ...</description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/901</link>
			</item>
	<item>
		<title>ดาบ ปืน เงินตรา และ ซอฟต์แวร์</title>
		<description> มาลองนิยามสมมติฐานกันหน่อย ...

1.  ในยุคเกษตรกรรม ผู้ใดมีดาบและใช้ดาบเก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

2.  ในยุคอุตสาหกรรม ผู้ใดมีปืนและใช้ปืนเก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

3.  ในยุคทุนนิยมครองโลก ผู้ใดมีเงินตราและใช้เงินตราเก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

4.  ในยุคปฏิวัติสารสนเทศ ผู้ใดมีซอฟต์แวร์และใช้ซอฟต์แวร์เก่ง ผู้นั้นมีอำนาจ

สำหรับ 3 ข้อแรกนี่ไม่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเป็นไปแล้ว แต่ไอ้ข้อ 4 นี่สิ มันจะเป็นไปได้แค่ไหน?

อือม แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะสมัยก่อนก็ไม่เคยมีใครคิดว่าเงินตราจะบันดาลให้คนมีอำนาจขึ้นมาได้นี่นา ก็ไม่แน่ว่าต่อไปในภายภาคหน้า ซอฟต์แวร์ก็อาจจะบันดาลให้คนมีอำนาจขึ้นมาได้เช่นกัน!!!

[tags]ดาบ, ปืน, เงินตรา, ซอฟต์แวร์, สมมติฐาน[/tags]  </description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/900</link>
			</item>
	<item>
		<title>อะไรคือ Internationalization และ localization</title>
		<description> เดี๋ยวนี้ Opensource ต่าง ๆ นอกจากจะสร้างขึ้นเป็นระบบเปิด ที่อนุญาตให้เหล่านักพัฒนาสามารถสร้าง plugins, extension หรือ add ons เข้ามาเพิ่มเติมได้แล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ "ภาษา"

พัฒนาการของ Opensource นั้นเร็วมาก เผลอไม่ทันข้ามสัปดาห์ก็ออกรุ่นใหม่ ๆ ออกมาแล้ว ดังนั้นเราจึงมั่นใจในระดับหนึ่งว่ากลไกภายในที่สร้างขึ้นมาใหม่ ย่อมมีความเป็นเลิศในหลาย ๆ ด้าน

แต่สิ่งที่จะช่วยเติมเต็มให้กับ Opensource นั้นกลับเป็นเรื่องของการเปิดกว้างให้แสดงผลได้หลายภาษา ตามแต่ล่ะท้องถิ่นที่นำมันไปใช้ มันจึงกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ หาก Opensource ตัวใดก็ตามมีความสามารถเป็นเลิศ เปิดให้ทำอะไรได้หลาย ๆ อย่าง แต่กลับขาดเพียงอย่างเดียว นั่นคือ "ไม่เปิดเรื่องการแปลภาษา"

ผมเคยแปล extension ของ MediaWiki ตัวนึงนะ มันเป็น Google Map Extension โดยการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย พอดีผมอยากจะใช้แล้วไม่มีใครแปล ผมเลยแปลเอง แต่เมื่อแปลแล้วผมก็เก็บไว้กับตัวเอง เพราะผมงงกับการลงทะเบียนสิ่งที่แปลแล้วใน ...</description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/899</link>
			</item>
	<item>
		<title>เคยเข้าอินเตอร์เน็ตภาษาจีนกันบ้างมั้ย?</title>
		<description> ถ้ายังจำกันได้ ผมเคยโม้เอาไว้ว่าผมซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่ เป็นยี่ห้อ HP รุ่น Pavilion g3375I Home PC ซึ่งผมเลือกที่จะติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ผู้คนทั่วไปนิยมใช้กัน นั่นก็คือ ... (คิดเอาเอง)

ปรกติแล้วผมไม่เคยปล่อยให้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของผมมีระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ถ้าเป็นสมัยก่อนผมจะแบ่งฮาร์ดดิสก์อีกครึ่งหนึ่ง เพื่อเอาไว้ใส่ระบบปฏิบัติการอย่าง Linux Slackware ... ผมชอบ Linux Slackware มาก เพราะว่าผมต้องทำเองทุกอย่างเลย T-T ดังนั้นเรื่องจะติดโน่นติดนี่เวลาติดตั้งหรือเวลาใช้งานเลยไม่มี เพราะต้องค่อย ๆ เลือก driver เองทีล่ะอย่างด้วยมือตัวเอง!!!

ดังนั้นครั้งนี้ก็เช่นกัน คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของผมเลยต้องมีสองระบบฯ แต่คราวนี้แตกต่างออกไป เพราะว่าทั้งสองระบบฯที่ถูกบรรจุอยู่ในเครื่องนั้น ต่างก็เป็นระบบปฏิบัติการยี่ห้อเดียวกัน เพียงแต่สนับสนุนคนล่ะภาษาเท่านั้น!

... Drive C:\ บรรจุรุ่นปรกติ, ในขณะที่ Drive D:\ บรรจุรุ่น "ภาษาจีน"

อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ว่า ถึงจะไม่ต้องลงระบบฯรุ่น "ภาษาจีน" เราก็สามารถแสดงผลตัวอักษรจีนได้ และก็ยังสามารถกรอกภาษาจีนในรูปแบบต่าง ...</description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/898</link>
			</item>
	<item>
		<title>จับไต๋ Offline Web Application</title>
		<description> อ่านใน Technology Review 10 อันดับ แล้วก็พบว่า Offline Web Application คือหนึ่งใน 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองในอนาคต

ผมว่าคนที่จัดอันดับคงเกรงใจคนวงการคอมพิวเตอร์มั๊ง เลยจัดอันดับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์นี้เข้าไปด้วย ทั้ง ๆ ที่โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าวิศวกรรมพันธุศาสตร์, นาโนเทคโนโลยี, ประสาทวิทยา และฟิสิกส์อนุภาคน่าจะสำคัญมากกว่า!!!

เมื่อก่อนผมก็เคยคิดเหมือนกันนะ ว่าน่าจะเป็นการดีหากผมสามารถใช้งาน Web Application ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Web Browser เป็นตัวบริหารจัดการ!!!

ผมกำลังหมายถึงอะไร? หมายถึง Instant Messaging เหรอ? หรือว่าหมายถึงเกมส์ออนไลน์? ... พวกนั้นก็ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตหรืออินทราเน็ตเหมือนกัน แต่พวกนั้นก็ไม่ถือว่าเป็น Web Application ถูกมั้ย? พวกนั้นกระเดียดไปทาง Desktop Application มากกว่า!

คนที่เจอนิยามของ Offline Web Application เ้ข้าไปคงจะสับสนน่าดู ว่าตกลงมันมีนิยามขอบเขตยังไงกันแน่ ... ผมเองก็เช่นกัน ...</description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/897</link>
			</item>
	<item>
		<title>สิ่งกีดขวางเส้นทางอินเตอร์เน็ต</title>
		<description> ผมลองเอา SpeedTest.Net ตรวจสอบความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่ทำงานครับ พอดีว่าผมมีภาระงานที่ต้องผลัดกันทำงานสองที่ ตอนเช้าก็ทำที่นึง ตอนบ่ายก็ทำอีกที่นึง ก็เลยอยากรู้ว่าความเร็วของอินเตอร์เน็ตมันจะเท่ากันหรือเปล่า เลยลองวัดดูซะหน่อย

อันนี้เป็นของที่ทำงานซึ่งผมนั่งทำงานในตอนเช้าครับ เป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับ Data Center เป็นอย่างยิ่ง ผลที่ออกมาก็คือมันเร็วโคตร ๆ เลยแฮะ

ส่วนอีกอันนึงเป็นที่ทำงานตอนบ่ายครับ อยู่ห่างจาก Data Center ไปพอสมควร ดังนั้นมันจึงต้องผ่าน Hub, Switching และ Router อะไรต่อมิอะไรอีกหลายทอดเลย ก็เลยพบว่ามันช้ากว่าที่ทำงานที่อยู่ใกล้กับ Data Center หลายเท่าอยู่

โดยสรุปแล้วอุปกรณ์ทวนสัญญาณและกระจายสัญญาณอย่างพวก Hub, Switching และ Router ก็ถือเป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกันครับ หากว่าผู้ที่ติดตั้งและปรับแต่งมันนั้น ทักษะไม่ถึงพอที่จะรีดสมรรถนะสูงสุดของมันออกมาได้
[tags]อินเตอร์เน็ต,speedtest,hub,switching,router,data center[/tags]  </description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/896</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทดสอบความเร็วของอินเตอร์เน็ตด้วย SpeedTest.Net</title>
		<description> ปัจจัยสำคัญในการนำส่ง software ให้กับผู้บริโภคตามหลักการของ Software as a Service นั้นก็คือ ...

...ความรวดเร็วของโครงข่ายอินเตอร์เน็ต ยิ่งรวดเร็วมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งส่ง web application ไปให้กับผู้บริโภคได้เร็วเท่านั้น

งั้นผมลองทดสอบดีกว่าว่าอินเตอร์เน็ตที่ผมใช้ที่บ้านนั้นมันเร็วแค่ไหน โดยใช้บริการของ SpeedTest.Net

จริง ๆ แล้วจะดีมากเลยนะครับ ถ้าผมได้ความเร็วในการ download อยู่ที่ 20,000 kb/s และความเร็วในการ upload อยู่ที่ 10,000 kb/s อ่ะ

นี่ผมขอมากไปเปล่าเนี่ย???

[tags]speed,test,download,upload,อินเตอร์เน็ต,web,application,SaaS,Software as a Service[/tags]  </description>
		<link>http://www.peetai.com/archives/895</link>
			</item>
</channel>
</rss>
