บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 4 ความคิดเห็น
เมื่อวานผมได้เข้าอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์สำหรับ Incident Management และ Change Management ตัวใหม่ครับ มันมีชื่อว่า “Remedy Service Management รุ่น 7.0″
ผมเคยใช้มันเมื่อตอนที่มันเป็นรุ่น 5.5 นะ ตอนนั้นมันยังเป็น Desktop Application อยู่เลย แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปแบบก้าวกระโดด เพราะแทนที่มันจะเปลี่ยนเป็น Web Application แต่มันกลับกลายเป็น Rich Internet Application แทน!!!
มันทำงานบน Web Browser แต่โต้ตอบเหมือนกับ Desktop Application เลย … เจ๋งดี!!!
โดยส่วนตัวแล้วนะ ผมเคยสร้างแต่ Desktop Application กับ Web Application แต่สำหรับ Rich Internet Application นั้น ผมยังไม่เคยลองซักครั้งเลย แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ทำกันง่าย ๆ ด้วย … ดังนั้น ถ้าผมคิดจะลอง ผมก็ต้องมาหาเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถสร้าง Rich Internet Application ได้ด้วยต้นทุนแรงงาน, ต้นทุนเงินตรา และต้นทุนเวลาที่ถูกที่สุด
นั่นก็คือต้องหา Rich Internet Application Framework นั่นเอง!!!
ต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่ชอบ RIA Framework ของค่ายดัง ๆ อย่าง Microsoft, Adobe หรือ Google มากนัก เพราะมีความรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขามีวาระซ่อนเร้น หากถลำตัวลองเสพแล้วอาจจะติดถึงขั้นลงแดงตายได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง อิ อิ
ว่าแล้วก็มาลองหาดูดีกว่า ว่ามีเจ้าอื่นนอกกระแสที่พอจะใช้ได้หรือเปล่า …
(more…)
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 2 ความคิดเห็น
เรามาดูเงื่อนไขที่ตรงไปตรงมาในการให้บริการตามหลักการของ Software as a Service กันดีกว่า
- ถ้าเราเป็นมือสมัครเล่น เราสามารถหา Host ฟรีใช้ได้ แต่คงให้บริการ SaaS ไม่ดีนัก เพราะของมันฟรี
- ถ้าเราเริ่มอยากเป็นมืออาชีพ เราสามารถเช่า Host เสียเงิน เพื่อจะได้ทำอะไรได้สะดวก แต่ถ้าประมวลผล SaaS แบบหนัก ๆ ก็คงจะไม่ไหว
- ถ้าเรามีสมาชิกเยอะอีกทั้งยังต้องให้บริการ SaaS แบบหนักมือขึ้น เราสามารถเช่าซื้อหรือซื้อ Server แล้วไปเช่าที่วางใน Internet Data Center ก็ได้ ซึ่งถ้าการบริการ SaaS ของเราไม่ได้เน้นความปลอดภัยมากนัก แบบนี้ก็ถือว่าดี
- ถ้าเรามีบริการ SaaS ที่ต้องรักษาความปลอดภัยสูง เพราะเกี่ยวกับข้อมูลลับหรือเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ เราก็ควรจะมี Internet Data Center เป็นของตนเองไปเลย
แต่เรื่องจริงก็คือ การลงทุนกับ Internet Data Center มันไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยเน้อะ และนี่ก็คงเป็นสาเหตุว่าทำไม Internet Data Center ของเมืองไทยจึงกระจุกตัวอยู่แต่ในกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีจำนวนน้อยรายอีกต่างหาก!!!
ถ้าภาครัฐมีโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่ง Data Center” บ้างก็น่าจะดีเน้อะ ^-^ เพราะหากผมอยากจะมี Web Server เป็นของตัวเองขึ้นมา ผมจะได้ไม่ต้องถ่อไปบริหารจัดการมันไกลมากนัก แค่ขี่จักรยานออกจากบ้านไปไม่กี่ป้ายรถเมล์ ผมก็สามารถเข้าไปหิ้วเอา Web Server ของผมออกมาจาก Internet Data Center ดังกล่าวได้แล้ว
แบบนี้ดี จะได้หิ้วหนี ปดส. ได้ทัน อิ อิ
Technorati Tags: หนึ่งตำบล, หนึ่ง Data Center, SaaS, Software as a Service, Data Center
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 4 ความคิดเห็น
สมัยก่อนถ้าใครสะสมทุนจากการค้าขายได้มาก ๆ ก็ล้วนอยากจะตั้งธนาคารกันทั้งนั้น เพราะธนาคารถือเป็นแหล่งระดมทุนที่เจ๋งเป้งที่สุด เป็นการสะสมกำไรสุทธิที่ดีที่สุด โดยอาศัยเงินจากคนอื่นอีกต่อหนึ่ง
ระดมเงินฝากเข้ามา ให้ดอกเบี้ยเงินฝากนิดหน่อย แล้วก็บริหารจัดการปล่อยกู้ รีดดอกเบี้ยทบต้นสูง ๆ เอาเงินกินเงิน!!!
น่าเสียดายที่เราไม่สามารถตั้งธนาคารได้ง่ายนัก เนื่องจากมีขั้นตอนยุ่งยากมาก อีกทั้งยังต้องให้ผู้มีอำนาจคับฟ้าคับแผ่นดินเป็นผู้อนุมัติอีก เอาแค่จะตั้งชื่อบริษัทมีคำนำหน้าว่า “ธนาคาร” ยังไม่ได้เลย
พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๑๒ ห้ามผู้ใดนอกจากสถาบันการเงินใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงินว่า “ธนาคาร” “เงินทุน” “การเงิน” “การลงทุน” “เครดิต” “ทรัสต์” “ไฟแนนซ์” “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอื่น
…
มาตรา ๑๒๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
ที่ผ่านมาเรามักจะถูกอาชญากรสีขาว ยักยอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลของเราไปใช้หาประโยชน์อยู่เสมอ น่าจะเป็นการดี หากเราจะสามารถนำข้อมูลส่วนบุคคล, ข้อมูลลับ, ข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เรามีไปฝากเพื่อหาผลประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยข้อมูลฝาก” ได้บ้าง
จากนั้นบริษัทที่รับฝาก ก็จะเอาข้อมูลของคนหลาย ๆ คนที่นำมาฝาก มาทำการปรุงแต่งและสังเคราะห์เพื่อนำไปปล่อยกู้หา “ดอกเบี้ยข้อมูลกู้” จากผู้ที่มาข้อกู้ “ข้อมูล” ต่อไป
ธนาคารข้อมูลเอกชนก็มีฐานะไม่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์มากนัก คือเป็นแหล่งระดมและปล่อยกู้ เพียงแต่สินทรัพย์ของกิจกรรมแตกต่างกัน ตรงแทนที่จะเป็นเงินตราก็เปลี่ยนเป็นข้อมูลนั่นเอง
ซึ่งถ้าจินตนาการนี้เป็นจริง ถึงตอนนั้นก็คิดว่าคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต จะต้องเข้ามาเป็นสื่อกลางในธุรกรรมดังกล่าวอย่างแน่นอน!!!
Technorati Tags: บริษัท, ธนาคาร, ข้อมูล, เอกชน, จำกัด, มหาชน, ดอกเบี้ย, เงินฝาก, เงินกู้
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : การสร้างซอฟต์แวร์ , 8 ความคิดเห็น
ผมเริ่มต้นเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยภาษา BASIC นะขอบอก แบบว่าเป็นอะไรที่เก่าแก่เนิ่นนานมากเลย ว่าแล้วก็มารำลึกถึงกันซะหน่อยดีกว่า
10 REM Play music
20 PARTTUNE$= “DF#A L2 O4 D L4 O5 DD P4″
30 PLAY “T180 DF#A L2 A L4 O4 AA P4 F#F# P4 O3 D”
40 PLAY “DF#A L2 A L4 O4 AA P4 GG P4 O3 C#”
50 PLAY “C#EB L2 B L4 O4 BB P4 GG P4 O3 C#”
60 PLAY “C#EB L2 B L4 O4 BB P4 F+F+ P4 O3 D”
70 PLAY PARTTUNE$
80 PLAY “O4 AA P4 O3 D”
90 PLAY PARTTUNE$
100 PLAY “O4 BB P4 EEG L8 B P8 ML B1 L4 MN G#A ML L3 O5 F#1″
110 PLAY “L4 MN D O4 F# ML L2 F# MN L4 E ML L2 B MN L4 A”
120 PLAY “D P8 D8 D4″
130 END
ข้างบนนั้นไม่ได้เป็นโค้ดที่ผมเขียนเองหรอกนะ ผมลอกเขามา เพราะผมจำวิธีการอ้างถึงตัวโน้ตของ GW-BASIC ไม่ได้แล้ว แต่ยังจำได้อยู่ว่า GW-BASIC มันสามารถสั่งให้ PC-Speaker เปล่งเสียงได้!!!
สมัยนั้นการเขียนโปรแกรมควบคุมคอมพิวเตอร์ ช่างเป็นสิ่งท้าทายเร้าใจจริง ๆ ^-^
Technorati Tags: รำลึก, โปรแกรม, GW-BASIC, BASIC, เก่าแก่
บันทึกโดย Mr. PeeTai ใน : สมมติฐาน , 11 ความคิดเห็น
ปรกติผมไม่ค่อยได้เล่นเกมคอมพิวเตอร์ซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะดูน้องชายเล่นซะมากกว่า คือรู้สึกว่าดูคนอื่นเล่นแล้วมันไม่เครียด สนุกกว่าเยอะ!!!
น้องชายผมมีเกมอยู่เกมนึงน่าสนใจมาก ผมเลยลองติดตั้งเพื่อเล่นดูบ้าง เกมดังกล่าวมีชื่อว่า “Civilization IV” เป็นเกมสร้างอารยธรรมที่มีกราฟิกสวยดี เนื้อเรื่องก็ดี รายละเอียดก็ดี ผมเล่นหลายรอบมาก เล่นซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งเพื่อหารายละเอียดที่แตกต่างกัน
เรียกว่าติดเกมนี้เลยก็ว่าได้!!!
ผมพยายามจะลองเล่นเกมนี้ในทุก ๆ รูปแบบ ไม่เว้นแม้กระทั่งการโกงมัน (เพราะมันเปิดให้โกงได้) ผมโกงมันทุกวิถีทาง จึงทำให้ได้ข้อสรุปที่ไม่มีทางหาได้ หากผมเล่นเกมนี้แบบปรกติตรงไปตรงมา โดยข้อสรุปที่ได้มีดังนี้คือ
- สุดท้ายแล้วประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุด จะกลายเป็นอภิมหาอำนาจในที่สุด
- ประเทศที่นำโด่งด้านความมั่งคั่งและเทคโนโลยีมาโดยตลอด จะถูกประเทศที่มีพื้นที่มากกว่าแซงนำในทุก ๆ ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- ประเทศที่ใหญ่กว่าจะไม่เกรงกลัวประเทศที่เล็กกว่า ถึงแม้ประเทศที่เล็กกว่าจะมีความมั่งคั่งหรือเทคโนโลยีสูงกว่าเพียงใดก็ตาม
- ต่อให้เราเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุด แต่ถ้าหากเราถูกรุมตี เราก็มีโอกาสค่อย ๆ พ่ายแพ้ได้เช่นกัน
- การทำสงครามเป็นการขยายอำนาจที่มีต้นทุนแพงที่สุด แต่การขยายอำนาจด้วยวัฒนธรรมถึงแม้จะได้ผลชะงัดและใช้ต้นทุนต่ำ แต่ก็กินระยะเวลายาวนานอักโข
- การพื้นที่ของประเทศไม่ใหญ่โตมากนัก แต่มีนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่, วิศวกรผู้ยิ่งใหญ่, ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่, นักบวชผู้ยิ่งใหญ่ และ พ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศมีเทคโนโลยีก้าวหน้า, มีกำลังการผลิตเหลือเฟือ, มีวัฒนธรรมแผ่ขยาย และมีความมั่งคั่งล้นเหลือ มากกว่าการมีพื้นที่มากมาย แต่ไม่มีบุคคลที่ยิ่งใหญ่กว่าเป็นไหน ๆ
และเมื่อผมได้ข้อสรุปจนพอใจแล้ว (โกงจนพอใจแล้ว) ผมก็พบสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกมนี้ก็คือ มันมีระบบ Mod ด้วย!!!
(more…)